[คนดูก็เสี่ยง] ย้อนกลับไปช่วงบอลโลกปี 2022 ที่กาตาร์ กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ได้สั่งปิดเว็บดูบอลเถื่อนถึง 78 โดเมน ปีนั้นว่าเยอะแล้ว แต่ปีนี้ยิ่งกว่า ล่าสุดสั่งปิดเพิ่มอีก 400 เว็บ มากกว่าเดิม 5 เท่า
ในระหว่างที่การแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 กำลังเป็นไปอย่างดุเดือด โดยจัดยาวตั้งแต่วันที่ 11 มิถุนายน ถึงวันที่ 19 กรกฎาคม 2026 ทั้งยังมี 3 ประเทศเป็นเจ้าภาพร่วม ได้แก่ สหรัฐฯ, แคนาดา และเม็กซิโก ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่มีการเพิ่มทีมจาก 32 เป็น 48 ทีมด้วย
แต่ด้วยความอลังการครั้งนี้เอง ก็ส่งผลให้ทางกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ต้องทำงานหนักยิ่งขึ้นถึง 5 เท่า โดยล่าสุดประกาศยึดโดเมนเกือบ 400 รายการที่ลักลอบสตรีมมิงการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 อย่างผิดกฎหมาย ภายใต้ชื่อปฏิบัติการ “Offsides”
ผนวกกับที่สหรัฐฯ เป็นเจ้าภาพร่วม ทำให้หน่วยงานมีความเด็ดขาดกว่าเดิม (เมื่อเทียบกับตอนจัดงานที่กาตาร์) พร้อมทั้งได้รับการสนับสนุนจากทั้ง FIFA ที่ช่วยชี้เป้าโดเมนให้เลย กับได้ข้อมูลสนับสนุนจากทั้งหน่วยงานด้านความบันเทิงต่าง ๆ รวมถึงประเทศโครเอเชีย โรมาเนีย โปแลนด์ และโคลอมเบีย จนสามารถแกะรอยเว็บดูบอลเถื่อนได้ในที่สุด
โดยตำแหน่งเซิร์ฟเวอร์ของเว็บดูบอลเถื่อนที่พบเลยคือ ‘เปรู’ และ ‘บัลแกเรีย’
มีข้อมูลน่าสนใจจาก A. Tysen Duva ผู้ช่วยอัยการสูงสุดจากแผนกคดีอาญาของกระทรวงยุติธรรม เผยเลยว่า การยึดโดเมนยังถือเป็นเครื่องมือที่มีข้อจำกัดในการจัดการกับเครือข่ายที่มักจะสลับสับเปลี่ยนที่อยู่เว็บและมีระบบสำรองข้อมูลเตรียมไว้เสมอ
จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายต้องใช้ยุทธวิธีบุกทลายโดเมนนับร้อยแห่งพร้อม ๆ กันในคราวเดียว แทนที่จะไล่ปิดไปทีละเว็บ
มีบทวิเคราะห์ของ Webroot ในปี 2021 ที่สำรวจเว็บไซต์สตรีมมิงกีฬาผิดกฎหมายพบ 92% ของเว็บไซต์เหล่านี้เลยว่ามีเนื้อหาที่เป็นอันตรายหรือมัลแวร์แอบแฝงอยู่ แพร่กระจายผ่านโฆษณาที่เป็นท่อน้ำเลี้ยงให้กับเว็บไซต์เหล่านี้เอง
โดยช่วงฟุตบอลโลกปี 2024 ทางทีม Microsoft Threat Intelligence ได้แกะรอยโฆษณาแฝงมัลแวร์ ก็พบเลยว่ามีการแพร่กระจายไปยังอุปกรณ์เกือบ 1 ล้านเครื่อง โดยเป็นตัวมัลแวร์อันตรายอย่าง Lumma และ Doenerium
ส่วนกลไกก็มีออกแบบที่แนบเนียนมาก เพียงผู้ใช้กดปุ่ม “Play” ที่ฝังอยู่ในเฟรมวิดีโอบนหน้าเว็บ ก็มีโอกาสติดมัลแวร์ได้เลย โดยไม่จำเป็นต้องหลงกรอกรหัสผ่าน หรือเผลอโหลดไฟล์ .exe มาติดตั้ง จัดเป็นมัลแวร์ประเภท Stealer ที่จะพุ่งดึงข้อมูลผู้ใช้ทั้งคุกกี้ (Cookie) การล็อกอิน หรือ Crypto Wallets ในเบราว์เซอร์ผู้ใช้แบบเสี้ยววินาที
ปัจจุบันปฏิบัติการ Operation Offsides ยังคงเดินหน้าต่อไป และกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ยืนยันว่าจะไล่ล่ากลุ่มผู้ดูแลที่อยู่เบื้องหลังเว็บไซต์เถื่อนที่ถูกยึดเหล่านี้อย่างไม่ลดละ
ที่มา : TomsHardware








