กฎหมายควบคุม AI ของ Anthropic เสียหายพันล้านถึงสั่งเบรก?

กฎหมายควบคุม AI

เปิดข้อเสนอ กฎหมายควบคุม AI จาก Anthropic ยื่นเงื่อนไขรัฐจะสั่งเบรกโมเดลได้ ต้องเสียหายแตะพันล้านหรือตาย 50 คน ชวนตั้งคำถามเพื่อใคร?

คิดอย่างไร เมื่อ Anthropic ยื่นเสนอร่างกฎหมายควบคุม AI ต่อสมาชิกรัฐสภาสหรัฐอเมริกา แม้หน้าฉากจะดูเหมือนเป็นความพยายามแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม แต่เนื้อหาภายในร่างเอกสารลับที่สำนักข่าวแห่งหนึ่งได้รับมา กลับมีเงื่อนไขชวนตั้งคำถามอย่างยิ่งว่า

รัฐบาลจะมีอำนาจสั่งระงับการปล่อยโมเดลรุ่นใหม่ได้ ก็ต่อเมื่อโมเดลนั้นเสี่ยงสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างน้อย 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (หรือราว 3.6 หมื่นล้านบาท) หรือก่อให้เกิดผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บสาหัสตั้งแต่ 50 คนขึ้นไปเท่านั้น จนเกิดเสียงวิจารณ์เชิงประชดประชันว่า หากเกิดความเสียหายแค่ 999 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือมีคนเสียชีวิตเพียง 49 คน แปลว่าจะยังปล่อยผ่านได้ใช่หรือไม่

ในรายละเอียดของร่างข้อเสนอนี้ ไม่ใช่ว่าความเสียหายทุกรูปแบบจะเข้าข่ายสั่งระงับได้ทันที เพราะความเสี่ยงดังกล่าวต้องเกิดจากกรณีเฉพาะเจาะจง ได้แก่ การสร้างหรือแพร่กระจายอาวุธชีวภาพ, การที่โมเดลหลุดจากการควบคุมของผู้พัฒนา, หรือการก่อวินาศกรรมทางไซเบอร์ขั้นรุนแรง ซึ่งลักษณะข้อความมีความคล้ายคลึงกับกฎหมายกำกับดูแลปัญญาประดิษฐ์ของรัฐแคลิฟอร์เนีย

นอกจากนี้ ขั้นตอนการสั่งระงับยังถูกออกแบบให้ผ่านหลายด่านอย่างเข้มงวด ไม่ว่าจะเป็น

– ผู้ประเมินอิสระเป็นคนตรวจ ห้องปฏิบัติการและโมเดลรุ่นใหญ่จะต้องผ่านการตรวจสอบเป็นระยะจากผู้ประเมินอิสระที่ขึ้นทะเบียนไว้กับกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ซึ่งบริษัทผู้พัฒนาสามารถเป็นผู้จ่ายค่าจ้างให้ผู้ประเมินเหล่านี้ได้เอง ตราบใดที่ไม่กระทบต่อความเป็นกลาง

– หากตรวจพบความเสี่ยงร้ายแรง ผู้ประเมินต้องแจ้งกระทรวงพาณิชย์ภายใน 72 ชั่วโมง จากนั้นกระทรวงพาณิชย์ต้องนำพยานหลักฐานไปยื่นฟ้องต่อผู้พิพากษาศาลแขวงสหรัฐฯ ประจำเขตโคลัมเบีย เพื่อให้ศาลเป็นผู้ตัดสินชี้ขาดว่าจะระงับหรือไม่

– ตัดอำนาจหน่วยงานอื่นเฉย ๆ โดยร่างข้อเสนอนี้ระบุชัดเจนว่า ห้ามหน่วยงานราชการหรือองค์กรอื่นใดของสหรัฐฯ เข้ามาแทรกแซงหรือสั่งระงับการพัฒนา การใช้งานภายใน หรือการเปิดตัวโมเดลได้เลย

ตัวแทนของ Anthropic ระบุว่า ข้อเสนอดังกล่าวอิงมาจาก กรอบการทำงานขั้นสูงเพื่อความปลอดภัยของ AI ของบริษัท ซึ่งได้เดินสายผลักดันร่วมกับฝ่ายนิติบัญญัติมาตั้งแต่ช่วงกลางปี และมองว่าเป็นแนวทางที่สมเหตุสมผลสำหรับสภาคองเกรส

ทว่าท่าทีนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลที่ทวีความรุนแรงขึ้น หลังมีกรณีที่ AI Agent ทำงานนอกกรอบจนไปเจาะระบบของบริษัทอื่น อีกทั้งยังมีนักวิจัยด้านความปลอดภัยของ Anthropic ตัดสินใจลาออก

เมื่อยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีเป็นฝ่ายร่างกติกาเพื่อกำกับดูแลตนเอง เพดานความเสียหายที่ตั้งไว้สูงถึง 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐและ 50 ชีวิต สะท้อนให้เห็นว่า กฎเกณฑ์นี้มุ่งปกป้องความเสี่ยงระดับมหันตภัยของรัฐเท่านั้น แต่กลับละเลยผลกระทบในชีวิตประจำวันของผู้ใช้งานทั่วไปอย่างสิ้นเชิง

ไม่ว่าจะเป็นการถูกสวมรอยหลอกลวงอย่าง Deepfake , การถูกละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล, ปัญหาลิขสิทธิ์, หรือการสูญเสียอาชีพจากระบบอัตโนมัติ ซึ่งความเสียหายเหล่านี้แม้จะเกิดขึ้นในระดับบุคคลและไม่แตะเกณฑ์พันล้าน แต่กลับเป็นความเสี่ยงจริงที่ผู้บริโภคต้องแบกรับโดยไม่มีใครคุ้มครองพวกเขาเลยครับ

ที่มา : techspot