มีความเสี่ยง จีนเตือนเร่งสร้างศูนย์ข้อมูล อาจเสียเปล่าไม่ได้ใช้งาน

[จากใจ CEO] ดูเหมือนกระแสศูนย์ข้อมูล AI นับวันจะยิ่งหยุดไม่อยู่ ซึ่งควรจะเป็นข่าวดีสำหรับบริษัทผู้ผลิตชิปประมวลผล ทว่าในจีนกลับมองต่างออกไป หลังมีผู้ผลิตชิปรายใหญ่ที่สุดของจีนเตือนว่า ศูนย์ข้อมูล AI ที่สร้างขึ้นอย่างเร่งรีบสร้างนั้น “อาจไม่ได้ใช้”

Zhao Haijun ซีอีโอร่วมของ Semiconductor Manufacturing International Co. (SMIC) เตือนศูนย์ข้อมูล AI ที่กำลังถูกเร่งสร้างขึ้นแบบที่ไม่เคยมีมาก่อนนั้น สุดท้ายก็อาจไม่ได้ใช้เลย เหมือนกับศูนย์ข้อมูลที่ชานเมืองของจีน หลังสร้างขึ้นในช่วงต้นทศวรรษ 2020 หลายแห่ง ปัจจุบันก็ยังหาผู้เช่าใช้งานไม่ได้

“หลายบริษัทอยากสร้างศูนย์ข้อมูลที่รองรับความจุระดับ 10 ปี แต่หวังใช้เวลาสร้างแค่ 1 – 2 ปี”

สื่อ Bloomberg อ้างอิงคำกล่าวของ Zhao Haijun ในที่ประชุมผลประกอบการครั้งล่าสุด โดยมองด้วยว่าบริษัทที่อยากสร้างศูนย์ข้อมูล AI ระดับนั้น อาจยังไม่ได้วางแผนการใช้งานด้วยซ้ำ

ทั้งนี้ทาง Zhao Haijun ยังได้เปรียบเทียบ AI กับโครงการต่าง ๆ ของภาครัฐอย่าง รถไฟความเร็วสูง หรือทางด่วนเส้นใหม่ ที่ต่างก็เตรียมสร้างเพื่อรองรับการเติบโตของการจราจรในอนาคต มีความจำเป็นในการใช้งานและเร่งด่วนจริง ส่วน AI กลับไม่มีแผนชัดเจน

ฝั่งนักพัฒนาโมเดล AI ระดับแนวหน้าอย่าง Alphabet , Meta , OpenAI และ xAI อาจแย้งว่าสามารถใช้ทรัพยากรเกือบทั้งหมดที่ได้รับมาได้ แต่ก็คงลืมไปว่า “ไม่ใช่บริษัทเดียว” ที่ลงทุนหลายพันล้านดอลลาร์ฯ ในโครงสร้างพื้นฐาน AI เพื่อคาดหวังการเติบโตในอนาคต

อ้างอิงจาก Moody’s Ratings เผยโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับ AI อาจทะลุมากถึง 3 ล้านล้านดอลลาร์ฯ ในอีก 5 ปีข้างหน้า และเฉพาะในปี 2026 ปีเดียว ก็มีค่าใช้จ่ายแตะ 6.5 แสนล้านดอลลาร์ฯ เข้าไปแล้ว สำหรับ Alphabet , Amazon Web Services , Meta Platforms และ Microsoft ที่ยังคงขยายขีดความสามารถด้าน AI อย่างต่อเนื่อง

ฝั่งบริษัทจากจีนอย่าง Alibaba , Tencent และ ByteDance ก็มีลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI อย่าง Aggressively เช่นกัน

ย้อนกลับไปในปี 2020 จีนมีโครงการ Eastern Data, Western Computing ที่ว่าด้วยการส่งข้อมูลจากภาคตะวันออกไปประมวลผลที่ภาคตะวันตก เปิดโอกาศให้สตาร์ทอัปหลายแห่งได้สร้างศูนย์ข้อมูล AI และคลาวด์ขนาดใหญ่ทั่วภูมิภาคตะวันตกของจีน และหวังให้ช่วยเรื่องค่าไฟด้วย แต่กลับกลายเป็นว่าระยะทางที่ไกลขึ้นทำให้เกิดความหน่วงหรือ Latency ที่เพิ่มขึ้น จนทำให้ศูนย์ข้อมูลเหล่านี้มีความน่าสนใจลดลง….ลดลงจนร้างในที่สุด

อย่างกรณีที่มีหลาย ๆ โครงการ คาดหวังให้รัฐเป็นลูกค้าหลัก แต่สุดท้ายก็ไม่เป็นไปตามเป้า จนมีศูนย์ข้อมูลหลายแห่งถูกปล่อยทิ้งร้าง หรือใช้งานเพียง 20 – 30% ของขีดความสามารถจากศูนย์ข้อมูล แต่การลงทุนก็ยังคงดำเนินต่อไปในปี 2024 และลากยาวมาจนถึงปี 2025 สุดท้ายก็มีคำถามจากนักลงทุนว่า “มันคุ้มไหม” หากต้องหวังผลตอบแทนในระยะยาว

สุดท้ายรัฐบาลจีนก็ต้องออกมาตรการควบคุม เพื่อป้องกันการสร้างศูนย์ข้อมูล AI เกินขนาดในที่สุด

ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า AI อาจส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมและธุรกิจครั้งใหญ่ แต่ก็ยังบอกไม่ได้ว่า AI จะใช้เวลานานแค่ไหนในการเข้าถึงภาคส่วนต่าง ๆ ของเศรษฐกิจ และผลกระทบนั้นจะมีขนาดใหญ่เพียงใด จนเป็นที่มาของความกลัวเรื่อง “ฟองสบู่ AI” ที่ถูกกล่าวถึงมากขึ้นเรื่อย ๆ นั้นเองครับ

ที่มา : TomsHardware