บอกลาปัญหาแรมการ์ดจอเต็ม! เจาะลึกเทคโนโลยี NTC จาก Nvidia ที่ช่วย ลดการใช้ VRAM มหาศาลจาก 6.5GB เหลือเพียง 970MB
ปัญหาเกมกินแรมการ์ดจอ กำลังจะกลายเป็นเรื่องล้าสมัย เมื่อ Nvidia เผยโฉมเทคโนโลยีใหม่ที่อาจสั่นสะเทือนวงการเกมยิ่งกว่า DLSS ที่เราคุ้นเคย นั่นคือระบบ Neural Texture Compression (NTC) และ Neural Materials (NM) ที่เน้นการบีบอัดข้อมูลลึกไปถึงระดับเอนจิ้นเกม
ในการสาธิตเทคโนโลยี Tuscan Wheels ล่าสุด Nvidia โชว์ให้เราเห็นว่าระบบ NTC สามารถบีบอัด Texture หรือพื้นผิวภายในเกมที่ปกติเคยใช้หน่วยความจำ VRAM สูงถึง 6.5GB ให้เหลือเพียง 970MB เท่านั้น ซึ่ง ลดการใช้ VRAM ลงหลายเท่าตัว
ที่น่าตกใจกว่าคือ ในขนาดข้อมูลที่เท่ากัน (970MB) ระบบ NTC กลับให้รายละเอียดภาพที่คมชัดและใกล้เคียงกับต้นฉบับมากกว่าการบีบอัดแบบเก่าเสียอีก ซึ่งนี่หมายความว่าในอนาคต ขนาดไฟล์เกมจะเล็กลง ไม่ต้องโหลด Patch เกมระดับ 100GB อีกต่อไป ช่วยประหยัด Bandwidth ดาวน์โหลดเกมและอัปเดตได้ไวขึ้น และสามารถการ์ดจอตัวเดิม แต่ได้ภาพสวยขึ้น ซึ่งการ์ดจอที่มี VRAM น้อยจะสามารถรัน Asset คุณภาพสูงได้โดยไม่เกิดอาการกระตุกจาก VRAM เต็ม
จากข้อมูล สิ่งที่ Nvidia ทำคือ
1. Nvidia มีการฝัง AI เข้าไปทำงานลึกถึงระดับเอนจิ้นเกม
โดยเทคโนโลยีนี้ไม่ได้เป็นการนำภาพที่เสร็จแล้วมาขยายสเกลหรือเติมเฟรมในขั้นตอนสุดท้าย แบบที่ DLSS ทำ แต่เป็นการส่ง AI เข้าไปทำงานหลังบ้าน ตั้งแต่ขั้นตอนการสร้างภาพและจัดการทรัพยากรในระดับเอนจิ้นเกม
2. ใช้ AI บีบอัดและจัดการข้อมูลแทนอัลกอริทึมแบบเดิม
ปกติแล้วเกมจะใช้มาตรฐานการบีบอัดพื้นผิวแบบดั้งเดิม (เช่น มาตรฐาน BCN) ซึ่งมีข้อจำกัดเรื่องขนาดไฟล์ที่ใหญ่ แต่ NTC จะใช้ความสามารถของ เครือข่ายประสาทเทียม เข้ามาบีบอัดข้อมูลพื้นผิวเหล่านี้แทน ทำให้สามารถลดขนาดข้อมูลที่จะต้องถูกโหลดเข้าไปใน VRAM ลงได้แบบมหาศาล
3. ใช้โครงข่ายประสาทเทียมขนาดเล็กถอดรหัสแทนสมการคณิตศาสตร์
หากอิงจากการทำงานของเทคโนโลยีที่มาคู่กันอย่าง Neural Materials (NM) ระบบจะทำการลดช่องสัญญาณข้อมูล ที่ไม่จำเป็นลง (เช่น จาก 19 ช่อง เหลือ 8 ช่อง) และใช้ เครือข่ายประสาทเทียมขนาดเล็ก เข้ามาทำหน้าที่ถอดรหัสข้อมูลเพื่อแสดงผล แทนที่จะต้องใช้สูตรคณิตศาสตร์แบบเก่าที่ซับซ้อน ซึ่งการทำงานในลักษณะนี้ช่วยให้การประมวลผลทำได้เร็วขึ้นและกินทรัพยากรน้อยลงอย่างมาก
แนวทางนี้ช่วยตอบโจทย์เหล่านักพัฒนาเกมและเกมเมอร์ที่กังวลว่า AI จะเข้ามาแต่งภาพจนเสียอรรถรสหรือเจตนารมณ์ดั้งเดิมของผู้สร้าง เพราะเทคโนโลยีใหม่นี้เน้นไปที่การเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บและประมวลผล มากกว่าการสร้างพิกเซลใหม่ขึ้นมาเอง ทำให้ภาพที่ออกมายังคงความสมจริงตามที่ทีมสร้างต้องการ แต่ใช้ทรัพยากรเครื่องน้อยลงมหาศาล
ต้องยอมรับว่าช่วงปีที่ผ่านมา เรามักจะเห็น Nvidia ผลักดันเรื่องการเพิ่ม Frame Rate ด้วย AI อย่าง DLSS Frame Generation จนหลายคนเริ่มมองว่าการ์ดจอแรงไม่จริง แต่ใช้ AI ช่วยหลอกตา
แต่การมาของ Neural Texture Compression ครั้งนี้ถือเป็นของจริงที่น่าสนใจมากครับ เพราะมันเป็นการแก้ปัญหาที่ต้นตอ นั่นคือคอขวดของหน่วยความจำ ในปัจจุบันที่เกมระดับ AAA เริ่มเรียกร้อง VRAM มากเกินกว่าที่การ์ดจอระดับกลางจะรับไหว
ที่มา
อ่านข่าวอื่น ๆ ได้ที่ Techhub








