สหรัฐฯ ทดสอบ Alex หุ่นยนต์ Humanoid ติดเกราะ สู่สมรภูมิจริง

หุ่นยนต์ Humanoid

กองทัพสหรัฐฯ ทดสอบ Alex หุ่นยนต์ Humanoid ติดเกราะกันกระสุนเตรียมพร้อมสู่สนามรบ สะท้อนก้าวใหม่ของสงครามจักรกลและระบบ AI ในอนาคต

ภาพในหนัง Terminator อาจจะกำลังขยับเข้าใกล้ความเป็นจริงขึ้นไปอีกขั้นครับ เมื่อกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เริ่มทดลองนำ หุ่นยนต์ Humanoid หรือหุ่นยนต์รูปร่างคล้ายมนุษย์มาเตรียมความพร้อมสำหรับปฏิบัติการทางทหาร

โดยล่าสุด กองทัพบกสหรัฐฯ ได้ประกาศรายชื่อ 5 โครงการที่ชนะการแข่งขัน xTechHumanoid เวทีเฟ้นหานวัตกรรมหุ่นยนต์เพื่อใช้งานจริงในสนามรบ ซึ่งหนึ่งในดาวเด่นคือหุ่นยนต์ชื่อ Alex ที่มาพร้อมเกราะกันกระสุนในตัวครับ

หุ่นยนต์ Alex พัฒนาโดยสถาบันวิจัยที่ไม่แสวงหาผลกำไรอย่าง Florida Institute for Human and Machine Cognition (IHMC) รูปลักษณ์ภายก็คล้ายหุ่นยนต์ทั่วไป แต่ภายในอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีการเคลื่อนไหวระดับสูงทั้ง

  • ข้อต่ออิสระมากถึง 29 จุด ช่วยให้เคลื่อนไหวได้อย่างยืดหยุ่นใกล้เคียงร่างกายมนุษย์
  • ชุดขับเคลื่อนสั่งทำพิเศษ ที่สามารถตอบสนองแรงย้อนกลับได้อย่างมีประสิทธิภาพ เดินและขยับท่าทางได้เป็นธรรมชาติ
  • โครงสร้างป้องกันกระสุน ที่ออกแบบมาเพื่อรับแรงปะทะและลดความเสียหายเมื่อต้องเข้าไปในพื้นที่อันตราย
  • ระบบอัตโนมัติแบบผสม โดยผสานปัญญาประดิษฐ์ เข้ากับการควบคุมโดยมนุษย์ มั่นใจได้ว่าการตัดสินใจสำคัญในภารกิจเสี่ยงตายยังอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของมนุษย์เสมอ

สหรัฐฯ ไม่ใช่ผู้เล่นรายเดียวที่เล็งเห็นโอกาสนี้นะครับ สำนักข่าวรอยเตอร์เปิดเผยว่า จีนได้เร่งศึกษาเอกสารจัดซื้อจัดจ้างทางทหาร สิทธิบัตร และงานวิจัยกว่า 100 ฉบับ ซึ่งชี้ชัดว่ากองทัพจีนกำลังวิจัยการนำหุ่นยนต์คล้ายมนุษย์มาเตรียมพร้อมสำหรับภารกิจยามสงครามเช่นกัน ทำให้สนามรบในอนาคตมีแนวโน้มจะเปลี่ยนผ่านจากการใช้ทหารเดินเท้า ไปสู่การปะทะกันของจักรกลและระบบ AI มากขึ้นเรื่อย ๆ

สำหรับคนทั่วไป เทคโนโลยีนี้อาจดูไกลตัว แต่ในความเป็นจริง นวัตกรรมทางทหาร มักถูกส่งต่อมายังภาคพลเรือนเสมอ ความก้าวหน้าของระบบขับเคลื่อน ความทนทาน และ AI จากหุ่นยนต์อย่าง Alex อาจกลายมาเป็นรากฐานของหุ่นยนต์กู้ภัยในตึกถล่ม หุ่นยนต์ดับเพลิง หรือแม้แต่หุ่นยนต์ดูแลความปลอดภัยในชีวิตประจำวัน

ขณะเดียวกัน นี่ก็เป็นสัญญาณเตือนให้สังคมต้องเริ่มวางกรอบจริยธรรมอย่างจริงจัง ก่อนที่หุ่นยนต์ติดอาวุธและระบบตัดสินใจอัตโนมัติจะแพร่หลายจนยากจะควบคุม

ที่มา : techspot