จากแหวนสู่ชิป AI จีนดัน เพชรสังเคราะห์ ขับเคลื่อนเทคโนโลยีโลก

เพชรสังเคราะห์

โรงงานจีนเบนเข็มผลิต เพชรสังเคราะห์ ป้อนตลาดชิป AI และดาต้าเซ็นเตอร์ ชูคุณสมบัติระบายความร้อนขั้นสุด พลิกเกมหนีสงครามราคาจิวเวลรี

\ใครจะคิดว่าประกายแวววาวบนแหวนหมั้น กำลังกลายมาเป็นหัวใจสำคัญของศูนย์ข้อมูลระดับโลก ปัจจุบันโรงงานผลิต เพชรสังเคราะห์ รายใหญ่ในประเทศจีน ซึ่งครองสัดส่วนการผลิตราวครึ่งหนึ่งของโลก กำลังเบนเข็มครั้งใหม่ โดยหันมาจับตลาดเทคโนโลยีขั้นสูงอย่างเซมิคอนดักเตอร์และระบบประมวลผล AI เพื่อหนีภาวะสงครามราคาและสร้างการเติบโตใหม่

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา กำลังการผลิตเพชรในห้องปฏิบัติการของจีนเติบโตอย่างก้าวกระโดด เฉพาะในมณฑลเหอหนานแห่งเดียวก็มีสัดส่วนสูงถึง 80% ของกำลังการผลิตทั้งประเทศ แต่การผลิตที่ล้นตลาดทำให้ราคาเพชรเกรดอัญมณีร่วงลงอย่างหนัก ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นของเพชรกลุ่มนี้ลดลงเหลือราว 30–40%

ในทางกลับกัน เพชรเกรดอุตสาหกรรมและวัสดุขั้นสูงกลับทำกำไรได้สูงถึงประมาณ 50% ทำให้ผู้เจ้าของโรงงานในเหอหนาน ประกาศปรับสัดส่วนการผลิต จากเดิมที่ส่งเข้าตลาดจิวเวลรีถึง 70% ให้เหลือไม่เกิน 30% ภายในปี 2030 พร้อมตั้งเป้าผลักดันผลผลิตเพชรเพื่อการใช้งานเชิงฟังก์ชันขึ้นสู่สัดส่วนมากกว่า 50% แทน

จากอัญมณีสู่เทคโนโลยีชั้นสูง อนาคตใหม่ของเพชรสังเคราะห์ ในยุค AI

เหตุผลสำคัญที่ทำให้เทคโนโลยีต้องการเพชร ไม่ใช่เรื่องของความสวยงาม แต่คือการนำความร้อน

การเติบโตของ AI ส่งผลให้ศูนย์ข้อมูล ทั่วโลกใช้พลังงานมหาศาล สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศคาดการณ์ว่า การใช้ไฟฟ้าของศูนย์ข้อมูลทั่วโลกอาจพุ่งสูงแตะ 945 เทราวัตต์-ชั่วโมง ภายในปี 2030 หรือเทียบเท่าการใช้ไฟฟ้าของทั้งประเทศญี่ปุ่นตลอดทั้งปี และสิ่งที่ตามมาพร้อมกับพลังการประมวลผลคือความร้อนสะสมมหาศาลเช่น

เพชรเป็นหนึ่งในวัสดุที่นำความร้อนได้ดีที่สุดในธรรมชาติ นักวิจัยและบริษัทยักษ์ใหญ่จึงเร่งนำแผ่นเพชรสังเคราะห์มาใช้เป็นตัวกระจายความร้อน สำหรับชิปประมวลผลแล้ว ไม่ว่าจะเป็น

– สถาบันวัสดุศาสตร์และวิศวกรรมหนิงโป พบว่า โมดูลระบายความร้อนที่ทำจากทองแดงผสมเพชร ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการถ่ายเทความร้อนของโมดูลชิปได้ถึง 80% และช่วยยกระดับสมรรถนะการทำงานของชิปขึ้น 10%

– เลอโนโว เริ่มนำวัสดุระบายความร้อนเพชรผสมทองแดงมาติดตั้งในแล็ปท็อปสำหรับผู้บริโภคแล้ว

– Huawei และ TSMC อยู่ระหว่างการศึกษาการนำเพชรมาใช้ในระบบระบายความร้อนของชิป

– Intel โดยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ลิป-บู ตัน ได้เข้าลงทุนส่วนตัวในบริษัท Diamond Foundry เพื่อพัฒนาแผ่นเวเฟอร์เพชรสำหรับผลิตชิป

การขยับตัวครั้งนี้ไม่ได้มีความหมายเพียงแค่ในเชิงธุรกิจ แต่ยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อห่วงโซ่อุปทานระดับโลก หากเพชรกลายเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตชิป AI และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล การที่จีนเป็นผู้กุมกำลังการผลิตเครื่องจักรและวัตถุดิบรายใหญ่ของโลก อาจกลายเป็นจุดเปราะบางใหม่ของชาติตะวันตก คล้ายกับกรณีของแร่หายาก ซึ่งรัฐบาลปักกิ่งเองก็ได้เริ่มควบคุมการส่งออกเครื่องจักรและเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องบางส่วนไปแล้ว

ในระยะสั้น การเปลี่ยนผ่านนี้แทบไม่กระทบกระเป๋าเงินโดยตรง แต่ในระยะยาว ผู้บริโภคทั่วไปจะได้ใช้สมาร์ตโฟน แล็ปท็อป และบริการ AI บนคลาวด์ที่มีความเร็วสูงขึ้น เครื่องร้อนช้าลง และมีอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้นอย่างเห็นได้ชัด อ

ย่างไรก็ตาม หากสายพานการผลิตวัตถุดิบนี้ยังคงผูกขาดอยู่ที่ประเทศใดประเทศหนึ่ง ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในอนาคต อาจกลายเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ต้นทุนอุปกรณ์เทคโนโลยีรุ่นถัดไปปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วยครับ

ที่มา : reuters