เมื่อโนแลนฟันธง เจน Z ไม่อิน AI โหยหาความเรียลมากกว่าแชตบอต ถอดรหัสสัญญาณเตือนภัยถึงบิ๊กเทค ยุคที่จิตวิญญาณมนุษย์กำลังทวงคืน
พ่อมดแห่งวงการฮอลลีวูดอย่าง คริสโตเฟอร์ โนแลน กำลังจะส่งภาพยนตร์มหากาพย์เรื่องล่าสุดอย่าง The Odyssey ลงจอเงิน ท่ามกลางกระแสคลื่นความร้อนแรงของเทคโนโลยีล้ำสมัย เขากลับเลือกที่จะออกมาเปิดมุมมองสุดแหวกแนว โดยแสดงความเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าว่า
กลุ่มคนรุ่นใหม่อย่าง เจน Z จะเป็นกองกำลังสำคัญในการปฏิเสธและต่อต้านการเติบโตของ ปัญญาประดิษฐ์ ที่บิ๊กเทคพยายามยัดเยียดให้คนทั้งโลก เนื่องจากผู้บริโภคยุคใหม่กำลังเหนื่อยหน่ายกับสิ่งสังเคราะห์ และโหยหาประสบการณ์ที่จริงใจและจับต้องได้จากมนุษย์มากกว่า
โดยโนแลน ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้กำกับ ที่มีความอินดี้ถึงขั้นไม่ยอมพกสมาร์ตโฟนเพราะกลัวเสพติดการไถหน้าจอ ซึ่งเขาเผยข้อมูลที่ได้จากการสังเกตลูก ๆ ทั้ง 4 คนของตนเองว่า เด็กเจน Z สามารถแยกแยะและตราหน้าคอนเทนต์จากปัญญาประดิษฐ์ว่าเป็นเพียง “ขยะไอที” ได้ในทันที เพราะพวกเขาเติบโตมาในโลกออนไลน์จนรู้ไส้รู้พุงมันหมดแล้ว โนแลนมองว่า ความพยายามของบริษัทยักษ์ใหญ่ที่จะเปลี่ยนทุกอย่างให้เป็นแชตบอตไม่มีวันสำเร็จ และ AI ดันเกิดมาผิดเวลาในยุคที่ผู้คนเริ่มโหยหาความสมจริงทางกายภาพ หลังจากติดอยู่ในโลกเสมือนมานาน
ซึ่งทฤษฎีนี้ถูกพิสูจน์ผ่านภาพยนตร์เรื่องใหม่ของเขาอย่าง The Odyssey ที่มีความยาวสะใจถึง 173 นาที ทว่ากลับเน้นการใช้เทคนิคพิเศษทางกายภาพ ในการถ่ายทำฉากไซคลอปส์ และลดงานซีจีไอให้เหลือน้อยที่สุดเพื่อรักษาความมหัศจรรย์ที่แท้จริงเอาไว้ การออกมาเคลื่อนไหวของคริสโตเฟอร์ โนแลน ในครั้งนี้ ยิ่งช่วยโหมกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในฮอลลีวูดให้ระอุขึ้น หลังจากที่ มาร์ติน สกอร์เซซี เพิ่งโดนวิจารณ์จากการไปเป็นที่ปรึกษาให้บริษัท AI ขณะที่ กีเยร์โม เดล โตโร ถึงขั้นประกาศกร้าวว่า ยอมตายดีกว่า ถ้าต้องพึ่งพาเทคโนโลยีนี้
ในมุมมองของสายเทค สิ่งที่โนแลนสะท้อนออกมาไม่ใช่แค่ความหัวโบราณ แต่มันคือสัญญาณเตือนภัยล่วงหน้าถึงภาวะ เบื่อหน่ายเอไอ ของผู้บริโภคยุคดิจิทัล ความล้มเหลวในการพยายามยัดเยียดฟังก์ชันแชตบอตลงไปในทุกแพลตฟอร์มกำลังบอกเราว่า เทคโนโลยีที่ดีไม่ใช่เทคโนโลยีที่เข้ามาแทนที่จิตวิญญาณและความคิดสร้างสรรค์
จากนี้นไป วงการเทคโนโลยีน่าจะต้องจับตาดูให้ดีว่า พฤติกรรมของกลุ่มเจน Z ที่เป็นอนาคตของตลาดกำลังส่งสัญญาณตีกลับไปยังผู้พัฒนา อุตสาหกรรมไอทีอาจต้องปรับกลยุทธ์จากการเคลมว่า AI ทำได้ทุกอย่าง มาสู่การเป็นเครื่องมือสนับสนุนเบื้องหลังอย่างถ่อมตน เพราะสุดท้ายแล้ว สิ่งที่มนุษย์ต้องการเสพจากศิลปะและเทคโนโลยี ก็คือเรื่องราวที่มีชีวิตจริง ๆ ไม่ใช่แค่ผลลัพธ์จากชุดคำสั่งของอัลกอริทึม
ที่มา
techspot








