เจาะลึก Osscentric แซนด์บ็อกซ์ปลดล็อก นวัตกรรมแพทย์ ไทยจากบนหิ้งสู่ห้องผ่าตัดจริง หั่นเวลานำเข้า ลดการสูญเสียเงินระดับพันล้านบาทต่อปี!
ความจริงที่เจ็บปวดของวงการแพทย์และวิศวกรรมไทยคือ เรามีหมอเก่งระดับโลก มีวิศวกรหัวกะทิ และมีงานวิจัยสุดล้ำมากมาย แต่สุดท้าย… ของพวกนั้นมักไปตายอยู่ที่กระดาษเปเปอร์หรือบนหิ้งในห้องทดลอง
สาเหตุไม่ใช่เพราะเราทำไม่ได้ แต่เพราะกว่าอุปกรณ์การแพทย์สักชิ้นจะถูกนำมาใช้กับร่างกายมนุษย์ได้จริง มันต้องผ่านด่านอรหันต์ ทั้งมาตรฐานความปลอดภัย กฎหมาย และการทดสอบทางคลินิกที่ซับซ้อนและกินเวลามหาศาล ผลลัพธ์คือ ประเทศไทยยังต้องเสียเงินนำเข้าอุปกรณ์การแพทย์ โดยเฉพาะ แค่กลุ่มโลหะ กว่า 1,500 ล้านบาทต่อปี ทั้งที่เราผลิตเองได้
เพื่ออุดรอยรั่วนี้ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ผ่านบริษัทลูก OsseoLabs ได้จับมือกับ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี และพันธมิตร เปิดตัว “Osscentric: Medical Technology Innovation Sandbox”
พูดให้เข้าใจง่ายๆ นี่คือทางด่วนพิเศษ ที่จับวิศวกร หมอ และนักลงทุนมานั่งทำงานด้วยกันตั้งแต่เดย์วัน เพื่อสร้างเครื่องมือแพทย์เฉพาะบุคคล ให้เสร็จไวขึ้น ปลอดภัยตามมาตรฐานสากล และเอาไปใช้ผ่าตัดคนไข้ได้จริง ไม่ใช่แค่โมเดลโชว์ในงานแฟร์
3 อาวุธลับที่กำลังถูกปั้นใน Sandbox นี้
– AI & 3D Printing ตั้งเป้าพิมพ์อวัยวะเทียมหรืออุปกรณ์ที่ออกแบบมาให้พอดีเป๊ะกับสรีระของคนไข้แต่ละคน (ลาขาดการใช้ไซส์มาตรฐานที่ต้องมางัดแงะให้เข้ากับกระดูกทีหลัง)
– Digital Surgical Simulation ระบบจำลองการผ่าตัดเสมือนจริง ให้หมอได้ซ้อมผ่าตัด และวางแผนเคสยากๆ จนชัวร์ก่อนลงมีดจริง
– Advanced Biomaterials วัสดุชีวภาพขั้นสูงที่ร่างกายมนุษย์จะไม่ต่อต้าน ช่วยลดผลข้างเคียงหลังผ่าตัด
คนไทย จะได้อะไร? จาก นวัตกรรมแพทย์

1.ได้ใช้อุปกรณ์ที่เกิดมาเพื่อคุณคนเดียว เพราะหากคุณต้องผาตัดกระดูกหรือขากรรไกร คุณจะไม่ต้องทนใช้อุปกรณ์สำเร็จรูปที่อาจจะไม่พอดีตัวอีกต่อไป อุปกรณ์จะถูกพิมพ์ 3 มิติออกมาให้เข้ารูปกับกระดูกของคุณโดยเฉพาะ ซึ่งตอนนี้เริ่มใช้จริงแล้วในเคสมะเร็งช่องปากและความผิดปกติของขากรรไกรในหลายโรงพยาบาล (รามาฯ, พระมงกุฎฯ, ราชวิถี)
2.เจ็บน้อยลง ฟื้นตัวไวขึ้น เมื่อหมอได้ซ้อมผ่าตัดผ่านระบบจำลองเสมือนจริง และมีอุปกรณ์ที่พอดีเป๊ะ เวลาที่ใช้ในห้องผ่าตัดจะลดลง ความเสี่ยงลดลง และผลข้างเคียงหลังผ่าตัดก็จะน้อยลงตามไปด้วย
3.เข้าถึงนวัตกรรมใหม่ได้เร็วขึ้นเกือบครึ่ง โดยปกติอุปกรณ์ฝังในร่างกายชิ้นนึง กว่าจะวิจัยเสร็จและผ่าน อย. ต้องใช้เวลาถึง 10 ปี แต่ระบบ Sandbox นี้จะหั่นเวลาเหลือแค่ประมาณ 6 ปี เพราะมีผู้เชี่ยวชาญมาช่วยคุมมาตรฐานตั้งแต่ต้นน้ำ ยื่นจดสิทธิบัตรและขออนุมัติได้ไวขึ้น
ที่สำคัญคือ เงินไม่รั่วไหล นำไปพัฒนาระบบสาธารณสุขต่อ เพราะสามารถการลดนำเข้าของแพงจากเมืองนอกได้มากถึง 1,500 ล้านบาทต่อปี หมายถึงประเทศมีเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไทยมากขึ้น และอาจพลิกบทบาทจากผู้ซื้อ กลายเป็นผู้ส่งออกนวัตกรรมแพทย์ในอนาคต ซึ่งตอนนี้โรงพยาบาลในสิงคโปร์ก็เริ่มชายตามองแล้ว
Osscentric Medical Sandbox ไม่ใช่แค่พื้นที่โชว์ของ แต่คือระบบนิเวศ ที่ถูกสร้างมาเพื่อทลายคอขวดของวงการสาธารณสุขไทย นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่จะบอกว่า ไทยเราพร้อมจะเลิกเป็นแค่ผู้ซื้อและผู้ใช้งานและก้าวขึ้นเป็น ผู้สร้างสรรค์หรือผู้ที่ผลิตเทคโนโลยีต่อชีวิตคนไข้ได้ด้วยมือของเราเองจริงๆ เสียที
ที่มา
ข่าวประชาสัมพันธ์








