เจาะลึกคดี โกงยอดสตรีมเพลง AI ใช้บอตพันตัวสูบค่าลิขสิทธิ์ 260 ล้านบาท ล่าสุดศาลสั่งจำคุก 18 เดือน พร้อมริบทรัพย์คืนทั้งหมด
บทสรุปของคดีทุจริตครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์อุตสาหกรรมเพลงดิจิทัล เมื่อชายชาวอเมริกันผู้สร้างกองทัพบอตนับพันตัวเพื่อ โกงยอดสตรีมเพลง AI และกวาดเงินส่วนแบ่งค่าลิขสิทธิ์ไปมากกว่า 8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราวๆ 260 ล้านบาท
โดยเค้าได้รับคำพิพากษาจำคุก 18 เดือน พร้อมคำสั่งริบทรัพย์สินทั้งหมด ปิดฉากกลโกงแยบยลที่หลอกกินเงินแพลตฟอร์มสตรีมมิงระดับโลกมานานหลายปี
เรื่องราวนี้เป็นของ Michael Smith วัย 54 ปี ซึ่งเอกสารคำฟ้องระบุว่า ระหว่างปี 2017 ถึง 2024 สมิธร่วมมือกับพวก ผลิตเพลงที่สร้างด้วย AI จำนวนหลายแสนเพลง แล้วนำไปเผยแพร่บนแพลตฟอร์มยอดนิยม ทั้ง Spotify, Apple Music, Amazon Music และ YouTube Music
เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจจับของระบบ สมิธใช้กลยุทธ์ดาวกระจาย โดยไม่ปล่อยให้เพลงใดเพลงหนึ่งมียอดเปิดฟังพุ่งสูงผิดปกติจนเป็นเป้าสายตา แต่เลือกที่จะกระจายเพลง AI นับแสนเพลง ภายใต้ชื่อศิลปินอุปโลกน์นับไม่ถ้วน เช่น Calm Baseball, Calm Knuckles, Calliope Bloom หรือ Callous Humane ทำให้ระบบรักษาความปลอดภัยมองว่าแต่ละเพลงมียอดฟังในระดับปกติทั่วไป
กลโกงยอดสตรีมเพลง AI ด้วยกองทัพบอตพันตัว ที่ระบบตรวจไม่พบ
เบื้องหลังความสำเร็จลวงโลกนี้ คือการวางโครงสร้างเครือข่ายอย่างเป็นระบบ ในช่วงที่ปฏิบัติการนี้ขยายตัวสูงสุด สมิธใช้บัญชีบริการคลาวด์ 52 บัญชี โดยแต่ละบัญชีควบคุมบอตเปิดเพลงอัตโนมัติอีก 20 ตัว รวมเป็นกองทัพบอตกว่า 1,040 ตัว ทำงานคู่กับการเชื่อมต่อผ่านเครือข่าย VPN เพื่ออำพรางตัวตนและตำแหน่งที่อยู่
สมิธคำนวณไว้ว่า บอตแต่ละตัวสามารถเล่นเพลงวนซ้ำได้ราว 636 ครั้งต่อวัน ส่งผลให้โครงข่ายบอตนี้ปั๊มยอดฟังรวมกันได้สูงถึง 661,440 ครั้งต่อวัน ตลอดระยะเวลาที่ดำเนินแผนการ เพลง AI เหล่านี้สะสมยอดฟังรวมกันนับพันล้านครั้ง กอบโกยเงินส่วนแบ่งค่าลิขสิทธิ์เข้ากระเป๋าไปเหนาะ ๆ กว่า 8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ยอดสตรีมในเดือนเมษายน 2023 พบว่า เพลงทั้งแค็ตตาล็อกของศิลปินเบอร์หนึ่งของโลกอย่าง เทย์เลอร์ สวิฟต์ (Taylor Swift) มียอดฟังบน YouTube Music จากบัญชีประเภทครอบครัวรวม 9.3 ล้านครั้ง แต่เพลง AI ปลอม ๆ ของสมิธกลับมียอดสตรีมถล่มทลายถึง 80.9 ล้านครั้งในช่วงเวลาเดียวกัน แซงหน้าซูเปอร์สตาร์ระดับโลกไปเกือบ 9 เท่า
ท้ายที่สุด แม้สมิธจะรอดพ้นโทษสูงสุดจำคุก 5 ปี แต่ศาลสั่งลงโทษจำคุก 18 เดือน ควบคุมความประพฤติต่ออีก 2 ปี และสั่งริบเงินที่ได้จากการกระทำความผิดคืนเต็มจำนวน 8,091,843.64 ดอลลาร์สหรัฐ
การโกงระบบลักษณะนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบนิเวศดนตรีและผู้บริโภคทั่วไปครับ เพราะแพลตฟอร์มสตรีมมิงใช้ระบบจัดสรรรายได้แบบรวมบ่อ หมายความว่าเงินค่าบริการรายเดือนที่ผู้ฟังจ่ายไป ไม่ได้ส่งตรงถึงศิลปินที่ตนเองฟังร้อยเปอร์เซ็นต์
แต่จะถูกนำไปหารเฉลี่ยตามสัดส่วนยอดฟังทั้งระบบ เมื่อมีบอตคอยสูบเงินออกไป ศิลปินตัวจริงที่มีหยาดเหงื่อแรงงานย่อมได้รับเงินส่วนแบ่งลดลงอย่างไม่เป็นธรรม ขณะเดียวกัน ผู้ฟังก็ต้องเผชิญกับอัลกอริทึมที่ปนเปื้อนเพลงขยะที่สร้างมาเพื่อปั๊มเงิน ไม่ได้สร้างมาเพื่อมอบคุณค่าทางศิลปะให้แก่คนฟัง
ที่มา : techspot








