แคลิฟอร์เนียทดสอบ Smart Freeway ทางด่วนอัจฉริยะ ยอมกักรถทางเข้าเพื่อวิ่งฉลุยข้างใน ลดรถติดสูงสุด 65% ถ้าใช้ในไทย จุดไหนจะรอดกัน ?
แคลิฟอร์เนียเดินหน้าทดสอบ Smart Freeway ระบบทางด่วนอัจฉริยะ ด้วยระยะทางประมาณ 13 กิโลเมตร โดยหันมาใช้ อัลกอริทึมแก้รถติด และคอยคำนวณความเร็วที่เหมาะสมให้คนขับ แทนการทุ่มงบมหาศาลเพื่อขยายช่องจราจรแบบเดิมๆ
โมเดลนี้เป็นการร่วมมือกันระหว่างคณะกรรมการการขนส่งริเวอร์ไซด์เคาน์ตี้ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเปลี่ยนถนนที่เคยแน่นขนัดจนขยับไม่ได้ในช่วงเวลาเร่งด่วน ให้ไหลลื่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
จุดเปลี่ยนสำคัญของ ระบบควบคุมรถอัจฉริยะ นี้ อยู่ที่บริเวณทางเข้าทางด่วนทั้ง 3 จุดหลัก โดยอัลกอริทึมจะเข้ามาควบคุมสัญญาณไฟปล่อยรถเข้าสู่ทางหลัก จากเดิมที่ปล่อยรถเป็นรอบเวลาตายตัวไม่กี่วินาที จะถูกเปลี่ยนเป็นการคำนวณตามความหนาแน่นของรถในเวลานั้น ส่งผลให้ผู้ขับขี่อาจต้องจอดรอสัญญาณไฟตรงทางเข้ายาวนานถึง 4 นาทีหรือมากกว่านั้น เพื่อแลกกับการที่เมื่อเข้าสู่ทางด่วนไปแล้ว จะสามารถทำความเร็วได้ต่อเนื่องโดยไม่ต้องเจอวิกฤตรถติดสลับหยุดนิ่ง
เบื้องหลังเทคโนโลยีนี้ คือเซนเซอร์ตรวจจับจราจรเรียลไทม์ โดยโครงการนำร่องนี้ใช้งบประมาณลงทุนราว 33 ล้านดอลลาร์ และมีกำหนดทดสอบระบบยาวนาน 2 ปี โดยทางเจ้าหน้าที่ย้ำชัดว่าระบบนี้ขับเคลื่อนด้วย เซนเซอร์ตรวจจับจราจร ขั้นสูงที่ฝังอยู่ใต้พื้นผิวถนนเพื่อวิเคราะห์สภาพการจราจรแบบเรียลไทม์ ไม่ใช่การใช้ปัญญาประดิษฐ์หรือ AI อย่างที่หลายคนกังวล
ดังนั้นข้อมูลทั้งหมดจะถูกนำมาประมวลผลเพื่อแนะนำความเร็วที่เหมาะสมผ่านป้ายดิจิทัลข้างทางเท่านั้น ไม่มีระบบจับภาพหรือออกใบสั่งย้อนหลัง ซึ่งโมเดลลักษณะนี้เคยประสบความสำเร็จมาแล้วในออสเตรเลียเมื่อปี 2020 ที่สามารถลดเวลาเดินทางลงได้ถึง 35-65% และในเมืองเดนเวอร์ที่ลดลงได้ราว 20%
ต้องยอมรับว่า ยอมช้าก่อนเข้า เพื่อไปได้เร็วเมื่ออยู่ข้างใน” ถือเป็นตรรกะที่ฉลาดในเชิงคณิตศาสตร์จราจร เพราะการสกัดรถไม่ให้เข้าไปแย่งกันเบียดจนเกิดคอขวด ย่อมดีกว่าการปล่อยให้ไหลเข้าไปติดแหง็กพร้อมกันทั้งหมดครับ ลองคิดเล่น ๆ กันทีนะว่า ถ้าใช้กับประเทศเราบ้าง จะใช้กับทางด่วนจุดไหนได้ดีสุด……..
ที่มา








