รายแรก รพ.จุฬาฯ ผ่าตัด ประสาทหูเทียม ช่วยคนไทยกลับมาได้ยินอีกครั้ง

ประสาทหูเทียม

ย้อนรอย 40 ปี ความสำเร็จการผ่าตัด ประสาทหูเทียม รพ.จุฬาฯ นวัตกรรมฟื้นฟูการได้ยินเพื่อคนทุกวัย พร้อมส่งต่อโอกาสการรักษาอย่างเท่าเทียม

สำหรับคนที่ได้ยินเป็นปกติ “เสียง” อาจเป็นเรื่องธรรมดาในชีวิตประจำวัน แต่สำหรับผู้ที่มีปัญหาทางการได้ยิน ความเงียบเปรียบเสมือนกำแพงที่ตัดขาดพวกเขาออกจากโลกภายนอก ทั้งขัดขวางพัฒนาการทางภาษาในเด็ก และตัดทอนคุณภาพชีวิตของผู้ใหญ่

เมื่อพูดถึงการรักษาภาวะสูญเสียการได้ยินระดับรุนแรงที่ไม่สามารถฟื้นฟูได้ด้วยเครื่องช่วยฟังทั่วไป หมุดหมายสำคัญทางการแพทย์ของประเทศไทยเริ่มต้นขึ้นที่ ฝ่ายโสต ศอ นาสิกวิทยา โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ซึ่งเดินทางมาอย่างยาวนานถึง 40 ปี และนี่ไม่ใช่เพียงการฉลองวาระครบรอบขององค์กร แต่มันคือบทพิสูจน์ว่านวัตกรรมการแพทย์ขั้นสูงได้เข้ามาเปลี่ยนชีวิตคนไทยอย่างไรบ้าง

จุดเริ่มต้นประวัติศาสตร์ การผ่าตัดประสาทหูเทียมรายแรกของไทย

โดยย้อนกลับไปเมื่อปี พ.ศ. 2529 วงการแพทย์ไทยได้จารึกก้าวสำคัญ เมื่อ รศ.นพ.คเณศร์ แวววิจิต ได้บุกเบิกและเป็นผู้นำการผ่าตัดฝังประสาทหูเทียม (Cochlear Implant) สำเร็จเป็นรายแรกของประเทศไทย

สิ่งที่พิสูจน์ความสำเร็จทางการแพทย์ได้อย่างชัดเจนที่สุด ไม่ใช่เพียงผลลัพธ์หลังผ่าตัดในวันแรก แต่คือระยะเวลาครับ เพราะในปัจจุบัน ผู้ป่วยรายแรกดังกล่าวมีอายุถึง 84 ปีแล้ว และยังคงใช้อุปกรณ์ชิ้นนี้ในการสื่อสารและใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพมาตลอด 40 ปี ซึ่งสะท้อนถึงทั้งมาตรฐานการผ่าตัดและการดูแลระยะยาวของทีมแพทย์

และเมื่อเทคโนโลยีทางการแพทย์ก้าวหน้าขึ้น ความต้องการในการรักษาก็มีความหลากหลายมากกว่าในอดีต ผศ.พญ.ภาณินี จารุศรีพันธุ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ฝ่ายโสต ศอ นาสิกวิทยา โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ได้สะท้อนถึงทิศทางการพัฒนาว่า โรงพยาบาลไม่เคยหยุดอยู่แค่นวัตกรรมเดิม แต่ได้มุ่งมั่นเป็นผู้นำในการนำเข้าและผ่าตัดอุปกรณ์ช่วยฟังชนิดใหม่ๆ เป็นแห่งแรกในไทยอย่างต่อเนื่อง อาทิ

  • Bonebridge และ OSIA เครื่องช่วยฟังชนิดฝังในกระดูก ที่ส่งสัญญาณเสียงผ่านกระดูกกะโหลกศีรษะโดยตรง เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีปัญหาช่องหูตีบตันหรือหูชั้นกลางผิดปกติ
  • Vibrant Soundbridge นวัตกรรมเครื่องช่วยฟังชนิดฝังในหูชั้นกลาง ช่วยฟื้นฟูการได้ยินในกลุ่มที่เครื่องช่วยฟังทั่วไปไม่สามารถช่วยได้

การมีเทคโนโลยีเหล่านี้ ทำให้แพทย์สามารถเลือก เครื่องมือที่ตรงกับกายวิภาคและปัญหาเฉพาะบุคคลของคนไข้แต่ละรายได้แม่นยำยิ่งขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มผู้ป่วยเคสซับซ้อน เช่น เด็กที่เกิดมาไม่มีรูหู (Congenital Aural Atresia)

การดูแลแบบองค์รวม (Holistic Care) ป้องกันปัญหาระยะยาวของคนทุกวัย

การผ่าตัดใส่อุปกรณ์เป็นเพียงก้าวแรก แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือ กระบวนการฟื้นฟู ซึ่ง รพ.จุฬาลงกรณ์ จึงวางระบบการดูแลแบบองค์รวมด้วยทีมสหวิชาชีพที่ทำงานร่วมกันแบบไร้รอยต่อ ประกอบด้วย แพทย์โสต ศอ นาสิก, กุมารแพทย์, นักแก้ไขการได้ยิน (Audiologist), นักแก้ไขการพูด (Speech-Language Pathologist) ตลอดจนศัลยแพทย์กะโหลกศีรษะและใบหน้า

ระบบการดูแลนี้ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างประโยชน์ให้คนไทยตั้งแต่แรกเกิดจนถึงวัยสูงอายุ

  • เด็กแรกเกิด ผลักดันการตรวจคัดกรองการได้ยินตั้งแต่แรกคลอด เพื่อให้การรักษาทำได้ทันเวลา ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่จะทำให้เด็กสามารถเรียนรู้ภาษา พูดคุย และเติบโตไปเข้าโรงเรียนได้ตามเกณฑ์ปกติ
  • ผู้สูงอายุ ให้ความสำคัญกับการตรวจคัดกรองการได้ยินในวัยชรา เพราะการสูญเสียการได้ยินเป็นเวลานานมีความเชื่อมโยงโดยตรงกับความเสี่ยงต่อ ภาวะสมองเสื่อม (Dementia) การฟื้นฟูการได้ยินจึงเป็นการปกป้องสมองและสุขภาพจิตของผู้สูงวัยไปด้วยในตัว

ทลายกำแพงค่าใช้จ่ายโอกาสการเข้าถึงอย่างเท่าเทียม

แม้เทคโนโลยีจะก้าวหน้าเพียงใด แต่หากผู้ป่วยเข้าไม่ถึง นวัตกรรมนั้นก็ไร้ความหมาย เนื่องจากอุปกรณ์ช่วยฟังขั้นสูงมีมูลค่าสูงมาก ทางโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์จึงได้ขับเคลื่อนภารกิจผ่านโครงการเพื่อการกุศลและโครงการเฉลิมพระเกียรติอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้ป่วยด้อยโอกาสเข้าถึงการรักษาจริง เช่น

  • โครงการแก้ว ตา ใจ (เฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง) มอบโอกาสการผ่าตัดฝังประสาทหูเทียมแก่ผู้ป่วย 8 ราย
  • โครงการ 84 พัสสะ (เฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง) ดำเนินการผ่าตัดฝังเครื่องช่วยฟังชนิดฝังในกะโหลกศีรษะ 7 ราย
  • โครงการบริการทางการแพทย์ขั้นสูงเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผ่าตัดฝังเครื่องช่วยฟังชนิดฝังในกระดูกแบบ Active Middle Ear Implant 2 ราย
  • โครงการร่วมกับศูนย์สมเด็จพระเทพรัตนฯ ช่วยเหลือผู้ป่วยที่มีความผิดปกติทางกะโหลกศีรษะและใบหน้า หรือผู้ป่วยที่ไม่มีรูหูมาแต่กำเนิด โดยผ่าตัดฝังเครื่องช่วยฟังในกะโหลกศีรษะ ซึ่งดำเนินการต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน รวม 6 ราย

ตลอด 4 ทศวรรษที่ผ่านมา ความสำเร็จของ รพ.จุฬาลงกรณ์ จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของตัวเลขอายุ 40 ปี หรือการประกาศความเป็นผู้นำทางเทคโนโลยี แต่คือการสร้างระบบสาธารณสุขด้านการได้ยินที่แข็งแกร่ง ที่ผสมผสานระหว่าง ความเชี่ยวชาญของแพทย์ – ความล้ำหน้าของนวัตกรรม และความเท่าเทียมในการเข้าถึง เพื่อคืนเสียง คืนความสุข และคืนอนาคตให้คนไทยได้อย่างแท้จริง

ที่มา
ข่าวประชาสัมพันธ์ รพ.จุฬาฯ