โต้กลับข่าวลือ ChatGPT ผลาญทรัพยากร เทรนมนุษย์สิ้นเปลืองกว่า AI

ChatGPT ผลาญทรัพยากร

ดูเหมือน Sam Altman ซีอีโอของ OpenAI จะเริ่มหมดความอดทนกับคำถามเรื่องสิ่งแวดล้อมครับ ล่าสุดเขาออกมาโต้กลับกระแสโจมตีที่ว่า AI กำลังผลาญทรัพยากรโลก

โดยระบุว่าเรื่องการใช้น้ำของ Data Center เป็นเรื่องไม่จริง พร้อมเปรียบเทียบแสบๆ ว่า แท้จริงแล้วการเทรนมนุษย์ให้ฉลาดนั้น ใช้พลังงานสิ้นเปลืองยิ่งกว่า AI เสียอีก

โดยในการสัมภาษณ์ล่าสุดที่งาน India AI Impact summit แซมถูกถามถึงรายงานที่อ้างว่า ChatGPT ใช้น้ำระบายความร้อนถึง 17 แกลลอนต่อการตอบคำถามหนึ่งครั้ง เขาตอบทันควันว่าตัวเลขนี้ “ไม่จริงโดยสิ้นเชิง บ้าบอ และไม่มีมูลความจริง”

เขาชี้แจงว่าปัญหาเรื่องน้ำเคยเป็นเรื่องน่ากังวลสมัยที่ใช้ระบบหล่อเย็นแบบระเหย แต่ปัจจุบันเทคโนโลยีเปลี่ยนไปแล้ว แม้เขาจะไม่ได้เปิดเผยตัวเลขที่แท้จริง แต่เทรนด์โลกอย่าง Microsoft ก็เริ่มใช้ Data Center ที่ไม่ใช้น้ำในการระบายความร้อนแล้วเช่นกัน

และเมื่อถูกถามถึงพลังงานไฟฟ้า อัลต์แมนยอมรับว่า Data Center ใช้ไฟเยอะจริง และเสนอให้โลกหันไปหาพลังงานนิวเคลียร์ ลม หรือแสงอาทิตย์ แต่จุดพีคอยู่ที่การเปรียบเทียบของเขา เมื่อเขาบอกว่าการวิจารณ์ AI นั้นไม่แฟร์ เพราะมนุษย์เองก็ใช้พลังงานมหาศาลกว่าจะฉลาดได้

โดยกว่าคนหนึ่งคนจะฉลาด ต้องใช้เวลาถึง 20 ปี กินอาหารและใช้ทรัพยากรไปมากมาย… หากเทียบกันแล้ว เมื่อโมเดล AI ถูกเทรนเสร็จ การถามคำถาม ChatGPT หนึ่งครั้ง น่าจะประหยัดพลังงานมากกว่ามนุษย์ตอบคำถามเดียวกันเสียอีก

แม้ซีอีโอ OpenAI จะมองว่าคุ้มค่า แต่ตัวเลขทางสถิติยังน่าห่วง ข้อมูลจาก IEA ระบุว่า Data Center ทั่วโลกใช้ไฟราว 415 TWh (1.5% ของโลก) และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 2 เท่าในปี 2030 ส่วนหนึ่งมาจากการเติบโตของ AI นั่นเอง

ในมุมมองส่วนตัว ผมมองว่า คำตอบของ Sam Altman ครั้งนี้ถือว่ากล้าและเสี่ยงมากในแง่ของ PR การหยิบเอา ต้นทุนการเติบโตของมนุษย์ มาเทียบกับการประมวลผลของชิป ดูจะเป็นการเปรียบเทียบแบบกำปั้นทุบดินไปหน่อย

จริงอยู่ที่มนุษย์ใช้ทรัพยากรเยอะกว่าจะโตมาฉลาด แต่เราต้องไม่ลืมว่า AI ไม่ได้มาแทนที่การใช้พลังงานของมนุษย์ แต่มันคือการเพิ่มภาระการใช้พลังงานเข้าไปอีก มนุษย์ก็ยังต้องกินต้องใช้อยู่เหมือนเดิม แถมต้องแบ่งไฟฟ้าไปให้ AI อีกต่างหาก

ประเด็นสำคัญที่ Altman อาจจะเลี่ยงตอบคือ Efficiency หรือความคุ้มค่าของการใช้พลังงานต่างหาก ถ้า AI ใช้ไฟเยอะแต่ช่วยคิดค้นยาต้านมะเร็ง หรือแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมได้ นั่นคือคุ้ม แต่ถ้าใช้ไฟมหาศาลเพียงเพื่อเจนรูปภาพเล่นๆ หรือเขียนอีเมลสั้นๆ คำถามเรื่องความสิ้นเปลืองทรัพยากรก็จะยังคงอยู่ต่อไป และเป็นโจทย์ที่ OpenAI ต้องเร่งแก้ด้วยนวัตกรรม ไม่ใช่แค่ฝีปากครับ

ที่มา
techspot