“เป็นมากกว่ากล้องวงจรปิด” รีวิวนี้มาพบกับ TP-Link Tapo C200 กล้อง IP camera มากความสามารถจาก TP-Link เอาตรง ๆ นับเป็นครั้งแรกเลยที่ได้รีวิวกล้อง IP camera ที่ควรเรียกว่าเป็นกล้องวงจรปิดติด Wi-Fi ที่สามารถสั่งการและดูภาพจากอินเทอร์เน็ตได้ทุกที่ทุกเวลา และที่สำคัญคือใช้งานง่ายและมีราคาไม่แพงเลย สำหรับตัว Tapo C200 ก็นับกล้อง IP camera ราคาเข้าถึงง่ายรุ่นหนึ่ง แต่กลับมีประสิทธิภาพเกินตัวมาก ๆ ชนิดที่บอกเลยว่า มันไม่ได้แค่กล้องวงจรปิดที่ถ่ายได้อย่างเดียว แต่กลับทำได้มากกว่านั้น ซึ่งจะมีอะไรบ้างลองมาดูกันเลยครับ

คุณสมบัติเด่นของ TP-Link Tapo C200

  • Tapo C200 เป็นกล้องที่รองรับความคมชัดสูง ส่าย หมุน ซูม และดูกลางคืนได้
  • 1080HD ความละเอียดระดับ HD ให้ภาพที่คมชัดภาพที่ชัดเจน
  • ความละเอียดคมชัด 2 ล้านพิกเซล
  • Pan / Tilt เห็นได้ถึง 360 องศาในแนวนอนและแนวตั้ง 114 องศา
  • Night Vision สามารถมองเห็นสิ่งต่างๆ ในที่มืดที่มีถึง 30 ฟุต
  • Sound and Light Alarm เมื่อตรวจพบวัตถุเคลื่อนไหวจะส่งเสียงแจ้งเตือนคุณแบบเรียลไทม์
  • 2Way Audio สื่อสารทางเสียงแบบสองทาง
  • SD Card Storage บันทึกวิดีโอและภาพลง SD Card ได้สูงสุด 128 GB
  • ใช้งานแอพพลิเคชั่น Tapo Camera App เข้าถึงภาพถ่ายได้จากทุกที่ทุกเวลา
  • รับประกัน 2 ปี โดย TP-Link

แกะกล่อง

TP-Link Tapo C200 , ชุดไฟเลี้ยง AC , ชุดคู่มือ และ ฐานสำหรับติดตั้ง

วัสดุและดีไซน์

สำหรับ Tapo C200 ก็ใช้วัสดุเป็นพลาสติดสีขาวทั้งตัว ส่วนหน้าตาอาจดูปุ๊กลุกไปนิด กลม ๆ เล็ก ๆ ไม่ดุดันเหมือนพวกพี่ ๆ กล้องวงจรปิดตามตึกหรือสี่ถนน แต่เห็นอย่างนี้กลับซ่อนฟีเจอร์ล้ำ ๆ ไว้เยอะเกินคาด

สำหรับตัวกล้องของ Tapo C200 ก็มาพร้อมความละะเอียด 2 ล้านพิกเซล ถ่ายวิดีโอ 1080p หรือ Full HD ได้ และสามารถถ่ายวิดีโอได้ทั้งกลางวันและกลางคืน

เมื่อหันดูด้านหลังก็จะเห็นส่วนลำโพงของตัวกล้อง ซึ่งมีไว้ทำอะไรนั้นเดี๋ยวรู้กัน

บริเวณฐานตั้งตัวกล้องก็มีช่องเสียบปลั๊กไฟอย่างเดียวเท่านั้น ไม่มีต่อสาย LAN หรืออะไรเพิ่ม เนื่องจากในตัวกล้องมาพร้อม Wi-Fi สามารถเชื่อมต่อการใช้งานกับเราเตอร์ Wi-Fi ที่บ้านได้เลย

ถ้าใครกังวลว่าสายเสียบมันจะยาวพอไหม ก็ตามนี้เลย

ท้ายนี้หากลองดันตัวกล้องขึ้นมา จะเห็นช่องสำหรับใส่ Micro SD Card เพื่อเอาไว้เก็บข้อมูลภาพ ข้าง ๆ กันก็มีปุ่ม Reset

การใช้งาน

สำหรับรีวิวนี้จะพิเศษหน่อย สืบเนื่องจากผมมีตัวกล้อง Tapo C200 ด้วยกัน 2 ตัว การใช้งานก็จะใช้พร้อมกันไปเลย ให้ทุกคนได้เห็นถึงการแปลงสมาร์ทโฟนในมือ ให้กลายสภาพเป็นศูนย์กล้องวงจรปิดขนาดย่อม สามารถควมคุมแบบไร้สายได้ทุกที่และเวลา

เริ่มจากการติดตั้งกันก่อน การติดตั้งใช้งานตัว Tapo C200 ก็ง่ายมาก ๆ เพียงแค่นำตัวกล้องไปวางจุดไหนของบ้านก็ได้ แต่มีข้อแม้ว่า “ต้องไม่ห่างจากเราเตอร์ Wi-Fi ประจำบ้านเกินไป” จุดนี้บอกเลยว่า ใครที่มี Mesh Wi-Fi จะได้เปรียบมาก หลังหาตำแหน่งวางที่ต้องการได้แล้ว ต่อไปก็เสียบปลั๊กไฟแล้วรอจนกว่าไฟ LED ของตัวกล้องจะเปลี่ยนเป็นสีเขียว จากนั้นก็เปิดแอปฯ ‘TP-Link Tapo’ ขึ้นมา เพื่อทำการ Add ตัวกล้อง

ระหว่างนี้จะมีขั้นตอนหนึ่ง มันจะให้เราเลือกเราเตอร์ Wi-Fi สำหรับเชื่อมต่อตัวกล้อง จุดนี้ใครที่มีเราเตอร์ Wi-Fi ที่บ้านหลายตัว ก็พยายามเลือกตัวที่มันครอบคลุมบ้านสุดหรือดีที่สุด เสร็จก็ใส่ชื่อตัวเราเตอร์ Wi-Fi ที่ใช้ และรหัสสำหรับเข้าตัวเราเตอร์ Wi-Fi ที่เราใช้ประจำด้วยเช่นกัน ตรงนี้ห้ามใส่ผิดเด็ดขาด ไม่งั้นตัวแอปฯ หากล้องไม่เจอแน่นอน 

หลังติดตั้งเสร็จแล้ว ก็จะเข้าสู่หน้าหลักของตัวแอปฯ TP-Link Tapo ในที่นี้ผมได้ Add ตัวกล้องเพิ่มเข้ามาอีกตัว เลยทำให้เห็นภาพอีกมุมหนึ่ง ซึ่งระหว่างติดตั้งตัวกล้อง เราสามารถเลือกได้ว่าตัวกล้องนี้ ๆ ตรงอยู่ในห้องอะไรบ้าง เพื่อใครที่ Add ตัวกล้องหลาย ๆ ตัว จะได้ไม่สับสน อ่อ ตัวกล้อง Tapo C200 สามารถเพิ่มกล้องได้สูงสุดถึง 32 ตัวเลยนะครับ ต่อไปลองมาดูกันว่าทำไม Tapo C200 ถึงได้ชื่อว่าเป็นกล้อง IP camera ที่เป็นมากกว่ากล้องวงจรปิด

Pan & Tilt หมุนมุมกล้อง

การควมคุมกล้อง ตามสเปกตัวกล้องสามารถหมุนได้ 360 องศา และถ่ายในแนวนอนและแนวตั้งได้ 114 องศา ซึ่งเราสามารถกดที่ตัวเลือก Pan & Tilt ในแอปฯ มันจะมีปุ่มลูกศรเลื่อนขึ้นลง-ซ้ายขวา ตามภาพ เราสามารถกดเพื่อเลื่อนหามุมภาพต่าง ๆ ได้ทันที

ตัวอย่างการควบคุมตัวกล้อง Tapo C200 ผ่านแอปฯ TP-Link Tapo บนสมาร์ทโฟน

Mark Position มาร์กจุดมุมกล้อง

การมาร์กจุดหรือ Mark Position เนื่องจากตัวกล้องหมุนหามุมได้ไม่ค่อยเร็วนัก ทาง TP-Link จึงแก้ปัญหาด้วยฟีเจอร์นี้เอง เราสามารถกด Mark Position ที่ล็อคตำแหน่งภาพที่ต้องการในจุดหนึ่งได้ จากนั้นก็กดมาร์กในจุดต่อ ๆ ไปได้ตามต้องการ ทำให้เราสามารถ Pen ตัวกล้องหามุมไปยังจุดต่าง ๆ ได้รวดเร็วขึ้น

Talk and Voice Call คุยผ่านกล้อง

ถือเป็นฟีเจอร์ที่ชอบเป็นพิเศษเลย ตัวกล้อง Tapo C200 สามารถใช้เป็นโทรศัทพ์ได้ด้วย จุดนี้ให้นึกถึงฉากในหนังบางเรื่อง ที่เวลามีแขกมาบ้านตัวเอก ระหว่างนั้นก็มีกล้องวงจรปิดส่องมา พร้อมส่งเสียงจากคนในบ้านว่า ‘มาทำอะไร’ ตัว Tapo C200 สามารถทำแบบนี้ได้ ดูล้ำมาก ๆ คือเราไม่ต้องเปลืองแรงเดินออกมาเปิดประตู แต่ถามความประสงค์ผ่านตัวกล้องได้ทันที หรือใครจะประยุกต์ใช้เป็นอย่างอื่นก็ได้ เช่น ติดกล้องไว้คุยกับเด็กเล็กหรือสัตว์เลี้ยง เป็นต้น

ตัวอย่างส่งเสียงผ่านกล้อง TP-Link Tapo C200

Motion Detected ขโมยมาเรารู้

กล้องวงจรปิดทั่วไปมีหนาวแน่ สำหรับฟีเจอร์มันคือส่วนที่ทำให้ TP-Link Tapo C200 เป็นสุดยอดกล้อง IP camera กันเลย คือมันสามารถตรวจจับการเคลื่อนไหวได้ เช่น เวลามีใครมาเดินเข้าบ้านเรา ตัวกล้องจะส่งสัญญานเตือนมายัง Notification ของสมาร์ทโฟนทันทีแบบ Real Time ซึ่งปกติตัวกล้องจะตั้งให้แจ้งเตือนเฉพาะส่วนนี้ให้เรารู้เงียบ ๆ เท่านั้น แต่ใครอยากได้ความ ‘มัน ก็สามารถตั้งให้ตัวกล้อง ทำการส่งเสียงแจ้งเตือนดัง ๆ ได้เลย (ตามคลิป)

Motion Detected ขโมยมาเรารู้ (TP-Link Tapo C200)

Schedule กำหนดการทำงานแบบรายวัน

หากเราต้องการให้ตัวกล้องทำการบันทึกภาพ (เก็บลงเมม) หรือเปิดฟีเจอร์ Motion Detection ก็สามารถตั้งค่าการทำงานอย่างละเอียด แบบรายชั่วโมงและรายวันได้เลย

ดูภาพจากหลาย ๆ กล้องได้พร้อมกัน

เนื่องจากเรามีกล้อง 2 ตัว ในแอปฯ ก็เลยปรับให้ดูพร้อมกัน 2 กล้องในหน้าเดียวกันได้เลย (สูงสุด 4 กล้องต่อ 1 หน้า)

Night Mode ถ่ายภาพกลางคืน

ตัวกล้องสามารถถ่ายภาพกลางคืน หรือควรจะพูดว่า สามารถถ่ายภาพได้ที่มืดจัด ๆ ได้ (ภาพขาวดำ) ซึ่งตามสเปกคือ สามารถในที่มืดได้ 30 ฟุต ปกติมันจะตั้งค่าปรับเปลี่ยนเองอัตโนมัติ หรือเราจะตั้งเองก็ได้

โหมดปกติ Day Mode ถ่ายกลางวัน

หากตกกลางคืนเมื่อไร Night Mode ก็จะทำงานทันที

ประสิทธิภาพ

เราได้เห็นสารพัดฟีเจอร์ของตัวกล้องไปแล้ว ก็ต้องยอมรับเลยว่า มันไม่ใช่เพียงกล้องวงจรปิดจริง ๆ ต่อไปลองมาดูประสิทธิภาพในการถ่ายวิดีโอกันบ้าง ต้องบอกก่อนว่า ปกติตัวกล้องเวลาถ่ายภาพ จะเป็นการถ่ายแบบ Live หรือ Streaming ไม่ได้มีการบันทึกแต่อย่างใด

แต่ถ้าอยากให้บันทึก ก็ต้องหา Micro SD Card มาใส่ตัวกล้อง ซึ่งหลังใส่แล้ว มันจะเลือกช่วงเวลาที่ควรบันทึกให้เลย หรือเราจะกดบันทึกเองก็ได้ ไม่ก็ตั้งตารางบันทึกผ่านฟีเจอร์ Schedule อนึ่ง เราสามารถดึงวิดีโอที่บันทึกมาแชร์ลงโซเชียลหรือลงบัญชี Cloud ของเราได้เลยนะ

โอเค ลองมาดูประสิทธิภาพการถ่ายวิดีโอ ระหว่างช่วงกลางวันและกลางคืนกันต่อครับ

เทสการถ่ายภาพกลางวัน (Day Mode) ผ่านกล้อง TP-Link Tapo C200

เทสการถ่ายภาพกลางคืน (Night Mode) ผ่านกล้อง TP-Link Tapo C200

เดี๋ยวไม่เชื่อว่ามืดจริง บรรยากาศตอนที่ถ่ายคือแทบไม่เห็นอะไรเลยนะเออ

สรุป

ปลอดภัย ใช้งานง่าย ฟีเจอร์เพียบ และประสิทธิภาพเกินตัว ทั้งหมดขอมอบให้ TP-Link Tapo C200 เลยครับ ตัวกล้องมีความสามารถหลายอย่างมาก ๆ แต่ก็ใช้งานไม่ยากกว่าที่คิด คือทุกสิ่งทุกอย่าง เราสามารถควบคุมและดูผลผ่านสมาร์ทโฟนเครื่องเดียวได้ทันที

ปัจจุบัน สถานการณ์บ้านเราถือว่าไม่ค่อยดีนัก ส่งผลให้มีโจรหรือขโมยเกิดขึ้นมากมาย ซึ่งจะบุกไปบ้านไหนหรือบ้านเราตอนไหนก็ไม่ทราบ แต่จะดีแค่ไหน หากเราสามารถรับรู้ได้ก่อน หรือสามารถเก็บภาพเป็นหลักฐานได้ ตัวกล้อง IP Camara จึงเข้ามามีบทบาทในส่วนนี้เอง ซึ่งตัว TP-Link Tapo C200 ก็นับเป็นกล้อง IP Camara ที่ดี และเข้าถึงได้ง่ายมาก ๆ

ด้านฟีเจอร์ก็ตามที่เห็นไปเลย ส่วนประสิทธิภาพ ตัวกล้องก็สามารถเก็บภาพวิดีโอได้คมชัดพอตัว ทั้งยังใช้ขนาดในการเก็บไฟล์ไม่มากเลย ทำให้ประหยัดพื้นที่ในการจัดเก็บไปได้เยอะ แต่จุดที่ว้าวจริง ๆ คือ การถ่ายภาพกลางคืน (Night Mode) ถ่ายที่มืดได้ชัดมาก

สุดท้ายนี้ TP-Link Tapo C200 ก็มี ราคาพิเศษ ซึ่งเดี๋ยวรอดูกันในโปรโมชั่นวันคนโสด 11/11 Singles Day หรือดูใน http://bit.ly/2WYUjW7 นี้เลยครับ

เช็คราคาโปรโมชั่น คลิก