มีพิรุธ พบเรือสินค้าสัญชาติจีน ลอยเหนือสายเคเบิลใต้น้ำ

[มาวิจัย ?] ย้อนไปกลับปี 2024 เคยมีข่าว ‘Yi Peng 3’ เรือสินค้าจีนที่ “เผลอ” ลากสมอเรือกว่า 100 ไมล์ จนไปตัดสายเคเบิลใต้น้ำในแถบสวีเดน ส่งผลให้การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตฝั่งยุโรปเกิดปัญหาทันที ต่อมาในปี 2025 ก็มีเหตุคล้ายกัน แต่คราวนี้เกิดขึ้นที่ไต้หวัน

ล่าสุดปี 2026 พบเรือวิจัยสัญชาติจีน แอบเข้ามาลอยลำอยู่เหนือแนวสายเคเบิลใต้น้ำ ที่เชื่อมระหว่างสหรัฐฯ และไต้หวัน คาดอาจมีเหตุการณ์ซ้ำรอย

รายงานจากสื่อสหรัฐฯ Newsweek เผยภาพกองกำลังรักษาชายฝั่งของไต้หวัน กำลังแจ้งเตือนให้เรือวิจัยติดธงชาติจีนขนาดความยาว 200 ฟุต เร่งเปลี่ยนเส้นทางเดินเรือโดยไว หลังพบตัวเรือลอยอยู่เหนือสายเคเบิลใต้น้ำ ที่เชื่อมระหว่างสหรัฐฯ และไต้หวันอยู่นาน

สำหรับสายเคเบิลดังกล่าวคือ Pacific Light Cable Network (PLCN) เป็นสายที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตความเร็วสูงรพหว่างไต้หวันกับสหรัฐฯ และฟิลิปปินส์ โดยมีความยาวกว่า 8,000 ไมล์ สิ่งที่น่าสนใจคือ สายเคเบิลเส้นเดียวกันนี้เคยมีแผนจะเชื่อมต่อไปยังฮ่องกงด้วย แต่ถูกเปลี่ยนเส้นทางไป เนื่องจากความหวาดระแวงของฝั่งอเมริกา เกี่ยวกับการดักฟังข้อมูลของจีน

ส่วนกรณีเรือจีนแอบเข้าหาสายเคเบิลใต้น้ำนั้น ทางเจ้าหน้าที่ไต้หวันเผย “ไม่ใช่ครั้งแรก” โดยที่ผ่านมาทางมักมีการระบุว่าเป็นเพียงเรือพลเรือน ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับกองทัพ ทว่าเรือวิจัยที่มาล่าสุดนั้น พบเคยมีประวัติเดินเรือในน่านน้ำที่มีข้อพิพาทมาแล้ว ซึ่งถูกพบเห็นบริเวณหมู่เกาะพาราเซล (ซึ่งถูกอ้างสิทธิ์โดยจีน ไต้หวัน และเวียดนาม) และหมู่เกาะสแปรตลี (ถูกอ้างสิทธิ์โดยจีน ไต้หวัน เวียดนาม ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และบรูไน)

“เรือติดธงชาติจีน มักมีความเชื่อมโยงกับเหตุการณ์สายเคเบิลเสียหายหลายครั้ง ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา”

คำกล่าวโดยทาง Newsweek พร้อมตั้งข้อสังเกตด้วยว่า เหตุการณ์เหล่านี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในเอเชียตะวันออก แต่ยังรวมถึงเหตุต้องสงสัยในทะเลบอลติกและไต้หวัน ซึ่งอาจเป็นการก่อวินาศกรรมทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ต มากกว่าจะเป็นการทำวิจัยตามที่จีนกล่าวอ้าง ผนวกกับที่จีน มีนโยบายการผสมผสานระหว่างทหารและพลเรือนในปัจจุบัน ก็ยิ่งทำให้เกิดความระแวงมากขึ้นครับ

ที่มา : TomsHardware