เปิดโปง MonsterCloud บริษัทมะกันอ้างเทคโนโลยี กู้ไฟล์ Ransomware ที่แท้เป็นนายหน้า แอบจ่ายโจรแล้วฮุบส่วนต่างกว่า 11 ล้านดอลลาร์
ฝันร้ายที่สุดขององค์กรและคนทำงานยุคนี้ คงหนีไม่พ้นการถูก Ransomware ล็อกไฟล์สำคัญจนระบบเป็นอัมพาต ตำรวจและผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยไซเบอร์ทั่วโลกต่างเตือนตรงกันเสมอว่าอย่าจ่ายเงินให้โจรเด็ดขาด เพราะนอกจากจะส่งเสริมมิจฉาชีพแล้ว ยังไม่มีอะไรการันตีว่าจะได้ข้อมูลคืนจริง
ทว่าในวันที่ธุรกิจมืดแปดด้าน หากมีบริษัทไอทีเดินเข้ามาบอกว่า เราช่วยถอดรหัสกู้ไฟล์ให้คุณได้ โดยที่คุณไม่ต้องจ่ายเงินให้แฮกเกอร์แม้แต่แดงเดียว ใครบ้างจะไม่ยอมควักกระเป๋าจ่าย แต่ความจริงอันเจ็บปวดคือ คนที่อาสามาเป็นฮีโร อาจร้ายกาจและตลบหลังเรายิ่งกว่าโจรเสียอีก
เรื่องอื้อฉาวนี้ถูกเปิดโปงโดยกระทรวงยุติธรรมสหรัฐอเมริกา เมื่อมีการสั่งฟ้องนาย Zohar Pinhasi วัย 50 ปี เจ้าของบริษัท MonsterCloud ในรัฐฟลอริดา ในข้อหาฉ้อโกง โดยบริษัทนี้มักเกลี้ยกล่อมเหยื่อว่าห้ามยอมแพ้จ่ายเงินให้ผู้โจมตี เพราะพวกเขามีเครื่องมือเฉพาะทางและเทคโนโลยีขั้นสูงที่สามารถกู้ข้อมูลกลับมาได้เอง ขอเพียงแค่จ่ายค่าบริการกู้ข้อมูลให้พวกเขาเท่านั้น
จากการสืบสวนพบว่า MonsterCloud ไม่ได้มีเวทมนตร์หรือซอฟต์แวร์ขั้นเทพตามที่อวดอ้าง สิ่งที่พวกเขาทำมีเพียงการทำตัวเป็น นายหน้าคนกลาง ติดต่อไปหาแฮกเกอร์เพื่อต่อรองค่าไถ่ จากนั้นจึงแอบเจียดเงินค่าจ้างที่เก็บมาจากลูกค้าไปจ่ายให้โจร แล้วอมเงินส่วนต่างที่เหลือเข้ากระเป๋าตัวเองอย่างสบายใจ
อัยการระบุว่า MonsterCloud กวาดเงินค่าบริการจากเหยื่อไปมากกว่า 19 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 665 ล้านบาท แต่แอบจ่ายค่าไถ่ให้แฮกเกอร์จริงเพียง 8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นั่นหมายความว่าฟันกำไรส่วนต่างเข้ากระเป๋าไปเหนาะ ๆ กว่า 11 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ตัวอย่างพฤติกรรมที่ชัดเจนคือ มีลูกค้ารายหนึ่งถูกเรียกเก็บค่ากู้ข้อมูลสูงถึง 150,000 ดอลลาร์สหรัฐ แต่ Zohar แอบไปจ่ายให้แฮกเกอร์เพียง 8,200 ดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น หรืออีกกรณีหนึ่ง เก็บเงินลูกค้ามา 380,000 ดอลลาร์สหรัฐ แต่จ่ายค่าไถ่ไป 236,000 ดอลลาร์สหรัฐ ยิ่งไปกว่านั้น เวลาที่ลูกค้าขอดูตัวอย่างไฟล์ที่ปลดล็อกได้แล้วเพื่อขอดูฝีมือก่อนจ่ายเงิน ทางบริษัทก็ใช้วิธีนำไฟล์ตัวอย่างฟรีที่แฮกเกอร์ส่งมาให้ดู ไปแอบอ้างว่าตนเองเป็นผู้ถอดรหัสสำเร็จ
บนเว็บไซต์ของบริษัทยังเคยเขียนคำโฆษณาชวนเชื่ออย่างยิ่งใหญ่ว่า พวกเราไม่ใช่แค่ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านไอที แต่เราคือทีมต่อต้านการก่อการร้ายทางไซเบอร์ที่ล้ำสมัยที่สุดในโลก พร้อมทั้งจ้างบุคคลที่มีชื่อเสียงมาร่วมโปรโมต
ทว่าเมื่อปี 2019 โฆษกรายหนึ่งเกิดความสงสัยในความโปร่งใส จึงสอบถาม Zohar ไปตรง ๆ ว่า บริษัทมีเทคโนโลยีถอดรหัสของตัวเองจริงหรือไม่ ซึ่งในที่สุด เขาก็ยอมรับสารภาพว่า บริษัทไม่มีเทคโนโลยีอะไรแบบนั้นอยู่เลย และปัจจุบันเขายังคงให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และได้รับการประกันตัวออกไปด้วยวงเงิน 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ที่มา : techspot








