[ผู้ช่วยครู] ย้อนกลับไปช่วงปลายเดือนมกราคม ทาง Microsoft ได้ชวนทีม Techhub ไปเยี่ยมชม ‘ห้องเรียนต้นแบบ’ ที่ใช้ Copilot ช่วยสอน ในโรงเรียนธรรมจารินีวิทยา ทางทีมงานก็ได้เห็นตัวอย่างการสอนของจริง ว่ามันช่วยเปลี่ยนวิชาเรียนเดิม ๆ ให้สนุกและล้ำกว่าที่เคย แต่แน่นอนว่าทางผู้สอนหรือครู ก็ต้องมีทักษะในด้านนี้ด้วย ไม่งั้นคาบเรียนอาจสะดุดได้
ทาง Microsoft ได้ร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการ และภาคีเครือข่ายด้านการศึกษา อาทิ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) และสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) จัดโครงการ “AI for Teachers” เสริมทักษะการใช้ AI ช่วยสอนโดยเฉพาะ
สำหรับโครงการ AI for Teachers ได้มีดำเนินงานตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 ถึงมีนาคม 2569 ที่ผ่านมาแล้ว พบจำนวนครูที่เข้าร่วมและสำเร็จการอบรมมากถึง 160,507 คน และมี 135,560 คนได้รับใบประกาศนียบัตรแล้ว ทั้งนี้ทาง Microsoft หวังให้เกิดการขยายผล โดยกลุ่มครูที่ผ่านการอบรมดังกล่าว อาจส่งต่อความรู้และรูปแบบการสอนใหม่ ๆ นี้ ไปถึงนักเรียนตั้งแต่ระดับประถม มัธยม จนถึงอาชีวะ ได้มากถึง 3,326,065 คน
เมื่อ AI ช่วยครูคืนเวลา

Microsoft ได้ทำการสำรวจผลลัพธ์จากผู้บริหารสถานศึกษาและครูกว่า 1,414 คนที่เข้าร่วมโครงการ ซึ่งตัวเลขที่ออกมาสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของ AI ได้อย่างชัดเจนเลยว่า
- 99.7% ระบุว่า AI ช่วยลดช่องว่างทางการเรียนรู้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับนักเรียนที่เรียนรู้ช้าหรือมีข้อจำกัดด้านภาษา ตอกย้ำบทบาทของ AI ในการสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา
- 98% มีความมั่นใจในการใช้ AI เพิ่มขึ้นอย่างมาก และช่วยลดภาระงานลงได้เฉลี่ย 4 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ หรือประมาณ 153,000 ชั่วโมงการทำงานต่อปี ซึ่งเทียบเท่ากับการมีคุณครูที่ทำงานเต็มเวลาถึง 95 คน
- 88.6% ของโรงเรียนมีนโยบายด้าน AI หรือกำลังจัดทำ ซึ่งช่วยเสริมความมั่นใจให้คุณครูในการใช้ AI มากขึ้น
- 94.8% สังเกตว่านักเรียนใช้ AI ได้อย่างมีความรับผิดชอบและปลอดภัยมากขึ้น
- 76.3% เห็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในการมีส่วนร่วมและความคิดสร้างสรรค์ของนักเรียน
“โครงการ AI for Teachers ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงพลังของ AI ในการพลิกโฉมอนาคตของการศึกษาไทย”
Caroline McGrath ผู้อำนวยการด้านทักษะ AI ประจำภูมิภาคเอเชียของ Microsoft กล่าว พร้อมมองว่า Microsoft ได้ทำงานร่วมกับผู้นำด้านการศึกษาและพันธมิตรในทุกระดับ เพื่อเร่งการสร้างนวัตกรรมและขยายผลการใช้ AI ในระบบการศึกษา ทั้งยังช่วยเสริมศักยภาพครูและผู้นำสถานศึกษา ให้สามารถเข้าถึงทรัพยากร การอบรม และเครื่องมือ AI ที่เชื่อถือได้
ส่วนฝั่งนักเรียน ทาง Microsoft เผยมีการสนับสนุนให้มีความรู้ความเข้าใจด้าน AI และมีทักษะที่เชื่อมโยงกับโลกการทำงานจริง อีกทั้งยังมี “เครื่องมือ” ที่ช่วยให้การนำ AI มาใช้ในห้องเรียนได้อย่างปลอดภัย (เช็คได้เลยว่าใช้ AI ช่วยทำการบ้านไหม) โดยอาจมีคุณครูเปลี่ยนรูปแบบการให้การบ้านใหม่ ที่เน้นให้นักเรียนสามารถพรีเซนต์งานได้อย่างคล่องแคล่ว….ก็อป AI มาอย่างเดียวคือเรียบร้อย
คุณชนิกานต์ โปรณานันท์ ผู้บริหารจาก Microsoft ประเทศไทย ย้ำชัดเจนว่า การพัฒนาทักษะดิจิทัลและ AI ให้คนไทย คือกุญแจสำคัญที่จะดันประเทศสู่การเป็น AI First Nation โครงการนี้พิสูจน์แล้วว่า AI สามารถเข้ามาเป็นผู้ช่วยเสริมพลังให้ครูทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของ กระทรวงศึกษาธิการ ที่มองว่า AI คือเครื่องมือพลิกโฉมการเรียนรู้ เพื่อให้นักเรียนทุกคนได้รับโอกาสพัฒนาทักษะแห่งอนาคตอย่างเท่าเทียม โดยปัจจุบัน 88.6% ของโรงเรียนที่เข้าร่วม เริ่มมีการจัดทำ “นโยบายด้าน AI” เพื่อเป็นกรอบการใช้งานที่ชัดเจนและปลอดภัยแล้ว
ประกวดผลงานในโครงการ AI for Teachers
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนว่าครูนำ AI ไปใช้ทำอะไรบ้าง ทาง Microsoft ได้จัดประกวดผลงานการใช้ AI สร้างสรรค์สื่อการสอนด้วย โดยผลงานที่ได้รับรางวัลประกอบด้วย
รางวัลชนะเลิศ: ผลงาน “Reflex Action: ร่างกายคิดแทนเรา” โดยทีม Jorpor Science Phit สร้างสื่อการสอนวิชาชีววิทยา จำลองกลไกการทำงานของระบบประสาทรีเฟล็กซ์ได้อย่างสมจริงและปลอดภัย ทำให้เนื้อหาที่ซับซ้อนกลายเป็นเรื่องที่เข้าใจง่ายและน่าสนใจ
รางวัลรองชนะเลิศอันดับหนึ่ง: ผลงาน “วัฏจักรน้ำสร้างชีวิต ฝนหลวงพิชิตภัยแล้ง” โดยทีม AI4Edu สร้างสื่อการเรียนรู้เกี่ยวกับวัฏจักรน้ำและโครงการฝนหลวง ซึ่งเป็นการบูรณาการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้ากับการเรียนรู้เพื่อสังคมได้อย่างลงตัว
รางวัลรองชนะเลิศอันดับสอง: ผลงาน “ภารกิจฮีโร่ ‘ยก กด ล้าง’” โดยทีม AI_for_All_1 ซึ่งเป็นตัวอย่างที่น่ารักและสร้างสรรค์สำหรับเด็กเล็ก นำเสนอในรูปแบบการ์ตูนและเสียงพากย์เพื่อสอนสุขอนามัยในการใช้ห้องน้ำอย่างถูกวิธี แสดงให้เห็นว่า AI สามารถสร้างสื่อที่เข้าถึงกลุ่มผู้เรียนทุกวัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เรามักจะได้ยินคำถามที่ว่า “AI จะมาแย่งงานคนไหม ?” แต่โครงการ AI for Teachers คือคำตอบที่ชัดเจนที่สุดว่า “AI ไม่ได้มาแทนที่ครู แต่ครูที่ใช้ AI เป็น จะเก่งและมีเวลามากขึ้น”
การที่ AI สามารถเข้ามาช่วยแบ่งเบาภาระงานเอกสาร งานแอดมิน หรือแม้แต่ช่วยคิดไอเดียทำสื่อการสอน ทำให้คุณครูสามารถประหยัดเวลาไปได้ถึง 4 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ เวลามหาศาลที่ได้คืนมานี้ คือเวลาที่คุณครูจะได้กลับไปทำหน้าที่ที่สำคัญที่สุด นั่นคือการเข้าไปดูแล เอาใจใส่ และพัฒนาศักยภาพของเด็กนักเรียนแบบตัวต่อตัว ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่มีเทคโนโลยีใดในโลกมาทดแทนได้อย่างแน่นอน
สำหรับใครที่สนใจเรียนทักษะด้าน AI กับ Microsoft สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ AI Skills for Educators








