[เช็คมูลค่า] แต่เดิมมัลแวร์เหมือนเป็นเครื่องดูดฝุ่น ที่จะดูดข้อมูลแบบไม่เลือกหน้า จากนั้นฝั่งแฮกเกอร์จะมาแยกเยอะเองว่า “ข้อมูลที่ได้มามีความสำคัญแค่ไหน” ปัจจุบันในยุค AI พบมัลแวร์ใหม่ สามารถส่งข้อมูลไปให้ Claude ช่วยจัดอันดับ ว่ามีความคุ้มค่าพอที่จะลงมือหรือไม่
Talos หน่วยงานวิจัยของ Cisco เผยพบ “VOLTA-AUTODOXER” มัลแวร์ใหม่บน Windows สามารถลบตัวเองได้หลังจากปฏิบัติการเสร็จสิ้น โดยจะขโมยข้อมูลทุกอย่างที่ทำได้จากคอมฯ ของเหยื่อ
แต่สิ่งที่ทำให้ VOLTA-AUTODOXER ต่างจากมัลแวร์อื่น ๆ เลยคือ สามารถส่งข้อมูลทั้งหมดไปให้ Claude ช่วยวิเคราะห์เลยว่า ข้อมูลใดคุ้มค่าแก่การลงมือจัดการ เช่น ใบเสร็จใน Gmail , ประวัติการสั่งอาหารผ่านแอปฯ ต่าง ๆ หรือข้อมูลไหนที่เปลี่ยนเป็นเงินสดได้
ทั้งนี้หาก Claude หรือโมเดล AI ตัวไหนปฏิเสธที่จะทำงานนี้ ตัวมัลแวร์ก็จะเปลี่ยนไปใช้โมเดลอื่น ๆ ที่รับงานดังกล่าวทันที
สำหรับ VOLTA พบขโมยข้อมูลทั้งรหัสผ่านบนเบราว์เซอร์ , คุกกี้ , รหัสผ่าน Wi-Fi , ข้อมูลบัตรชำระเงินที่บันทึกไว้ , อีเมล์ , Microsoft OAuth (ใช้บัญชี MS ช่วย Log-in บริการต่าง ๆ) , ภาพหน้าจอ , แม้กระทั่งข้อมูลการตั้งค่า SSH หรือ Secure Shell รวมถึงการใช้บริการคลาวด์ของเหยื่อด้วย
หากมัลแวร์อยากรู้ว่าเหยื่อมีฐานะมากแค่ไหน ก็มีการขโมยข้อมูลใบเสร็จใน Gmail ด้วย หรือกระทั่งการเติมเงินในเกม เช่น Roblox ก็จะถูกนำไปประมวลผลเพื่อประเมินกำลังซื้อของเหยื่อด้วยอีก
รายละเอียดของ VOLTA พบมีการรวบรวมข้อมูลที่ขโมยได้ในไฟล์ที่ชื่อ “Identity_Report.txt” จากนั้นจะแปลงให้อยู่ในรูปแบบ JavaScript Object Notation หรือ JSON ก่อนจะถูกส่งไปยัง OpenRouter ซึ่งเป็นบริการตัวกลางสำหรับเรียกใช้งานโมเดล AI ยอดนิยม
สำหรับคำตอบใด ๆ ที่ได้รับกลับมา จะถูกบันทึกเป็นไฟล์ AI_Analysis.txt จากนั้นตัวไฟล์จะถูกลักลอบส่งออกในรูปแบบไฟล์บีบอัดอย่าง volta_dox.zip ซึ่งการเรียกใช้งาน AI ดังกล่าว จะทำงานผ่านการเชื่อมต่อเครือข่ายของเหยื่อเองเลย
หลังทำงานเสร็จ ไฟล์ประมวลผลหลักอาจลบตัวเองทิ้งไป แต่ไฟล์ volta_debug.txt จะยังคงถูกเก็บไว้ในเครื่องของเหยื่อ เพื่อใช้บันทึกเป็นไฟล์ Log ที่จะแสดงเลยว่า มีอะไรถูกเก็บรวบรวมไปแล้วบ้าง
ส่วนคำสั่งที่ขอให้ AI ช่วยประเมินเหยื่อนั้น พบการตั้งค่าเริ่มต้นจะใช้โมเดล Claude Opus 4.6 จากนั้นก็กำหนดค่า Temperature ไว้ที่ระดับต่ำที่ 0.2 (จาก 1.0) เพื่อให้ AI เลือกคำตอบที่มีความน่าจะเป็นสูงสุดเสมอ โดยไม่มีการเล่นคำหรือแต่งเติม
และหาก AI ปฏิเสธคำสั่ง ก็จะสลับไปใช้โมเดลอื่น ๆ อีกสองตัวทันที เช่น Kimi K2 จาก Moonshot AI และ Gemini 2.5 Flash จาก Google ตามลำดับ
ท้ายนี้การใช้ AI ของ VOLTA นั้น ถือว่าอยู่ในขอบเขตที่ค่อนข้างแคบ เมื่อเทียบกับมัลแวร์ตัวอื่น ๆ ที่มีการใช้ AI ช่วยเหลือเต็มรูปแบบ
ทว่าก็เริ่มมีมัลแวร์ที่ทำงานคล้ายกันแล้ว เช่น มัลแวร์ที่ใช้โมเดล LLM สูงสุด 4 ตัว ให้ช่วยลงมติว่าควรจะทำอะไรเป็นขั้นตอนต่อไป กับมัลแวร์อีกตัวที่สามารถเรียกใช้คีย์ API ของ OpenAI ของเหยื่อเองได้
ทั้งหมดนี้ถือเป็นตัวอย่างการนำ AI มาใช้ในทางที่ผิด อย่างกรณีนี้คือการใช้ AI ช่วยชี้เป้าเพื่อแฮ็ก
แล้วต่อไปจะเป็นอะไร…
ที่มา : TomsHardware








