ติดคุกฟรี 6 เดือน! เมื่อ ระบบจดจำใบหน้า AI ชี้เป้าผิดจนชีวิตพัง

ระบบจดจำใบหน้า

ฝันร้ายหญิงวัย 50 ต้องติดคุกฟรี 6 เดือนจนหมดตัว หลัง ระบบจดจำใบหน้า AI ชี้เป้าจับกุมผิดคน กลายเป็นคดีฟ้องร้องตำรวจ 10 ล้านดอลลาร์

Jela Lips หญิงวัย 50 ปีในรัฐเทนเนสซี ต้องเผชิญกับเหตุการณ์สุดระทึกในเดือนกรกฎาคม 2025 เมื่อเจ้าพนักงานบังคับคดีสหรัฐฯ บุกชักปืนจ่อจับกุมเธอถึงบ้านขณะกำลังรับจ้างเลี้ยงเด็กเล็ก 4 คน หลัง ระบบจดจำใบหน้า ชี้เป้าว่าเธอเป็นผู้หลบหนีคดีฉ้อโกงธนาคารข้ามรัฐ

ทั้งที่ในความเป็นจริง เธอไม่เคยเดินทางไปยังรัฐนอร์ทดาโคตาซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุเลยตลอดชีวิต แถมยังมีหลักฐานธุรกรรมการเงินยืนยันชัดเจนว่าช่วงเวลาเกิดเหตุ เธออยู่ห่างออกไปกว่า 1,200 ไมล์ หรือเกือบ 2,000 กิโลเมตร

ต้นตอของเรื่องนี้มาจากการสืบสวนคดีหญิงรายหนึ่งใช้บัตรประจำตัวทหารบกสหรัฐฯ ปลอม เข้าไปถอนเงินสดไปหลายหมื่นดอลลาร์ ทีมนักสืบเมืองฟาร์โกจึงนำภาพไปรันผ่านซอฟต์แวร์ AI ซึ่งผลลัพธ์ระบุเพียงแค่ว่า “มีความเป็นไปได้ที่จะเป็นผู้ก่อเหตุ” แถมเป็นการเทียบเคียงจากภาพบนบัตรปลอม ไม่ใช่ภาพจากกล้องวงจรปิดด้วยซ้ำ

แม้ตำรวจในพื้นที่ข้างเคียง จะมองว่าผลลัพธ์แค่นี้ไม่เพียงพอต่อการดำเนินคดี แต่นักสืบเจ้าของเรื่องกลับเดินหน้าตั้งข้อหาอุกฉกรรจ์กับเธอถึง 8 กระทง มีโทษจำคุกสูงสุดถึง 10 ปี โดยไม่มีการตรวจสอบรูปร่างลักษณะที่ไม่ตรงกัน หรือเส้นทางการเงินอย่างรอบคอบแม้แต่น้อย

ความหละหลวมของเจ้าหน้าที่เปลี่ยนชีวิตของเธอให้กลายเป็นนรกครับ เธอถูกคุมขังในเรือนจำเทนเนสซีนาน 108 วันก่อนถูกส่งตัวข้ามรัฐ โดยระหว่างนั้นเธอถูกปฏิเสธไม่ให้ใช้แม้กระทั่งฟันปลอมและยารักษาโรคประจำตัว จนกระทั่งทนายความนำหลักฐานการเงินมายืนยันความบริสุทธิ์ได้สำเร็จ เธอจึงได้รับการปล่อยตัวในวันคริสต์มาสอีฟ

แต่อิสรภาพกลับมาพร้อมความโหดร้าย เธอต้องเดินออกจากเรือนจำพร้อมเงินติดตัวเพียง 4 เซนต์ ไม่มีแม้แต่เสื้อโค้ตกันหนาวท่ามกลางสภาพอากาศหนาวจัดเกือบ -12 องศาเซลเซียส และเมื่อกลับถึงบ้านก็พบว่าการติดคุกฟรีนานถึง 6 เดือน ทำให้เธอต้องสูญเสียทั้งบ้าน รถยนต์ และสุนัขไปทั้งหมดเพราะขาดการจ่ายบิลค่าใช้จ่าย

เรื่องนี้ทำให้เธอยื่นฟ้องร้องเมืองฟาร์โกและนักสืบเจ้าของคดีเป็นเงิน 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ พร้อมเผยความจริงว่า กรมตำรวจฟาร์โกไม่มีแม้แต่นโยบายการฝึกอบรม หรือระบบกำกับดูแลการใช้งานเทคโนโลยี AI เลย

และกรณีนี้ไม่ใช่ครั้งแรกของความล้มเหลวของการใช้ระบบจดจำใบหน้าครับ เพราะย้อนไปในปี 2020 โรเบิร์ต วิลเลียมส์ ก็เคยถูกจับกุมเพราะ AI เทียบภาพใบขับขี่ผิด จนเมืองดีทรอยต์ต้องยอมจ่ายเงินชดเชย 300,000 ดอลลาร์ หรือเคสที่กล้อง AI ตรวจจับผิดคิดว่าซองขนมโดริโทสในมือนักเรียนเป็นอาวุธปืนจนตำรวจยกกำลังเข้าล้อม

ทั้งหมดนี้สะท้อนชัดเจนว่า เทคโนโลยีจดจำใบหน้าเป็นได้เพียงเบาะแสเบื้องต้นเท่านั้น และหากปราศจากการตรวจสอบโดยมนุษย์ รวมถึงกรอบธรรมาภิบาลที่รัดกุม AI ก็พร้อมจะกลายเป็นเครื่องมือทำลายชีวิตผู้บริสุทธิ์ได้ในพริบตา

ที่มา : techspot