[สคส. เตือน] เข้าสู่ช่วงวาเลนไทน์แล้ว วันแห่งความรัก บรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความรักและความหวัง หลาย ๆ คู่รักคงเตรียมฉลองร่วมกัน หรือบางคนก็คงกำลังเปิดใจรับความรัก หวังมองหาความอบอุ่นทางใจ แต่กลับไปเจอ Romance Scam แทน โดนหลอกให้รักแล้วล้วงข้อมูลสำคัญ ต้องเจ็บช้ำในวันแห่งความรักครั้งนี้…ชนิดที่คงจำไปตลอดชีวิต
มีข้อมูลสำคัญจาก สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) หรือ PDPC เผยวันที่ 1 มีนาคม 2565 ถึง 31 มกราคม 2569 ปีนี้ พบคดี Romance Scam ไปแล้วถึง 7,158 คดี รวมมูลค่าความเสียหายเกือบ 2 พันล้านบาท ขนาดไม่ใช่ช่วงวันวาเลนไทน์ ก็ยังมียอดคดีและมูลค่าความเสียขนาดนี้ แล้วถ้าเป็นช่วงวันที่ 14 กุมภาพันธ์นี้จะขนาดไหน
เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ พ.ต.อ. สุรพงศ์ เปล่งขำ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) ก็ออกมาเผยวิธีการของกลุ่มคนที่เป็น Romance Scam ว่ามีขั้นตอนอย่างไร เพื่อให้ทุกคนได้รู้จักระวัง หรือให้รู้ตัวโดยไวเลยว่า “เรากำลังตกเป็นเหยื่อในขั้นตอนไหนแล้ว”
อันดันแรก Romance Scam ต้องการข้อมูลส่วนตัวมากกว่าเงิน เพราะสามารถเอาไปต่อยอดได้หลายทาง โดยการที่เหยื่อเผลอส่ง รูปถ่ายบัตรประชาชน , พาสปอร์ต , ที่อยู่ หรือแม้แต่เบอร์โทรศัพท์ ให้กับคนรักออนไลน์ที่ไม่เคยเจอหน้า ก็เปรียบเสมือนการยื่นกุญแจบ้านให้โจรเลย เพราะข้อมูลเหล่านี้สามารถนำไปได้ทั้ง
- เปิดบัญชีม้า : นำชื่อเหยื่อไปเปิดบัญชีธนาคารเพื่อฟอกเงิน
- สวมรอยทำธุรกรรม : สมัครแอปเงินกู้ หรือทำนิติกรรมอำพราง
- Blackmail : ใช้ข้อมูลส่วนตัวข่มขู่เรียกค่าไถ่ในอนาคต
เปิดขั้นตอน Romance Scam ในปี 2026
ปัจจุบันมิจฉาชีพยุคนี้รู้จักใช้ Social Engineering เป็นอย่างดี คือสามารถเล่นกับจิตวิทยาได้ ซึ่ง Romance Scam ก็จะเล่นเรื่องความรัก โดยเริ่มจากการปลอมโปรไฟล์ให้ดูดีก่อนเลยอย่าง หมอ, นักบิน, วิศวกรน้ำมัน, นักธุรกิจต่างชาติ ฯลฯ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ก่อนจะลากเหยื่อเข้าสู่กับดัก 3 รูปแบบหลัก อาทิ
1. Hybrid Scam (รักแล้วชวนลงทุน)
เริ่มจากจีบให้ตายใจ สร้างฝันเรื่องอนาคตร่วมกัน แล้วชวนลงทุนในคริปโทฯ หรือแอปเทรดปลอม ช่วงแรกอาจให้กำไรจริงเพื่อล่อใจ ก่อนจะเชิดเงินหนีไปทั้งก้อน
2. Remote Access Scam (รักแล้วรีโมต)
อ้างว่าอยากดูแล หรือส่งของขวัญมาให้ แต่ติดปัญหาศุลกากร หลอกให้เหยื่อกดลิงก์ หรือดาวน์โหลดแอปแปลกๆ เพื่อ “แก้ปัญหา” ซึ่งแอปนั้นคือ Remote Access App ที่ทำให้โจรควบคุมมือถือเราได้ และดูดเงินออกไปจนเกลี้ยงบัญชี
3. Sextortion (รักแล้วแบล็กเมล์)
ชวน VDO Call หรือส่งภาพวาบหวิว (Sexting) เมื่อเหยื่อหลงเชื่อส่งภาพกลับไป มิจฉาชีพจะบันทึกภาพหน้าจอและนำมาขู่กรรโชกทรัพย์ หากไม่โอนเงินจะปล่อยภาพประจาน
เพื่อไม่ให้วาเลนไทน์นี้กลายเป็นวันแห่งความสูญเสีย สคส. และ Techhub แนะนำให้สังเกตสัญญาณเตือนดังนี้
- Too Good To Be True: โปรไฟล์ดีเกินจริง รูปหล่อสวยระดับดารา (เช็กได้ด้วย Google Image Search หรือ Reverse Image Search)
- Love Fast: เพิ่งคุยไม่กี่วันก็บอกรัก วางแผนแต่งงาน เรียกที่รักทุกคำ
- Never Meet: มีข้ออ้างร้อยแปดที่จะไม่เจอตัวจริง หรือไม่ยอมเปิดกล้องคุยแบบสดๆ
- Money Talk: คุยเรื่องเงินเร็วมาก อ้างป่วย, ญาติเสีย, ติดตม., หรือค่าภาษีของขวัญ
- Data Hunter: พยายามซักถามข้อมูลส่วนตัวลึกๆ ผิดปกติ
ความรักสร้างได้ แต่ความปลอดภัยต้องมาก่อน
ในยุคดิจิทัล “ความรู้สึก” อาจถูกสร้างขึ้นได้ง่ายด้วย AI หรือ Script ของมิจฉาชีพ แต่ความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้นเป็นของจริงและยากจะเรียกคืน พ.ต.อ. สุรพงศ์ ทิ้งท้ายไว้เลยว่า เกราะป้องกันที่ดีที่สุดคือ “สติ” การไม่โอนเงินและไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้คนแปลกหน้า คือวิธีเดียวที่จะหยุดวงจรนี้ได้ หากสงสัยว่ากำลังถูกหลอก ให้รีบแจ้งความออนไลน์ทันทีที่เว็บไซต์สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
วาเลนไทน์นี้ ขอให้ทุกคนมีความรักที่สดใส และปลอดภัยจากภัยไซเบอร์ครับ
ที่มา : สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.)








