ดราม่าความปลอดภัยไซเบอร์ เมื่อ NightmareEclipse นักวิจัยสายชน ปล่อยช่องโหว่ Zero-Day ตบหน้า Microsoft หลังพบแพตช์แก้ Windows Defender
เปิดศึกรอบใหม่แบบไม่มีพัก สำหรับมหากาพย์ความขัดแย้งระหว่างยักษ์ใหญ่ Microsoft กับ NightmareEclipse นักวิจัยด้านความปลอดภัยสายลุยเดี่ยว
โดยเค้าเคยลั่นวาจาไว้ว่า จะทำให้ทีมรักษาความปลอดภัยของไมโครซอฟท์ปวดหัวจนเหมือนตกนรก ด้วยการปล่อยช่องโหว่ Zero-Day ตัวใหม่ทุกเดือนหลังจบวันอัปเดตประจำเดือน (Patch Tuesday) และล่าสุด เขาก็ทำตามสัญญาด้วยการปล่อยช่องโหว่ตัวใหม่ในชื่อ ShieldBreak (แค้นอะไรขนาดนั้น)
ShieldBreak เป็นช่องโหว่ระดับ Zero-Day บน Windows Defender ซึ่งระบบป้องกันไวรัสพื้นฐานของไมโครซอฟท์ โดยช่องโหว่ดังกล่าวจะเปิดทางให้แฮกเกอร์ สามารถเข้าควบคุมตัวเครื่อง รวมถึงเข้าถึงข้อมูลทั้งหมดในระบบได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด 100%
NightmareEclipse แซวช่องโหว่นี้ว่าเป็น บั๊กสุดตลก เพราะมันต่อยอดมาจากช่องโหว่เก่าอย่าง RoguePlanet (CVE-2026-50656) ที่ไมโครซอฟท์เพิ่งปล่อยแพตช์อุดรูรั่วไปเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา แต่นักวิจัยรายนี้กลับพบว่า แพตช์ทางการของไมโครซอฟท์นั้นแก้ไม่ตรงจุด และยังปล่อยให้เอนจินของ Defender มีช่องว่างให้ทะลวงเข้าไปได้อยู่ดี
ผลทดสอบชี้ว่า ช่องโหว่นี้ ถูกเจาะได้จริงทุกเวอร์ชัน โดยนักวิจัยความปลอดภัยรายอื่นตรวจสอบโค้ดสาธิตการโจมตี (Proof-of-Concept หรือ PoC) แล้ว ยืนยันว่าช่องโหว่นี้ใช้งานได้จริง และสามารถยึดสิทธิ์ควบคุมเครื่องได้สมบูรณ์
ผลการทดสอบใช้งานได้ผลทั้งบนระบบใหม่อย่าง Windows 11 25H2 และ Windows Server 2025 รวมไปถึงระบบเก่าที่หมดระยะซัพพอร์ตไปแล้วอย่าง Windows 10 ทั้งเวอร์ชันผู้ใช้ทั่วไปและเซิร์ฟเวอร์
โค้ดดังกล่าวถูกปล่อยออกมาชนกับรอบ Patch Tuesday พอดิบพอดี ส่งผลให้ไมโครซอฟท์แทบไม่มีเวลาตั้งตัวเพื่อวิเคราะห์บั๊กใหม่นี้ล่วงหน้า
ก่อนหน้านี้ ความสัมพันธ์ระหว่างไมโครซอฟท์กับ NightmareEclipse ดุเดือดถึงขั้นที่ไมโครซอฟท์เคยขู่จะฟ้องร้อง หลังจากนักวิจัยรายนี้ออกมาแฉบั๊ก YellowKey พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าไมโครซอฟท์อาจจงใจฝัง Backdoor เอาไว้
แต่หลังจากถูกกระแสสังคมและชุมชนนักพัฒนาวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ไมโครซอฟท์จึงยอมถอยเรื่องการดำเนินคดี แต่ก็ยังปฏิเสธที่จะให้เครดิตผลงานการค้นพบของเขา
แม้ในปัจจุบัน ไมโครซอฟท์จะนำระบบ AI ขั้นสูงเข้ามาช่วยตรวจสอบและแก้ไขบั๊กได้นับร้อยจุดในแต่ละเดือน แต่การต้องรับมือกับช่องโหว่ Zero-Day ที่ขุดขึ้นมาจากฝีมือนักวิจัยของ “มนุษย์” เพียงคนเดียวที่มุ่งมั่นเปิดหน้าชน กลับกลายเป็นโจทย์ความปลอดภัยที่สร้างความปวดหัวและรับมือได้ยากที่สุดในเวลาแหละนะ…..
ที่มา : techspot








