[จากของจริง] ปัจจุบันถ้าอยากรู้เรียนเรื่อง AI เราสามารถเปิดเว็บค้นหาข้อมูลหรือถามแชทบอตได้เลยง่าย ๆ แต่หากเป็นข้อมูลการใช้ AI จาก ‘ประสบการณ์ตรง’ ในระดับองค์กร ที่มีทั้งข้อมูลผู้ใช้จริง วัดผลจริง และช่วยเดินหน้าธรุกิจมาแล้วจริง ๆ ทั้งหมดนี้ต้องรอให้ทางบริษัทนั้น ๆ เปิดเผยเอง ซึ่งแน่นอนว่าแทบเป็นไปไม่ได้ หรือต้องรอฟังในงานสัมมนาที่เกี่ยวข้องเท่านั้น (ที่มีค่าบัตร)
ทว่าวันนี้มันเป็นไปแล้ว หลังบริษัทเทคฯ แนวหน้าของไทยอย่าง LINE MAN Wongnai จับมือกับภาครัฐอย่างกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) , สสวท. เปิดตัวค่ายฝึก Tech Camp 2026 ปั้นเด็กรุ่นใหม่ ให้รู้จักใช้ AI แก้ไขปัญหาธุรกิจจากชุดข้อมูลที่มีอยู่จริงกันเลย
เปิดคู่มือ AI Thinking Framework ประสบการณ์ใช้งาน AI ของจริงจากองค์กร

บ่อยครั้งที่หลักสูตรในห้องเรียนมักจะตามหลังโลกการทำงานจริง แต่ AI Thinking Framework ที่ LINE MAN Wongnai พัฒนาขึ้นมานี้ ถูกถอดบทเรียนมาจากการลงสนามจริงของพนักงานในองค์กร และการแข่งขัน AI Hackathon ภายในบริษัทที่มีผู้ใช้งานระดับ 10 ล้านคน
ดร.วิโรจน์ จิรพัฒนกุล (รองประธานฝ่าย AI จาก LINE MAN Wongnai) ได้สรุป 3 แก่นความคิด (Core Concepts) ที่คนทำงานยุค AI ต้องมีไว้ดังนี้
รู้ว่าเมื่อไหร่ควร (และไม่ควร) ใช้ AI: การบ้าเห่อ AI ไม่ใช่เรื่องดีเสมอไป เราต้องเข้าใจจุดแข็งและจุดอ่อนของมัน เพื่อเลือกใช้เครื่องมือให้ถูกกับประเภทของงาน และต้องรู้เท่าทันอาการหลอนหรือความผิดพลาดที่ AI อาจสร้างขึ้น
คิดก่อนถาม AI: อย่าให้ AI มาตีกรอบความคิดของเรา ผู้ใช้ต้องสำรวจและรวบรวมองค์ความรู้ของตัวเองก่อนเสมอ เพื่อตั้งคำถาม (Prompt) ให้เฉียบคมและตรงจุดที่สุด
มุ่งหาความเข้าใจ ไม่ใช่แค่เอาคำตอบ: ข้อนี้สำคัญที่สุด อย่าพึ่งพา AI จนสมองฝ่อ แต่ต้องเปลี่ยน AI ให้เป็นคู่คิด พื่อช่วยจัดระเบียบความคิด ซึ่งจะช่วยให้ผู้เรียนและคนทำงานพัฒนาทักษะตัวเองได้เก่งขึ้นจริงในทุก วัน
จากทฤษฎี สู่การลงดาบจริงใน Tech Camp 2026

เพื่อไม่ให้เป็นแค่คู่มือบนแผ่นกระดาษ LINE MAN Wongnai จึงได้เปิดค่าย Tech Camp 2026 (ซึ่งพัฒนามาจาก Spectrum Tech Camp เดิม) ดึงเยาวชนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.3 – ม.6) กว่า 100 ชีวิต มาทดลองใช้ Framework นี้กับโจทย์ทางธุรกิจจริง ๆ
ตัวอย่าง Use Case การเรียนรู้สุดเข้มข้นในค่าย
- ใช้ AI ตรวจสอบเอกสารและข้อมูลของไรเดอร์ (Automated Verification)
- ใช้ AI สร้างข้อความการตลาดเฉพาะบุคคล (Personalized Marketing) เพื่อโปรโมตร้านอาหาร
สร้างผู้ช่วยตอบคำถามอัจฉริยะ (AI Chatbot Assistant)
ซึ่งทั้งหมดนี้ น้อง ๆ จะได้เรียนรู้จาก “ตัวจริง” อย่าง ภัทราวุธ ซื่อสัตยาศิลป์ (CTO) , อานนทวงศ์ มฤคพิทักษ์ (SVP HR & Corporate Comms) , ดร. วิโรจน์ จิรพัฒนกุล และ ภูผา อมรกิจจา เจ้าของช่อง “Mr. Phoops คนตื่นเรียน”
เมื่อภาครัฐกับมือกับเอกชน
ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ (รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.อว.) มองว่า ความร่วมมือนี้คือการสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ตลอดชีวิตโดย อว. และ สสวท. จะเป็นผู้รับไม้ต่อ นำ AI Thinking Framework นี้ไปกระจายสู่เครือข่ายสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ เพื่อยกระดับ Skill Framework ของชาติให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน
ขณะที่ คุณยอด ชินสุภัคกุล ซอ LINE MAN Wongnai) ย้ำชัดเจนว่า ปัจจุบัน AI ได้กลายเป็นมาตรฐานพื้นฐาน ในการประเมินและคัดเลือกบุคลากรขององค์กรทั่วโลกไปแล้ว ภาคเอกชนจึงไม่สามารถนั่งรอให้การศึกษาผลิตคนได้ฝ่ายเดียว แต่ต้องกระโดดลงมาร่วมสร้าง Talent Ecosystem ตั้งแต่ต้นน้ำ เพื่อปิดช่องว่างระหว่าง ‘ห้องเรียน’ กับ ‘ตลาดแรงงานจริง’
สรุป

การเปิดให้ดาวน์โหลด AI Thinking Framework ไปใช้ฟรีทั่วประเทศ ถือเป็นมูฟเมนต์ที่น่าชื่นชมมากของ LINE MAN Wongnai เพราะเป็นการนำ Know-how ระดับองค์กรยูนิคอร์นมาเปิดเผยเป็นสาธารณสมบัติเลยนี้เอง
นัยสำคัญของเรื่องนี้คือการบอกกับสังคมว่าการใช้เครื่องมือ AI เป็น ไม่ได้แปลว่าเราคือ AI Talent แต่คนที่จะรอดในโลกยุคใหม่คือคนที่รู้จักวิธีคิด รู้จักตั้งคำถาม และสามารถทำงานร่วมกับ AI ได้ราวกับเป็นเพื่อนร่วมทีม
นับเป็น Blueprint ชั้นดีสำหรับโรงเรียน มหาวิทยาลัย หรือแม้แต่องค์กรต่าง ๆ ควรหยิบนำไปปรับใช้ เพื่อเร่งสปีดให้คนไทยเปลี่ยนสถานะจากแค่ผู้ใช้ (User) กลายเป็นผู้สร้าง Impact ระดับประเทศในยุค AI อย่างแท้จริง








