ทำไมต้อง Bluetooth เปิดตำนานฟันสีฟ้า เทคโนโลยีที่ฆ่าไม่ตาย

Bluetooth

หยิบหูฟังไร้สายขึ้นมา เชื่อมต่อเมาส์ หรือกดซิงค์มือถือเข้ากับรถยนต์ เราทำสิ่งเหล่านี้จนเป็นกิจวัตร และคุ้นเคยกับสัญลักษณ์ตัว B สีน้ำเงิน บนหน้าจอกันดี แต่เคยสงสัยไหมครับว่า… ทำไมต้อง “Bluetooth”

ทำไมเทคโนโลยีที่ดูทันสมัย ล้ำยุค และกำเนิดขึ้นในห้องประชุมของบริษัทไอทียักษ์ใหญ่ ถึงมีชื่อที่แปลตรงตัวว่า “ฟันสีฟ้า”  ฟังดูเหมือนชื่อโรคสักอย่างในปากมากกว่าชื่อนวัตกรรมระดับโลกเลยไหมนะ…

ความจริงที่น่าทึ่งคือ ชื่อนี้ไม่ได้เกิดจากการระดมสมองของฝ่ายการตลาดในยุค 90s แต่มันย้อนกลับไปไกลกว่า 1,000 ปี สู่ยุคสมัยของนักรบไวกิ้งและกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่แห่งคาบสมุทรสแกนดิเนเวีย เรื่องราวนี้ทั้งบังเอิญและมีความหมายมากกว่าที่ทุกคนคิด

ย้อนรอยยุค 90s เมื่อสายไฟคือศัตรู

ในช่วงกลางทศวรรษที่ 1990 โลกไอทีกำลังปวดหัวกับปัญหาที่เรียกว่าสงครามสายไฟ ซึ่งอุปกรณ์ต่าง ๆ เชื่อมต่อกันยากลำบาก ต้องใช้สายเฉพาะทาง วุ่นวายไปหมด

ตอนนั้นเอง เหล่ายักษ์ใหญ่แห่งวงการอย่าง Ericsson, IBM, Toshiba, Nokia และ Intel ตัดสินใจจับมือกัน เพื่อสร้างมาตรฐานการสื่อสารระยะสั้นแบบไร้สายขึ้นมา เป้าหมายคือการกำจัดสายเคเบิล RS-232 และทำให้คอมพิวเตอร์กับอุปกรณ์พกพาคุยกันรู้เรื่อง

กลุ่มความร่วมมือนี้กลายมาเป็น Bluetooth Special Interest Group (SIG) ที่เราเห็นกันในปัจจุบัน แต่ก่อนที่มันจะเปิดตัว ปัญหาโลกแตกที่วิศวกรต้องเจอก็คือ… เราจะเรียกโปรเจกต์นี้ว่าอะไรดี?

ฮีโร่ของเรื่องนี้คือ Jim Kardach วิศวกรจาก Intel ในระหว่างที่ทีมกำลังพัฒนาเทคโนโลยี Kardach ได้เสนอชื่อ Bluetooth ขึ้นมาเป็น Codename สำหรับใช้ภายในโปรเจกต์เท่านั้น พูดง่าย ๆ คือ ตั้งใจใช้มันเป็นชื่อชั่วคราวเท่านั้นแหละ

ตามตำนานที่เล่า ๆ กันมา ไอเดียนี้เกิดขึ้นในวงเหล้า ขณะที่พวกเขากำลังถกกันเรื่องประวัติศาสตร์ Kardach เปรียบเทียบเทคโนโลยีใหม่นี้กับกษัตริย์ในตำนานพระองค์หนึ่ง นั่นคือ กษัตริย์ฮารัลด์ บลูทูธ กอร์มสัน (Harald Bluetooth Gormsson)

กษัตริย์ฮารัลด์คือกษัตริย์ไวกิ้งผู้ปกครองเดนมาร์กในช่วงปี ค.ศ. 958 ถึง 986 และยังครองราชย์ในนอร์เวย์ช่วงสั้น ๆ วีรกรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของพระองค์คือ การรวบรวมเผ่าต่าง ๆ ของเดนมาร์กและนอร์เวย์ให้เป็นปึกแผ่น ยุติความขัดแย้งและสร้างอาณาจักรที่รวมเป็นหนึ่งเดียว

Kardach มองเห็นภาพซ้อนทับกันอย่างชัดเจนคือ กษัตริย์ฮารัลด์รวมเผ่าไวกิ้งให้เป็นหนึ่งเดียวได้ฉันใด เทคโนโลยีของเราก็จะรวมโปรโตคอลการสื่อสารของ PC และ Cellular ให้คุยกันรู้เรื่องได้ฉันนั้น และนั่นเป็นที่มาของการเลือกใช้คำว่า Bluetooth (มันดูมี สตอรี่นะเออ)

ทั้งนี้ ฉายา Bluetooth ของกษัตริย์ฮารัลด์นั้นเป็นที่ถกเถียงกันในหมู่นักประวัติศาสตร์ และมีทฤษฎีสนุก ๆ อยู่ 2 ข้อคือ

1.สายกิน บางตำนานบอกว่าพระองค์โปรดปรานการเสวยบลูเบอร์รี่มากจนฟันย้อมเป็นสีน้ำเงิน (อันนี้ดูน่ารัก แต่อาจจะไม่จริงเท่าไหร่)
2.สายโหด (ที่น่าจะสมจริง) ซึ่งดูเป็นทฤษฎีที่มีน้ำหนักมากกว่า โดยในภาษานอร์สโบราณ คำว่า Blue สามารถแปลว่าสีดำหรือสีคล้ำ ได้ด้วย เป็นไปได้สูงว่าพระองค์อาจจะมีฟันตายที่เน่าเปื่อยจนเป็นสีคล้ำดำ ซึ่งเป็นที่มาของฉายาที่ดูน่าเกรงขาม และน่ากลัวนิด ๆ

แล้วทำไมต้อง ฟันสีฟ้า กษัตริย์ไม่ได้แปรงฟันหรือ หรือทำไม ไม่ใช้ชื่อส่วนอื่นอย่าง Harald หรือ Gormsson ?

จากบันทึกประวัติศาสตร์เทคโนโลยีและบทสัมภาษณ์ของ Jim Kardach มีเหตุผลหลัก ๆ ที่ทำให้ Bluetooth ชนะชื่ออื่น ๆ คือ

1. ชื่อ Harald นั้นโหลมากในแถบสแกนดิเนเวีย ในประวัติศาสตร์และตำนานนอร์ส ชื่อ Harald เปรียบเสมือนชื่อสมชายในบ้านเราครับ มีกษัตริย์และบุคคลสำคัญชื่อ Harald เยอะมาก เช่น Harald Fairhair กษัตริย์นอร์เวย์อีกองค์

ถ้าตั้งชื่อโปรเจกต์ว่า Project Harald คนในทีมอาจจะงงว่า ฮารัลด์ไหน? หรือรู้สึกว่ามันดูเป็นชื่อคนธรรมดาเกินไป ไม่สื่อถึงความพิเศษ

แต่ Bluetooth คือเอกลักษณ์ที่ระบุตัวตนได้ชัดที่สุด ในทางประวัติศาสตร์ เวลาเราเอ่ยถึงกษัตริย์องค์นี้ สิ่งที่ทำให้คนจำพระองค์ได้ทันทีไม่ใช่ชื่อจริง แต่คือ ฉายาครับ

ดังนั้น คำว่า Bluetooth มันมีความแปลก ในภาษาอังกฤษ มันสะดุดหู ฟังดูเป็นสิ่งของหรือรหัสมากกว่าชื่อคน ทำให้เหมาะกับการนำมาใช้เป็น Codename มากกว่า

ส่วน Gormsson  มันก็แปลว่า บุตรแห่งกอร์ม มันก็อาจจะเกิดคำถามอีกว่า กอร์มไหนวะ? ชื่อ Bluetooth ก็เลยเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดนั่นเอง

กลับมาที่ยุคปัจจุบัน เดิมทีชื่อ Bluetooth ถูกวางไว้เป็นแค่ชื่อชั่วคราว ทีมการตลาดตั้งใจจะใช้ชื่อที่เป็นทางการอย่าง RadioWire หรือ PAN (Personal Area Network) เมื่อถึงเวลาเปิดตัว

แต่เหมือนฟ้าลิขิต…
– ชื่อ PAN ดันธรรมดาเกินไปและค้นหาในอินเทอร์เน็ตยาก
– ชื่อ RadioWire ก็เสร็จไม่ทันกำหนดการเปิดตัว (ยังไม่ผ่านขั้นตอนการตรวจสอบทางกฎหมาย)

สุดท้าย หวยเลยมาออกที่ชื่อ Bluetooth และกลายเป็นว่าชื่อแปลก ๆ นี้กลับติดหูผู้คนอย่างรวดเร็ว มันโดดเด่น แตกต่าง และมีสตอรี่

นอกจากนี้ ยังมีความลับในโลโก้ที่ทุกคนอาจไม่เคยสังเกต
ลองก้มลงดูโลโก้ Bluetooth ในมือถือของทุกคนอีกครั้ง สัญลักษณ์รูปตัว B ประหลาด ๆ นั้นไม่ใช่แค่ดีไซน์เก๋ ๆ แต่มันคือ อักษรรูนของชาวไวกิ้งมารวมร่างกัน

มันเกิดจากการนำอักษรสองตัวมาซ้อนกัน คือ
1.ᚼ (Hagall) ตัวแทนของ H (Harald)
2.ᛒ (Bjarkan) ตัวแทนของ B (Bluetooth)

เมื่อนำมารวมกัน จึงกลายเป็นโลโก้ Bluetooth ที่เรารู้จักกันทั่วโลก เป็นการคารวะแด่กษัตริย์ไวกิ้งผู้รวบรวมอาณาจักรอย่างสมบูรณ์แบบ

วันนี้ ในขณะที่เราเชื่อมต่อหูฟังไร้สาย หรือส่งไฟล์หากัน แทบไม่มีใครนึกถึงกษัตริย์ไวกิ้งในศตวรรษที่ 10 อีกแล้ว แต่จิตวิญญาณของการรวมกันเป็นหนึ่ง ของพระองค์ยังคงอยู่ในทุกการเชื่อมต่อ

จากตำนานฟันผุ (หรือบลูเบอร์รี่) สู่มาตรฐานเทคโนโลยีที่ขาดไม่ได้ในชีวิตประจำวัน Bluetooth พิสูจน์แล้วว่า บางครั้งชื่อที่ดีที่สุด อาจจะมาจากที่ที่เราคาดไม่ถึงที่สุด และบางครั้ง… เรื่องราวเก่าแก่พันปีก็เข้ากันได้ดีกับโลกดิจิทัลอย่างน่าประหลาด

 

Source :