[ไม่อึดอัด] สำหรับใครที่ใช้หูฟังไร้สายมาหลายรุ่น เชื่อว่าคงคุ้นเคยฟีเจอร์ Active Noise Cancelling (ANC) หรือระบบตัดเสียงรบกวนเป็นอย่างดี ซึ่งใช้เทคนิคสร้างคลื่นเสียงกลับด้าน หักล้างคลื่นเสียงรบกวนนั้นภายนอกนั้นเอง ช่วยให้ได้ยินเสียงที่คมชัดขึ้น เป็นส่วนตัวมากขึ้น (หรือดูแพงขึ้น) อย่างไรก็ตาม ANC มักมีเฉพาะในหูฟังแบบ True Wireless ที่ใช้จุก In-Ear หรือไม่ก็หูฟัง Over-Ear แบบใส่ครอบหูเท่านั้น ทำให้ผู้ใช้บางรายอาจรู้สึก ‘อึดอัด’ หากใส่เป็นเวลานาน โดยเฉพาะเปิดใช้ ANC ไปด้วย อาจรู้สึกอึดอัดเป็นพิเศษเลยก็มี
ด้วยเหตุนี้เอง จึงมีการพัฒนาหูฟังแบบใหม่อย่าง Open-Ears ที่ไม่จำเป็นต้องเสียบจุกหูฟังเข้าไปในหู หรือใส่ปิดทั้งใบหน้าแบบ Over-Ear ช่วยให้ใส่ฟังได้นานและไม่อึดอัด แต่หูฟังแบบนี้กลับไม่มีฟีเจอร์ ANC มาให้ เนื่องด้วยขีดจำกัดจากการออกแบบนี้เอง ทว่าจะเป็นอย่างไร หากมีหูฟังแบบ Open-Ears รุ่นแรก ที่มาพร้อมระบบตัดเสียงรบกวนภายนอกได้ และไม่ใช่ ANC ด้วย แต่ใช้เทคนิคที่น่าสนใจกว่านั้น

เกริ่นซะยาว (เพื่ออธิบายเรื่อง ANC ล้วน ๆ) ในบทความนี้ขอพาเจาะลึก SHOKZ OpenFit Pro หูฟัง Over-Ear รุ่นแรก ที่มาพร้อมระบบตัดเสียงรบกวนภายนอก นำเข้าโดยบริษัท โคแอน จำกัด (KOAN) ที่ต้องการให้ผู้ใช้รายใหม่ ๆ ในไทย รู้จักกับที่สุดของเทคโนโลยีลดเสียงรบกวน (Noise Reduction) ในหูฟัง Open-Ear เป็นครั้งแรกของโลก Techhub จะพาไปเจาะสเปกและนวัตกรรมเบื้องหลังความสำเร็จ ที่ทำให้หูฟังรุ่นนี้คว้ารางวัลระดับโลกมาแล้วกันครับ
SHOKZ OpenFit Pro มาพร้อมระบบ Noise Reduction ที่ผสานฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์เข้าด้วยกัน โดยในด้านฮาร์ดแวร์ก็มีการใช้ไมโครโฟนประสิทธิภาพสูงถึง 6 ตัว ช่วยดักจับเสียงแวดล้อมได้อย่างแม่นยำ จากนั้นก็ใช้ AI ช่วยวิเคราะห์รูปทรงหูของผู้ใส่แบบ Real-time เพื่อคำนวณการปล่อยคลื่นเสียงหักล้าง
ผลลัพธ์คือ SHOKZ OpenFit Pro สามารถลดเสียงรบกวนได้สูงสุด 14 dB โดยตัวหูฟังสามารถดรอปเสียงรบกวนที่น่ารำคาญลงได้ ในขณะที่ยังคงปล่อยให้เสียงสำคัญ (เช่น เสียงรถ เสียงคนเรียก) เล็ดลอดเข้ามาได้เพื่อความปลอดภัย
และด้วยฟีเจอร์ Noise Reduction ก็ทำให้ตัวหูฟัง SHOKZ OpenFit Pro ได้รับมาตรฐานจาก TÜV Rheinland และคว้ารางวัลนวัตกรรม Innovation Awards จากงาน CES 2026 มาครองได้สำเร็จ การันตีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเสียงระดับโลกกันเลย
เพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้ที่ต้องการคุณภาพเสียงระดับพรีเมียม SHOKZ OpenFit Pro จัดเต็มด้วยเทคโนโลยี SHOKZ SuperBoost ไดรเวอร์คู่สองไดอะเฟรม: ช่วยแยกการทำงานของย่านเสียงต่ำและเสียงสูงออกจากกันอย่างชัดเจน
ช่วงความถี่ 50 Hz – 49 kHz: ให้มิติเสียงที่กว้างมาก เบสลงได้ลึกและเป็นลูกกระชับขึ้นกว่ารุ่นก่อนหน้า ทำให้การฟังเพลงตอนออกกำลังกายหรือทำงานมีอรรถรสเต็มเปี่ยม สามารถปรับแต่ง EQ เพิ่มเติมได้ผ่านแอปพลิเคชัน SHOKZ

นอกจากเรื่องเสียงแล้ว ด้านสเปกหูฟังไร้สาย ก็ยังจัดเต็มด้วยการรองรับ Bluetooth 6.1 : มาตรฐานการเชื่อมต่อล่าสุดที่ให้ความเสถียรขั้นสุด ลดอาการเสียงกระตุกหรือดีเลย์ (ส่วนผมใช้ Bluetooth 5.4 ต่อไป…) และสามารถเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์และสมาร์ตโฟนได้พร้อมกัน 2 อุปกรณ์ สลับใช้งานระหว่างฟังเพลงและรับสายได้อย่างไร้รอยต่อด้วย
ตัวแบตฯ สามารถใช้งานต่อเนื่องถึง 12 ชั่วโมง ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง หากใช้งานรวมเคสก็ขยายเวลาความบันเทิงได้ยาวนานถึง 50 ชั่วโมงเลย ทั้งรองรับ Fast Charge หรือชาร์จด่วนเพียง 10 นาที ก็สามารถหยิบไปฟังต่อได้ถึง 4 ชั่วโมง และตัวเคสยังรองรับการชาร์จแบบไร้สาย Wireless Charging เพิ่มความสะดวกสบายบนโต๊ะทำงานได้อีก

สุดท้ายคือมี IP55 Water & Dust Resistance: มาตรฐานกันน้ำและฝุ่นระดับ IP55 พร้อมลุยทุกสภาพอากาศ ไม่ว่าจะใส่วิ่งมาราธอน เหงื่อท่วม หรือเจอฝนปรอย ๆ ก็รอด
“การเปิดตัว SHOKZ OpenFit Pro ถือเป็นการยกระดับมาตรฐานหูฟังแบบเปิดหูไปอีกขั้น ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ที่ต้องการทั้งเสียงคุณภาพระดับพรีเมียมและรับรู้สิ่งต่างๆ รอบตัวไปพร้อมกัน” นายลักษณ์วัตร์ เหรียญเจริญสุข กรรมการบริหาร บริษัท โคแอน จำกัด
SHOKZ OpenFit Pro ไม่ใช่แค่หูฟังใส่วิ่งอีกต่อไป แต่ถือเป็น Daily Earbuds ที่ออกแบบมาให้ใส่ติดหูได้ทั้งวัน ไม่ว่าจะใส่นั่งทำงานในออฟฟิศ ประชุมออนไลน์ หรือออกกำลังกายในช่วงเย็น การมีเทคโนโลยีลดเสียงรบกวน 14 dB เข้ามา ช่วยลดความเหนื่อยล้าจากการฟังเสียงจอแจรอบข้าง ถือเป็นตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบสำหรับคนที่เกลียดความอึดอัดของหูฟัง In-Ear แต่ยังโหยหาความเงียบและคุณภาพเสียงที่ดี
ท้ายนี้ตัว SHOKZ OpenFit Pro เปิดราคาที่ 9,490 บาทครับ










