ใช้ AI แทนโค้ช เก็บข้อมูลคลื่นสมอง ช่วยวิเคราะห์การฝึกซ้อม

[ก่อนขึ้นชก] เมื่อพูดถึง “มวยไทย” เรามักนึกถึงศิลปะการต่อสู้ดั้งเดิมที่อาศัยประสบการณ์ สัญชาตญาณ และความทรหดของร่างกาย แต่ในยุคที่อุตสาหกรรม Sports Tech ครองโลก กีฬาที่มีแรงปะทะสูงเช่นนี้กำลังต้องการสิ่งที่มากกว่าแค่ความรู้สึก นั่นคือ “Data”

ล่าสุด สภามวยโลก มวยไทย (WBC MuayThai) ได้จับมือกับ Cognition Alpha กองทุนและผู้พัฒนาเทคโนโลยีประสาทวิทยา เปิดตัวแพลตฟอร์มวิเคราะห์สมรรถนะขั้นสูงในชื่อ “Fight IQ” เพื่อยกระดับมวยไทยสู่มาตรฐานใหม่ด้วยเทคโนโลยีสวมใส่ (Wearable) และวิทยาศาสตร์การกีฬา Techhub พาไปเจาะลึกเบื้องหลังความล้ำนี้ ว่า Data จะเข้ามาเปลี่ยนนักสู้บนสังเวียนได้อย่างไร

ไขความลับ ‘Cogwear’ อุปกรณ์อ่านคลื่นสมองกลางสังเวียน

การเปิดตัวครั้งนี้ไม่ใช่กระสอบทรายรูปแบบใหม่ แต่เป็นเทคโนโลยีที่ชื่อว่า Cogwear อุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะ ในรูปแบบแถบคาดศีรษะน้ำหนักเบา ที่ถูกออกแบบมาให้สามารถทนทานต่อสภาพการแข่งขันและการฝึกซ้อมที่ดุเดือดของมวยไทยได้ สิ่งที่ Cogwear ทำคือการอ่านและวิเคราะห์สัญญาณคลื่นสมองระดับคลินิกแบบ Realtime

ข้อมูลที่ระบบสามารถดึงออกมาได้ ประกอบด้วย

  • ระดับความเครียด (Stress Level)
  • สมาธิและการจดจ่อ (Focus & Attention)
  • ความเร็วในการตอบสนอง (Reaction Time)
  • ความมั่นใจ (Confidence)
  • ความพร้อมของระบบประสาทและการฟื้นตัว (Neural Recovery)

เทคโนโลยีนี้เข้ามาแก้ช่องโหว่ใหญ่ของวงการกีฬาต่อสู้ เพราะเปลี่ยนสิ่งที่โค้ชและนักกีฬาเคยมองไม่เห็น ให้กลายเป็น Data ที่มีภาพกราฟิกชัดเจน ทำให้รู้ว่านักกีฬามีภาวะล้าสะสมหรือไม่ และระบบประสาทพร้อมปะทะแค่ไหน ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อความปลอดภัยระยะยาว

หมดยุคเดาใจโค้ช สู่แนวคิด Quantified Fighter

ที่ผ่านมา การประเมินนักมวยมักขึ้นอยู่กับสายตาและประสบการณ์ของครูมวย แต่หัวใจหลักของ Fight IQ คือการสร้าง Quantified Fighter หรือการพัฒนานักสู้ด้วยข้อมูลที่วัดผลได้จริง

แพลตฟอร์มนี้จะดึงดาต้าจากอุปกรณ์ มาสร้างเป็น “โปรไฟล์สมรรถนะของนักสู้” แบบเฉพาะบุคคล เพื่อให้โค้ชนำไปใช้วางแผนการฝึกซ้อม จัดการภาระการรับรู้ และบริหารการฟื้นตัวได้อย่างแม่นยำ ลดความเสี่ยงในการบาดเจ็บ และเพิ่มขีดความสามารถสูงสุดก่อนขึ้นชก

“แนวคิด Quantified Fighter จะเปลี่ยนรูปแบบการพัฒนานักสู้ จากการพึ่งประสบการณ์และสัญชาตญาณเพียงอย่างเดียว ไปสู่การใช้ข้อมูลเชิงลึกประกอบการตัดสินใจในทุกขั้นตอน… เชื่อว่าข้อมูลที่แม่นยำ จะเข้ามาช่วยปูทางให้เส้นทางการเป็นนักกีฬามีความปลอดภัยมากขึ้น” พล.ต. ธนพล ภักดีภูมิ ประธานสภามวยแห่งเอเชีย กล่าว

สำหรับ Fight IQ ไม่ได้มาแค่ Cogwear เพียงอุปกรณ์เดียว แต่ถูกวางโครงสร้างไว้ถึง 4 ด้าน เพื่อสร้างมาตรฐาน Data ในระดับโลกตามนี้

  • Biometric Indices : ชุดดัชนีวัดผลเรียลไทม์ระหว่างแข่งขัน วัดค่าความล้า การฟื้นตัวของระบบประสาท สมาธิ และความมั่นใจ เพื่อนำไปสู่การสร้าง WBC Calibration Score
  • Neuro Fuel : ผลิตภัณฑ์เสริมสมรรถภาพสมองที่เน้นปรับสมดุลการรับรู้ โดยปราศจากสารกระตุ้น
    Performance Platform : บริการในรูปแบบแพลตฟอร์ม NaaS (Neuroscience-as-a-Service) ที่เก็บรวบรวมข้อมูลสมองเพื่อสร้างแผนการฝึกรายบุคคล เป้าหมายคือการสร้างชุดข้อมูลกรรมสิทธิ์ที่มีสเกลระดับ 25 ล้านล้านจุดข้อมูล
  • Gym HQ Bangkok : การสร้างศูนย์กลางนวัตกรรมในกรุงเทพฯ ที่ประกอบด้วย Command Center และ Calibration Pods โดยวางมาตรฐานความล้ำหน้าในระดับเดียวกับ UFC Performance Institute

การนำ AI , อุปกรณ์ Wearable และ Data Analytics เข้ามาผสานกับเครือข่ายนักกีฬากว่า 40,000 คน และยิมกว่า 5,000 แห่งใน 116 ประเทศทั่วโลกของ WBC จะช่วยแปลง “มวยไทย” จากซอฟต์พาวเวอร์ทางวัฒนธรรม ให้กลายเป็น “แพลตฟอร์มสินทรัพย์ข้อมูล” ที่สร้างมูลค่าเชิงพาณิชย์ได้อย่างมหาศาล