เช็กก่อนโอน เตือนภัยสายเที่ยว มิจฉาชีพหลอกจองโรงแรม

หลอกจองโรงแรม

เช็กก่อนโอน! รู้ทันกลโกง หลอกจองโรงแรม และมัลแวร์ดูดเงินบัญชี พร้อม 8 วิธีจองทริปให้ปลอดภัย ไม่ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพช่วงวันหยุดยาว

ช่วงเทศกาลหรือวันหยุดยาว คือช่วงเวลาที่สายท่องเที่ยวตั้งหน้าตั้งตารอ แต่รู้หรือไม่ว่า ในระหว่างที่เรากำลังง่วนกับการเปิดหลายแท็บบนหน้าจอเพื่อกดจองตั๋วเครื่องบิน หาที่พัก และหารถเพื่อไปเที่ยว พวกมิจฉาชีพ ก็กำลังรอจังหวะนี้อยู่เช่นกัน

จากข้อมูลสถิติล่าสุด พบว่ามีภัยคุกคามไซเบอร์ที่แอบอ้างเป็นแบรนด์ท่องเที่ยวชื่อดังพุ่งสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ ปัญหาไม่ได้หยุดอยู่แค่การจองทริปทิพย์เท่านั้น แต่พวกเขากำลังจองในบัญชีธนาคารของเราโดยตรงด้วยเหมือนกัน

สาเหตุที่มิจฉาชีพชอบปลอมเป็นแบรนด์การเดินทางและยานพาหนะ เพราะพวกเขารู้ดีว่าพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวคือ ความเร่งรีบ ไม่ว่าจะการกลัวโปรโมชันหลุดมือ การสลับหน้าจอไปมา และความไว้วางใจในแบรนด์ใหญ่ๆ ทำให้ความระมัดระวังของคนเราลดลง และพยายามสร้างสตอรี่เพื่อ หลอกจองโรงแรม

มิจฉาชีพมักสร้างหน้าเว็บฟิชชิง และแอปพลิเคชันปลอมขึ้นมา โดยแบรนด์ที่ถูกนำมาแอบอ้างมากที่สุด คือ
  • สายการบิน Emirates คิดเป็น 61% ของการตรวจจับในกลุ่มการขนส่งทั้งหมด
  • บริการเรียกรถ Uber คิดเป็น 37%

ที่น่ากลัวกว่านั้นคือ มัลแวร์ที่แฝงมากับไฟล์หรือเว็บปลอมเหล่านี้ มากกว่าครึ่งหนึ่งเป็น Trojan 30.5% และ Banking Trojan 22.5% ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อดักจับข้อมูลเข้าสู่ระบบธนาคาร ข้อมูลบัตรเครดิต และดูดเงินออกจากบัญชี

2 มุขพี่มิจยอดฮิต เพื่อใช้หลอกนักท่องเที่ยว

มุขที่ 1 บอกว่าได้รับเงินชดเชย  ซึ่งจะมาในรูปแบบ นาฬิการับเงินนับถอยหลัง

มิจฉาชีพจะส่งข้อความแอบอ้างเป็นสายการบิน (เช่น กรณีที่เคยพบการแอบอ้างสายการบิน Ryanair) แจ้งว่าเรามีสิทธิ์ได้รับเงินชดเชยค่าเที่ยวบิน จากนั้นจะกดดันด้วยการ นับถอยหลังในเวลาไม่กี่วินาที เพื่อให้เรารีบใส่ข้อมูลบัญชีหรือจ่ายค่าธรรมเนียมการดำเนินการ เล็กน้อยเพื่อรับเงิน

ความจริงที่คุณต้องรู้คือ สายการบินที่ถูกต้องตามกฎหมายจะไม่มีการตั้งเวลาบีบบังคับให้ตัดสินใจในไม่กี่วินาที และ ไม่มีวันเรียกเก็บค่าธรรมเนียมล่วงหน้า เพื่อคืนเงินให้ลูกค้าเด็ดขาด

มุขที่ 2 หน้าจองโรงแรมปลอม จ่ายเงินครบ แต่ไม่มีห้องพัก ซึ่งมุขนี้คนไทยน่าจะโดนบ่อย

อีกหนึ่งกลโกงคือการทำหน้าเว็บเลียนแบบแพลตฟอร์มจองที่พักยอดฮิต เช่น Booking.com, Agoda หรือ Airbnb หน้าเว็บเหล่านี้จะทำขั้นตอนการจ่ายเงินเนียนมากจนเหยื่อไม่ทันสังเกต พอกดจ่ายเงินเสร็จ เงินจะโอนตรงเข้ากระเป๋ามิจฉาชีพทันที

เหยื่อหลายรายจะรู้ตัวว่าโดนหลอก ก็ต่อเมื่อเดินทางไปถึงโรงแรมที่ต่างประเทศแล้ว และพบว่า ไม่มีประวัติการจองในระบบ

ทำไมคนถึงตกเป็นเหยื่อกันเยอะ?

แฮกเกอร์ไม่ได้ใช้เทคนิคที่ซับซ้อนเสมอไป แต่ใช้จิตวิทยาที่เล่นกับความโลภและความกลัวของคนครับ ไม่ว่าจะเป็น

  1. ความเร่งด่วน สร้างเงื่อนไขเวลา เช่นเหลือห้องสุดท้ายหรือ โปรโมชันนี้หมดอายุใน 10 วินาที เพื่อบีบให้เรารีบใส่ข้อมูลโดยไม่ได้ตรวจเช็ก (เอาจริง ๆ เว็บจริงมันก็ดันทำคล้ายๆ กัน อาจจะต้องสังเกตดีๆ)
  2. เปิดหลายแท็บจนสับสน ซึ่งขณะจองทริป เรามักเปรียบเทียบราคาหลายๆ เว็บ มิจฉาชีพจึงแทรกสอดลิงก์ปลอมเข้ามาในผลการค้นหา
  3. สร้างความคุ้นเคย โดยการใช้โลโก้และธีมสีที่เหมือนกับแบรนด์จริง 100% ทำให้เหยื่อชะล่าใจ

จากปัญหาทั้งหมด Techhub ได้ข้อมูลจาก Kaspersky ว่าทำอย่างไร ไม่ให้ตัวเองตกเป็นเหยื่อครับ 

  • จองตรงผ่านแอปหรือเว็บ official เท่านั้น อย่ากดเข้าเว็บจองผ่านลิงก์ในอีเมล ข้อความ SMS หรือโฆษณาบนโซเชียลมีเดีย ให้พิมพ์ URL เองหรือเข้าผ่านแอปที่โหลดไว้
  • สังเกต URL อย่างละเอียด ให้เช็กตัวอักษรบนแถบแอดเดรสบาร์ทุกครั้ง เว็บปลอมมักสะกดสะกดผิดเพี้ยนไปนิดเดียวเพื่อหลอกตา
  • ข้อเสนอดีเกินจริง = อันตราย โดยหากเจอราคาถูกผิดปกติ หรือถูกบังคับให้ชำระเงินด้วยการโอนเงินผ่านธนาคารโดยตรง หรือใช้บัตรของขวัญ (Gift Card) ให้สงสัยไว้ก่อนว่าเป็นมิจฉาชีพ
  • ตั้งรหัสผ่านที่รัดกุมและเปิด MFA ใช้รหัสผ่านที่ไม่ซ้ำกับแอคเคานต์อื่น และเปิดการยืนยันตัวตนสองปัจจัย (Multi-Factor Authentication) ทุกครั้งที่ทำได้
  • โหลดแอปจาก App Store / Google Play เท่านั้น โดยต้อง ตรวจสอบรีวิวและสิทธิ์การขอเข้าถึงข้อมูลก่อนกดติดตั้ง
  • ระวัง QR Code แปลกหน้า ให้เราสแกน QR Code จากแหล่งที่เชื่อถือได้เท่านั้น หลีกเลี่ยงการดาวน์โหลดไฟล์หรือกดลิงก์ชำระเงินผ่าน QR Code ที่ไม่มีการระบุตัวตนแน่ชัด
  • เปิดใช้งาน VPN เมื่อใช้ Wi-Fi สาธารณะ หากจำเป็นต้องเชื่อมต่อ Wi-Fi ที่สนามบินหรือโรงแรม การเปิดใช้งาน VPN จะช่วยเข้ารหัสข้อมูล ไม่ให้แฮกเกอร์ที่ใช้นักดักข้อมูลในวง Wi-Fi เดียวกันแอบดูรหัสผ่านหรือข้อมูลบัตรของคุณได้
  • หมั่นเช็กยอดเงินหลังจอง ตรวจสอบรายการเดินบัญชีและแจ้งเตือนบัตรเครดิตทันทีหลังชำระเงิน หากพบยอดแปลกปลอมให้รีบอายัดบัตรทันที

ที่มา จดหมายข่าว Kaspeysky