[แนะขั้นตอน] ว่าด้วยเรื่อง “Bullying” หรือการถูกกลั่นแกล้ง ที่กำลังเป็นประเด็นอย่างมากในช่วงนี้เอง แต่ในที่นี้จะมาเจาะฝั่งออนไลน์แทน ที่กำลังเป็นภัยคุกคามใหม่ ซึ่งนับวันมีจะเพิ่มหรือรุนแรงขึ้น แม้ผู้กระทำจะไม่รู้จักกับเหยื่อเลยก็ตาม
“มีผู้หญิงกว่า 1 ใน 3 ทั่วโลกที่เผชิญกับการคุกคามทางเพศออนไลน์ และกว่า 60% ถึง 80% ไม่กล้าบอกใคร ไม่กล้าขอความช่วยเหลือ“
เมื่อไม่นานมานี้ ทางทีม Techhub มีโอกาสไปรวมงาน Workshop อย่าง “Hummingbird in Digital World” ว่าด้วยการรับมือกับภัยคุกคามในหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการคุกคามทางออนไลน์ (Online Harassment) การกลั่นแกล้งทางไซเบอร์ (Cyberbullying) หรือการใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือในการข่มขู่คุกคาม ทำลายชื่อเสียง และการเผยแพร่ข้อมูลโดยไม่ได้รับความยินยอมตลอดจนการใช้ AI เพื่อสร้างเนื้อหาปลอมหรือ Deepfake
สำหรับงานดังกล่าว จัดโดย International Media Support (IMS) องค์กรองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร ช่วยสร้างพื้นที่ปลอดภัยสำหรับการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นของของสื่อมวลชน กับทาง “Stop Online Harm” องค์กรที่นำโดยผู้หญิงและผู้รอดพ้นจากการถูกล่วงละเมิดบนโลกออนไลน์ ซึ่งในงาน Workshop ก็มีการแชร์คู่มืออย่างละเอียด สำหรับการรับมือกับคุกคามทางออนไลน์ตามนี้
ก่อนจะไปสู้กับคนร้าย เรามาทำความรู้จัก 6 รูปแบบภัยออนไลน์หลัก ๆ ที่องค์กร Stop Online Harm ได้ระบุไว้กันก่อนครับ เพื่อให้เรามองเห็นรูปแบบและระมัดระวังตัวได้อย่างถูกต้อง
1. Cyberbullying (การกลั่นแกล้งออนไลน์): การใช้โซเชียลมีเดีย แอปแชต หรือเกมออนไลน์ คุกคาม ด่าทอ ล้อเลียน ปล่อยข่าวลือ หรือประจานข้อมูลส่วนตัวเพื่อสร้างความอับอายขายหน้าแก่เหยื่อ
2. Doxxing (ด็อกซิง): พฤติกรรมจงใจเอาข้อมูลส่วนบุคคลของผู้อื่น (เบอร์โทร, ที่อยู่, อีเมล, รูปถ่าย) ไปโพสต์เผยแพร่บนโลกออนไลน์โดยที่เจ้าตัวไม่อนุญาต ที่น่าเจ็บใจคือ เหยื่อจำนวนไม่น้อยโดนญาติแท้ๆ ด็อกซิงด้วยการปล่อยข้อมูลใน “ไลน์กลุ่มครอบครัว” ซะเอง
3. Cyberstalking (สะกดรอยไซเบอร์): พวกไซเบอร์สตอล์กเกอร์จะคอยเฝ้าติดตาม ขุดคุ้ยส่องความเคลื่อนไหวจากโซเชียลมีเดียของเป้าหมาย แล้วส่งข้อความมารบกวนจนทำให้เหยื่อรู้สึกหวาดระแวงและไม่ปลอดภัย
4. Image Abuse & NCII (การละเมิดด้วยภาพส่วนตัว): การเผยแพร่หรือส่งต่อรูปภาพ/วิดีโอส่วนตัว โป๊ เปลือย เซ็กซี่ โดยที่เจ้าของภาพไม่ยินยอม ซึ่งครอบคลุมถึงกรณี “Revenge Porn” (ปล่อยคลิปเพื่อแก้แค้นแฟนเก่า) และการใช้เทคโนโลยี AI หรือ Deepfake ตัดต่อหน้าเหยื่อใส่รูปโป๊เปลือยเพื่อทำลายชื่อเสียงอย่างโหดเหี้ยม
5. Sextortion (ขู่แบลกเมล์ทางเพศ): การที่คนร้ายใช้ภาพหรือคลิปลับลามกอนาจารของเหยื่อมาขู่ว่าจะเผยแพร่ต่อสาธารณะ เพื่อหวังเงินค่าไถ่ หรือข่มขู่แบลกเมล์บังคับให้เหยื่อยอมมีเพศสัมพันธ์ด้วยอย่างต่อเนื่อง
6. Scams (สแกมเมอร์ลวงโลก): การต้มตุ๋นออนไลน์เพื่อหลอกเอาเงิน ซึ่งนับวันยิ่งมีกลวิธีที่แนบเนียนและแปลกใหม่มาแบบรัว ๆ จนเหยื่อหลงเชื่อกันระงม…ทุกวันนี้ก็ยังมีเหตุอยู่เรื่อย ๆ
คู่มือกู้ภัยไซเบอร์ด่วน 4 ขั้นตอน
หากเราหรือคนใกล้ชิดกำลังถูกคุกคาม ข่มขู่ หรือปล่อยภาพหลุด ให้รีบทำตาม “4 ขั้นตอนกู้ชีพด่วน” นี้ตามลำดับทันทีครับ
ตั้งสติ: สูดหายใจเข้าลึก ๆ และจำไว้ให้ขึ้นใจว่า “มันไม่ใช่ความผิดของเราเลย คนผิดคือคนใจร้ายที่ทำร้ายเราต่างหาก”
เก็บหลักฐาน (ห้ามรีบลบ!) : แชตหรือโพสต์เจ้าปัญหา ห้ามตอบโต้และห้ามเพิ่งกดลบเด็ดขาด ให้แคปหน้าจอ (Screenshot) บันทึกหลักฐานไว้ โดยต้องเก็บรายละเอียดสำคัญ 4 จุด คือ ที่อยู่เว็บไซต์ (URL), ชื่อบัญชีผู้ใช้อีกฝ่าย (Username และโปรไฟล์ลิงก์), วันเวลาที่เกิดเหตุ และตัวเนื้อหาคุกคาม
ปิดกั้นไม่ให้คนร้ายเข้าถึง: เพื่อความปลอดภัยให้รีบล็อกโปรไฟล์เฟซบุ๊ก เปลี่ยนอีเมล/รหัสผ่านระบบโซเชียลทั้งหมด และกดบล็อก (Block) บัญชีคนร้ายทันทีเพื่อตัดช่องทางบุกรุก รายงานแพลตฟอร์มขอลบรูป: ใช้ระบบรายงานของแพลตฟอร์ม ติดต่อ Stop Online Harm เพื่อขอลบหรือยื่นเรื่องกับเว็บไซต์ตรวจสอบสากลอย่าง StopNCII.org
วิธีกดรายงานคุกคามบน Facebook และ TikTok ด้วยตัวเอง
สำหรับผู้ใช้ Facebook
รายงานโพสต์: ไปที่โพสต์ละเมิด > กดปุ่ม 3 จุด (…) มุมขวาบน > เลือก “รายงานโพสต์” (Report post) > เลือกหัวข้อเหตุผลแล้วกด “ส่ง” (Submit)
รายงานรูปภาพ/วิดีโอ: กดเปิดรูปภาพเต็มจอ > แตะปุ่ม 3 จุด (…) ด้านขวา > เลือก “รายงานรูปภาพ” (Report photo) หรือ “รายงานวิดีโอ” (Report video) > เลือกประเด็นแล้วทำตามขั้นตอน
รายงานความคิดเห็น (Comment): แตะคอมเมนต์นั้นค้างไว้ > เลือก “รายงานความคิดเห็น” (Report comment) > เลือกหัวข้อปัญหา [153]. (หมายเหตุ: หากเป็นคอมเมนต์บนวอลล์เราเอง สามารถกด “ซ่อน” (Hide) หรือ “ลบ” (Delete) และเลือกบล็อกผู้ใช้คนนั้นได้ทันที)
รายงานข้อความแชต (Messenger): เปิดหน้าต่างแชตคนร้าย > กดปุ่ม Options (แชทเล็ก) หรือรูปตัว i (ข้อมูล) ของแชทเต็ม > เลือก “รายงาน” (Report) > เลือกหมวดหมู่กฎชุมชนที่ละเมิดแล้วส่ง [154].
รายงานโปรไฟล์: เข้าไปหน้าโปรไฟล์คนร้าย > กด 3 จุด (…) ใต้รูปปก > เลือก “รายงานโปรไฟล์” (Report profile)
สำหรับผู้ใช้ TikTok
รายงานวิดีโอ: ไปที่คลิปวิดีโอเป้าหมาย > กดปุ่ม แชร์ (ลูกศร) หรือ กดค้าง กลางจอ > เลือกสัญลักษณ์ธง “รายงาน” (Report) > ระบุหัวข้อแล้วกดยืนยันส่ง
เครื่องมือระดับสากล: ขั้นตอนการแจ้งลบรูปส่วนตัวผ่านเว็บ “StopNCII.org”
หากคุณถูกคนร้ายข่มขู่ว่าจะแชร์รูปภาพลับเฉพาะหรือปล่อยคลิปหลุด แนะนำให้ยื่นเรื่องกับ StopNCII.org ระบบบล็อกภาพล่วงละเมิดทางเพศระดับสากลที่มีพันธมิตรร่วมกับแพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่ทั่วโลก
เงื่อนไขเบื้องต้นที่ระบบรับช่วยเหลือ
ต้องเป็นรูปถ่ายหรือวิดีโอที่มีตัวคุณปรากฏอยู่ในนั้นจริง
ต้องเป็นภาพโป๊ เปลือย กึ่งเปลือย (เช่น ชุดชั้นใน) หรือภาพขณะกำลังประกอบกิจกรรมทางเพศ.
บุคคลที่อยู่ในภาพจะต้องมี อายุ 18 ปีขึ้นไป
ระบบรับเรื่อง: ภาพโป๊/ส่วนตัวของจริงที่ไม่ได้อนุญาตให้ปล่อย และรูปตัดต่อปลอมแปลงโดยใช้ AI หรือเทคโนโลยี Deepfake
ระบบไม่รับเรื่อง: ภาพถ่ายแบบเชิงพาณิชย์/ภาพโปรระดับอาชีพ, ภาพบันทึกหน้าจอหน้าแชตสนทนาตัวหนังสือทั่วไป และไฟล์คลิปเสียงเดี่ยว ๆ
ขั้นตอนการแจ้งเหตุ
เข้าเว็บไซต์ทางการที่ แล้วกดปุ่ม “Create Your Case”
อ่านเงื่อนไขข้อตกลงต่างๆ แล้วคลิกปุ่ม “Agree” เพื่อยอมรับและไปต่อ
ตอบแบบสอบถามตามข้อมูลความเป็นจริงอย่างละเอียดเพื่อให้ระบบคัดกรอง
ขั้นตอนสำคัญ: เลือกอัปโหลดไฟล์ภาพลับหรือวิดีโอที่โดนแบลกเมล์จากเครื่องของเรา (ส่งได้สูงสุด 20 ไฟล์ต่อครั้ง)
ข้อควรจำเพื่อความปลอดภัยสูงสุด : ไฟล์รูปภาพจริงของเราจะไม่ถูกอัปโหลดส่งออกนอกเครื่อง หรือส่งไปเก็บในเซิร์ฟเวอร์ของ StopNCII เด็ดขาด! ระบบจะใช้ซอฟต์แวร์สแกนรูปภายในเครื่องของคุณชั่วข้ามคืนเพื่อถอดรหัสออกมาเป็นรหัสผ่านดิจิทัลเฉพาะตัวที่เรียกว่า “รหัสดิจิทัล” (Digital Fingerprint หรือ Hash) เท่านั้น และรูปจริงก็จะยังอยู่แต่ในเครื่องของคุณเหมือนเดิม จากนั้นระบบจะส่งชุดรหัสดิจิทัลนี้ไปให้แพลตฟอร์มพันธมิตรทั่วโลก เพื่อบล็อกไม่ให้มีใครสามารถอัปโหลดไฟล์ภาพที่มีรหัสตรงกันนี้ขึ้นสู่อินเทอร์เน็ตได้ ปลอดภัยและสบายใจได้แบบ 100% ครับ
ทำการตั้งรหัสผ่าน PIN จำนวน 4 หลัก (จดจำหรือจด PIN นี้ไว้ในที่ปลอดภัย)
ติ๊กยอมรับข้อตกลงแล้วกดส่ง “Submit”
ระบบจะออกรหัสสำคัญเรียกว่า “เลขเคส” (Case Number) ให้รีบแคปหรือจดเก็บไว้ให้ดี ห้ามทำหายเด็ดขาด เพราะต้องใช้คู่กับรหัส PIN เพื่อเข้าไปเช็กสถานะการบล็อกภาพบนเว็บไซต์ภายหลัง
กฎหมายไทยอัปเดตใหม่ ปล่อยคลิปหลุด-บูลลี่ไซเบอร์ มีโทษจำคุก
เอาส่วนนี้ไปแปะให้ผู้คุกคามเลย ปัจจุบันไทยมีอัปเดตกฎหมายใหม่ สามารถส่งผู้กระทำความผิดขึ้นศาลและรับตั๋วนอนคุกยาวได้เลยดังนี้
1. พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฯ (นำเข้าสื่อลามก): นำภาพหรือวิดีโอลามกอนาจารเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ มีโทษหนัก จำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
2. ความผิดฐานทำอนาจาร แอบถ่ายคลิป (ประมวลกฎหมายอาญา): แอบอัดคลิปมีเซ็กส์ แอบถ่ายภาพโป๊ มีโทษจำคุกสูงสุดสะท้านทรวงถึง 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
3. ความผิดฐานคุกคามทางเพศออนไลน์ (ป.อ. มาตรา 284/1): คุกคามทางเพศต่อผู้อื่นผ่านระบบคอมพิวเตอร์ที่ประชาชนเข้าถึงได้ มีโทษ จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากแบลกเมล์ข่มขู่ต่อเนื่องจนเหยื่อดำเนินชีวิตตามปกติไม่ได้ มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท
4. ความผิดฐานใส่ความ/หมิ่นประมาทประจานสื่อ (ป.อ.): ใส่ความผู้อื่นจนเสียชื่อเสียง โดนเกลียดชัง อับอายขายหน้า หากเป็นการโฆษณาด้วยภาพ ตัวอักษร หรือเอกสาร มีโทษสูงสุด จำคุกไม่เกิน 2 ปี และปรับไม่เกิน 200,000 บาท
5. มาตรา 284/4 (แก้ไขเพิ่มเติม ธ.ค. 2568): ศาลมีสิทธิ์ออกคำสั่งบังคับด่วนให้นำข้อมูลคุกคามทางเพศและภาพลามกออกจากคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตทันที หากผู้ให้บริการระบบคนไหนฝ่าฝืนคำสั่งศาล จะต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับด้วย
บทสรุป
แม้แผลในใจที่เกิดจากภัยไซเบอร์จะไม่มีเลือดตกยางออกให้เห็นทางกายภาพ แต่บาดแผลทางอารมณ์สะสมนั้นร้ายแรงจนทำลายอนาคตคนๆ หนึ่งได้อย่างสิ้นเชิง ถึงกระนั้น คุณสายใจและทีมงาน Stop Online Harm ก็ฝากข้อคิดที่เป็นประโยชน์และสร้างความหวังไว้ว่า
“ตลอดระยะเวลา 2 ปีที่เรากู้ภัยไซเบอร์มา สิ่งหนึ่งที่เราได้เรียนรู้คือ ‘Resilience’ (พลังแห่งการฟื้นกลับมาแกร่ง) เราเห็นผู้หญิงและผู้รอดชีวิตจำนวนมากที่ชีวิตเคยตกต่ำดิ่งลึกจนแทบมืดแปดด้าน แต่สุดท้ายพวกเขาสามารถลุกขึ้นมากลับไปยืนหยัด ยิ้มแย้ม และใช้ชีวิตได้อย่างปกติในพื้นที่สปอตไลต์ของสังคมได้อีกครั้ง ด้วยกำลังใจจากคนรอบข้างและการสนับสนุนอย่างถูกวิธี”
หากใครกำลังโดนบูลลี่ คุกคาม หรือขู่ทำร้ายในโลกออนไลน์ อย่าทนรับความรุนแรงเหล่านั้นอยู่คนเดียวและอย่าปล่อยให้มันทำร้ายคุณค่าในตัวเองเด็ดขาด รีบหาแนวร่วมและก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปพร้อมกัน โดยสามารถติดต่อทีมงานเพื่อขอความช่วยเหลือได้ฟรีที่ช่องทางของ Stop Online Harm ดังนี้ครับ
Facebook : Stop Online Harm Thailand
LINE Official Account (แจ้งลบ-กฎหมายด่วน): แอดไอดี @stoponlineharm








