San Mateo เตรียมออกใบอนุญาตคุม หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ สกัดวิกฤตตกงาน บังคับย้ายตำแหน่ง จ่ายชดเชย หรือส่งเงินช่วยรีสกิลแรงงาน
แม้ว่าปัจจุบัน AI อาจดูเป็นภัยคุกคามต่องานจำนวนมาก แต่หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ ที่เป็นหุ่นยนต์รูปร่างคล้ายมนุษย์ ก็ได้เริ่มรุกคืบเข้าสู่หลากหลายอุตสาหกรรม เพราะสามารถเริ่มต้นใช้งานได้ง่าย และไม่จำเป็นต้องรื้อระบบโรงงานใหม่ และสิ่งนี้กำลังสร้างความกังวลให้กับกลุ่มผู้ใช้งานอย่างมาก
หุ่นยนต์อัตโนมัติเริ่มถูกนำมาใช้งานจริงแล้วตามคลังสินค้าและโรงงานต่างๆ โดยอ้างว่าเพื่อช่วยเหลือ คนทำงานในหน้าที่ที่มีความเสี่ยงอันตรายและซ้ำซากจำเจ ซึ่งแทบไม่มีข้อสงสัยเลยว่าหุ่นยนต์เหล่านี้จะขยายไปยังสายงานอื่นๆ เพิ่มขึ้นอีกแน่นอน ทำให้รัฐต้องการสร้างหลักประกันว่า มนุษย์จะได้รับการคุ้มครองเรื่องการจ้างงานเมื่อเวลานั้นมาถึง
Techhub อยากพาทุกคนไปรู้จักกับ San Mateo เมืองเล็กๆ แห่งหนึ่งในรัฐแคลิฟอร์เนีย ที่คณะกรรมการบริหารของเมือง ได้ลงมติเป็นเอกฉันท์ 4 ต่อ 0 เสียง เพื่อจัดทำระบบออกใบอนุญาต สำหรับภาคธุรกิจที่ใช้งานหุ่นยนต์อัตโนมัติที่ควบคุมด้วยระบบ AI ซึ่งถือเป็นแห่งแรกที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน
เนื้อหานี้ ครอบคลุมไปถึงการป้องกันไฟไหม้จากแบตเตอรี่และความเสี่ยงด้านความปลอดภัยสาธารณะอื่นๆ ที่อาจเกิดจากการใช้งานหุ่นยนต์ ทว่าประเด็นสำคัญที่สุดคือแนวทางในการรับมือกับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับพนักงาน
หากข้อบัญญัตินี้ผ่านการอนุมัติและมีผลบังคับใช้ ภาคธุรกิจจะต้องยื่นขอใบอนุญาตสำหรับหุ่นยนต์ที่ใช้แบตเตอรี่ลิเทียมไอออนแบบชาร์จซ้ำได้ มีการใช้กล้องหรือเซนเซอร์ตรวจจับ และทำงานแบบอัตโนมัติได้ในระดับหนึ่ง
แผนดังกล่าวจะบังคับให้ธุรกิจต้องยอมรับเงื่อนไข 1 ใน 3 ข้อ สำหรับพนักงานที่ต้องเสียตำแหน่งงานให้แก่หุ่นยนต์ ได้แก่
– ย้ายพนักงานไปทำงานตำแหน่งอื่นโดยได้รับค่าจ้างไม่ต่ำกว่าเดิม
– แจ้งบอกกล่าวล่วงหน้า 60 วัน พร้อมจ่ายเงินชดเชยการเลิกจ้าง
– จ่าย “ค่าธรรมเนียมผลกระทบจากระบบอัตโนมัติของเทศมณฑล” เข้าสู่กองทุนฝึกอบรมพัฒนาทักษะแรงงาน
โดยเงินค่าธรรมเนียมนี้จะถูกนำไปใช้เป็นทุนสนับสนุนการรีสกิลหรือฝึกอบรมทักษะใหม่ให้กับคนที่ต้องตกงานเพราะระบบอัตโนมัติ ซึ่งเป็นการผลักภาระต้นทุนส่วนหนึ่งกลับไปยังธุรกิจที่นำหุ่นยนต์เข้ามาใช้งาน โดยบริษัทที่เลือกทางเลือกนี้จะต้องจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุน เพื่อช่วยให้แรงงานที่ถูกแทนที่ได้เรียนรู้ทักษะใหม่และสามารถไปหางานอื่นทำต่อได้
ที่มา : techspot








