Google ใช้ AI ช่วยนักบินเลี่ยง Contrail หรือ เมฆหางเครื่องบิน ตัวการกักความร้อนบนชั้นบรรยากาศ ลดผลกระทบโลกร้อนได้สูงสุดถึง 54%
คิดว่าหลายคน น่าจะเคยสังเกตเห็นควันขาวๆ บนท้องฟ้าเวลาที่เครื่องบิน บินผ่านไป บางคน (เช่นผมเอง) เคยเข้าใจว่า มันคือควันที่ออกมาจากไอพ่นของเครื่องบินครับ
แต่ความจริง สิ่งนี้เรียกว่า Contrail หรือเมฆหางเครื่องบินครับ โดยจะเป็นเส้นริ้วสีขาวที่เกิดจากการควบแน่นตามหลังเครื่องบินเมื่อบินผ่านอากาศเย็นในชั้นบรรยากาศระดับสูง
โดยส่วนใหญ่แล้ว ริ้วหมอกนี้จะสลายตัวไปอย่างรวดเร็ว แต่ในบางกรณีจะไม่สลายตัวและกลายเป็นตัวกักเก็บความร้อนไว้จนส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งการประเมินชี้ว่า Contrail อาจมีส่วนสร้างความร้อนสูงถึงหนึ่งในสามของผลกระทบโลกร้อนทั้งหมดที่เกิดจากภาคการบิน ซึ่งมีส่วนทำให้โลกเราร้อนขึ้นครับ
แต่ล่าสุด มีความพยายามที่จะแก้ไขปัญหานี้ โดยนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เข้ามาช่วย โดย AI ของ Google ค้นพบวิธีลดผลกระทบต่อภาวะโลกร้อนที่เกิดจากเมฆหางเครื่องบินเหนือมหาสมุทรแปซิฟิกได้สำเร็จ
ด้วยการใช้ระบบพยากรณ์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ร่วมกับโมเดลการเกิดคอนเทรลแบบโอเพนซอร์ส ซึ่งระบบของ Google ช่วยให้นักบินหลีกเลี่ยงมวลอากาศชื้นที่เป็นปัจจัยก่อให้เกิดคอนเทรลชนิดคงตัวยาวนาน ช่วยลดผลกระทบที่ทำให้โลกร้อนลง
ผลทดสอบคือ AI สามารถช่วยบรรเทาปัญหานี้ได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยแทบไม่ต้องเพิ่มต้นทุนหรือภาระงาน หลักการคือการใช้ AI วิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียมเพื่อจำลองพิกัดที่มวลอากาศชื้นมีแนวโน้มจะสร้างคอนเทรลที่คงตัว จากนั้นให้นักบินปรับระดับความสูงเพียงเล็กน้อยเพื่อหลบเลี่ยงพื้นที่เหล่านั้น
การทดสอบล่าสุดร่วมกับสายการบินคาเธ่ย์ แปซิฟิค ได้นำโมเดลนี้ไปใช้กับ 80 เที่ยวบิน รวมถึงเส้นทางฮ่องกง–สิงคโปร์ซึ่งมักเกิดคอนเทรลหนาแน่น โดยระบุว่าสามารถลดผลกระทบจากความร้อนของคอนเทรลลงได้ราว 40%
ผลลัพธ์นี้ต่อยอดมาจากการทดลอง 70 เที่ยวบินในสหรัฐฯ เมื่อช่วงต้นปีร่วมกับอเมริกันแอร์ไลน์ครับ ซึ่งพบว่านักบินสามารถลดการเกิดคอนเทรลได้ถึง 54% แม้จะยังไม่ชัดเจนว่าการลดลงดังกล่าวส่งผลต่อการลดความร้อนได้มากน้อยเพียงใด แต่ Google รายงานว่า วิธีนี้ ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้นเพียง 2% เท่านั้น
ในอนาคตอันใกล้ Google วางแผนจะทดสอบในสเกลที่ใหญ่ขึ้นร่วมกับคาเธ่ย์ แปซิฟิค โดยครอบคลุมเที่ยวบินมากขึ้น เพื่อเร่งงานวิจัยเรื่องคอนเทรลและสร้างผลลัพธ์ในการบรรเทาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
อย่างไรก็ดี เรื่องนี้ก็ยังโอบโดนโยงไปเรื่องดราม่านะ เพราะการใช้งาน AI เองก็เผชิญข้อกังวลด้านสิ่งแวดล้อมเช่นกัน เนื่องจากปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของ Google เองพุ่งสูงขึ้นอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา อันเป็นผลมาจากการขยายตัวของศูนย์ข้อมูลเพื่อประมวลผล AI นั่นเองครับ
ที่มา : pcmag








