ในอดีต การเรียนรู้ของนักศึกษาแพทย์อาจติดอยู่กับกรอบของตำราเรียนและการสังเกตการณ์ แต่วันนี้ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล นำโดย ศ.ดร. พญ.รังสิมา วณิชภักดีเดชา หัวหน้าภาควิชาจิตวิทยาและหัวหน้าศูนย์เลเซอร์ผิวหนังศิริราช คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล ได้ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิม ด้วยการเปิดตัวนวัตกรรม Faesthetics 2.0 ซึ่งเป็นผลงานความร่วมมือกับ Surgical Mind สตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีจากเกาหลีใต้
นี่ไม่ใช่แค่การนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อความทันสมัยนะครับ แต่มันคือการยกระดับมาตรฐานการฝึกหัตถการ เช่น ฉีดฟิลเลอร์/โบท็อกซ์ ให้มีความแม่นยำสูงสุด ผ่านแนวคิด Game Learning หรือการเรียนรู้ผ่านสถานการณ์จำลอง ที่เปลี่ยนความเสี่ยงให้เป็นประสบการณ์ที่วัดผลได้จริง
Techhub อยากพาทุกคนมาเจาะลึก 5 ประเด็นสำคัญของนวัตกรรมที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าการผลิตแพทย์ของไทยเรา
1. จากการท่องจำ สู่การจำลองสถานการณ์จริง หรือ Simulation-Based Learning
หัวใจของ Faesthetics 2.0 คือการนำฟีเจอร์ Game Learning มาประยุกต์ใช้เพื่อสร้างสถานการณ์จำลองที่มความซับซ้อน แทนที่การฝึกแบบเดิมที่อาจมีข้อจำกัด
ระบบจะจำลองผู้ป่วยที่มีลักษณะทางกายภาพแตกต่างกัน ทั้งเพศ ช่วงอายุ และโครงสร้างปัญหาผิวหน้า เพื่อให้นักศึกษาแพทย์ได้ฝึกทักษะการตัดสินใจและการวางแผนรักษาจริง ตั้งแต่ขั้นตอนแรก ไม่ว่าจะเป็น
– การเลือกเครื่องมือ ซึ่งสามารถเลือกขนาดเข็มและชนิดของตัวยาที่เหมาะสมกับเคส
– การประเมินตำแหน่ง โดยใช้เทคโนโลยีวิเคราะห์จุดที่ต้องทำหัตถการ
– จากนั้นฝึกฉีดจริงในโลกเสมือน โดยระบบจะประเมินผลลัพธ์ทันทีว่าการตัดสินใจนั้นถูกต้องหรือมีความเสี่ยง ซึ่งช่วยสร้างความมั่นใจก่อนไปเจอเคสจริง
2. Mixed Reality หรือ MR เทคโนโลยีมองทะลุชั้นผิวหนัง

จุดเด่นที่ทำให้เวอร์ชัน 2.0 แตกต่างคือการขยับจาก VR (Virtual Reality) มาสู่ MR (Mixed Reality) ซึ่งเป็นการผสานโลกจริงและโลกเสมือนเข้าด้วยกัน
เทคโนโลยี MR ช่วยให้นักศึกษาแพทย์สามารถมองเห็นภาพกราฟิก 3 มิติของเส้นเลือด กล้ามเนื้อ และเส้นประสาท ซ้อนทับลงบนหุ่นจำลองหรือใบหน้าผู้ป่วยจำลองได้ทันทีเสมือนการมองทะลุผิวหนัง ทำให้ผู้เรียนเข้าใจความสัมพันธ์ของโครงสร้างใต้ผิวหนังได้อย่างลึกซึ้ง ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการทำหัตถการที่ปลอดภัย ลดความเสี่ยงในการฉีดโดนจุดสำคัญ
3. แพลตฟอร์มที่ยืดหยุ่น จากห้องแล็บสู่การเรียนรู้ไร้พรมแดน
เพื่อให้การเรียนรู้เกิดขึ้นได้ทุกที่ Faesthetics 2.0 ถูกออกแบบมาให้รองรับถึง 4 แพลตฟอร์ม
– PC Version เป็นเวอร์ชั่นที่ต้องติดตั้งลงในเครื่อง สำหรับอาจารย์ใช้บรรยาย แสดงภาพกายวิภาคความละเอียดสูง
– Web Version สำหรับนักศึกษา ใช้ทบทวนบทเรียนผ่าน Tablet หรือ Laptop ได้ทุกที่เพียงสแกน QR Code
– VR Version สำหรับการเรียนรู้แบบกลุ่ม ที่ผู้สอนและผู้เรียนสามารถเข้าไปดูโครงสร้าง 3 มิติร่วมกันได้แบบ 360 องศา
– Physical Mannequin เป็นหัวหุ่นจำลอง มีผิวหนังเทียมที่จดสิทธิบัตร ที่ให้สัมผัสเหมือนผิวคนจริง
4. Smart Mannequin นวัตกรรมหุ่นจำลองเพื่อความยั่งยืน

หนึ่งในโจทย์ใหญ่ของศิริราชคือการบริหารจัดการทรัพยากรร่างอาจารย์ใหญ่ให้คุ้มค่าที่สุด นวัตกรรมนี้จึงเข้ามาช่วยลดการใช้ร่างอาจารย์ใหญ่ในขั้นตอนการฝึกเบื้องต้น
ด้วยหุ่นจำลองที่ผลิตจากวัสดุพิเศษ ให้ผิวสัมผัส ความหนืด และความยืดหยุ่นใกล้เคียงผิวหน้ามนุษย์จริงมากที่สุด ซึ่งพร้อมระบบเซนเซอร์อัจฉริยะ ทำให้นักศึกษาสามารถฝึกฉีดซ้ำๆ ได้ไม่จำกัดครั้ง จนเกิดความชำนาญ ก่อนที่จะได้รับอนุญาตให้ไปปฏิบัติกับร่างอาจารย์ใหญ่จริง เป็นการใช้เทคโนโลยีเพื่อช่วยถนอม ทรัพยากรที่มีค่าทางการแพทย์
5. ความแม่นยำระดับ Data Mapping วัดผลได้ทุกมิลลิเมตร

โดยไฮไลต์ทางเทคนิคนี้ คือระบบ Injection Simulation Training ที่ใช้การทำ Data Mapping เชื่อมโยงข้อมูลดิจิทัลเข้ากับหุ่นจำลอง
เมื่อมีการลงเข็ม ระบบจะแสดงผลแบบ Real-time บนหน้าจอ โดยระบุพิกัด ความลึก และชั้นผิวหนังที่เข็มไปถึงอย่างละเอียด หากตำแหน่งผิดพลาดระบบจะแจ้งเตือนทันที ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้อาจารย์ผู้สอนสามารถประเมินทักษะของนักศึกษาได้อย่างเป็นรูปธรรม และปรับแก้เทคนิคการฉีดได้ทันท่วงที
ทางศิริราชได้วางระบบการเรียนรู้ผ่าน Faesthetics 2.0 ไว้อย่างเป็นขั้นตอน เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของคนไข้ ไม่ว่าจะเป็น
1.เรียนรู้ทฤษฎี เข้าใจโครงสร้างผ่านโปรแกรม PC ความละเอียดสูง
2.ทบทวนด้วยตนเองได้ซ้ำๆ ผ่าน Web Version
3.ฝึกในโลกเสมือน เห็นภาพรวม 3 มิติ ร่วมกับอาจารย์
4.ปฏิบัติกับหุ่นจำลอง ฝึกหัตถการจริงจนผ่านเกณฑ์ประเมินความแม่นยำ
5.เมื่อเชี่ยวชาญแล้ว จึงได้รับอนุญาตให้ทำหัตถการกับคนไข้จริงภายใต้การดูแล
นี่คือนวัตกรรมที่ยืนยันว่า เทคโนโลยีไม่ได้มาแทนที่แพทย์ แต่มาเพื่อช่วยให้แพทย์ไทย “เก่งขึ้น แม่นยำขึ้น และปลอดภัยขึ้น” เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดของผู้ป่วยทุกคน
ที่มา
งานแถลงข่าว Faesthetics 2.0 ที่คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล








