เจาะสูตรลับองค์กร 100 ปี กับการ Transform สู่ยานลูก YIPINTSOI NEXT

ในโลกธุรกิจที่เทคโนโลยีหมุนเร็วจนน่ากลัว องค์กรส่วนใหญ่มักล้มหายตายจากไปตามกาลเวลา น้อยนักที่จะเห็นองค์กรสัญชาติไทยที่มีอายุยืนยาวเกินศตวรรษ และยิ่งเป็นเรื่องยากขึ้นไปอีกที่จะเห็นยักษ์ใหญ่เหล่านั้นยอมทุบโครงสร้างตัวเอง เพื่อเกิดใหม่ในร่างที่ปราดเปรียวและทันสมัย

บริษัท ยิบอินซอย จำกัด คือหนึ่งในข้อยกเว้นนั้น ในวาระที่กำลังก้าวสู่ศตวรรษที่ 2 ยิบอินซอยได้ประกาศปรับทัพครั้งสำคัญในรอบร้อยปี ผันตัวเองสู่ Holding Company พร้อมส่งยานลูกอย่าง บริษัท ยิบอินซอย เน็กซ์ จำกัด (YIPINTSOI NEXT) เป็นหัวหมู่ทะลวงฟันในโลกดิจิทัลเทคโนโลยี

อะไรคือสูตรลับที่ทำให้องค์กร 100 ปีแห่งนี้ไม่เคยตกยุค? และการอุบัติขึ้นของ YIPINTSOI NEXT จะเปลี่ยนสมการธุรกิจเทคโนโลยีในไทยอย่างไร? Techhub ได้ร่วมพูดคุยเจาะลึกกับสองแม่ทัพใหญ่ คุณมรกต ยิบอินซอย กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยิบอินซอย จำกัด และ คุณสุภัค ลายเลิศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยิบอินซอย เน็กซ์ จำกัด ถึงเบื้องหลังยุทธศาสตร์ครั้งนี้

ส่วนที่ 1 ดีเอ็นเอองค์กรศตวรรษ และทางแยกเชิงกลยุทธ์

สิ่งที่สงสัยคือ อะไรคือเหตุผลสำคัญที่ทำให้องค์กรอายุ 100 ปีอย่างยิบอินซอย ตัดสินใจปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ในเวลานี้?

คุณ มรกต ให้ข้อมูลว่า ตลอดระยะเวลากว่า 100 ปี ยิบอินซอยผ่านทั้งโอกาสและความท้าทายในทุกยุคสมัย สูตรลับเดียวที่ทำให้เราเดินมาถึงจุดนี้ได้คือ องค์กรไม่เคยหยุดพัฒนาและไม่เคยยึดติดกับความสำเร็จในอดีต การปรับโครงสร้างครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงแค่การเปลี่ยนรูปแบบองค์กรตามกระแส แต่คือการออกแบบอนาคต เพื่อให้องค์กร สามารถเติบโตได้อย่างมั่นคง คล่องตัว และยั่งยืนในระยะยาว ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจดิจิทัลและความต้องการขององค์กรที่กำลังเข้าสู่ยุค AI และ Digital Transformation อย่างเต็มรูปแบบ

โครงสร้างใหม่ภายใต้บทบาท Holding Company ถูกจัดวางไว้อย่างไร?

ภายใต้โครงสร้างใหม่ บริษัท ยิบอินซอย จำกัด จะดำเนินบทบาทในฐานะ Holding Company ที่มุ่งกำหนดทิศทางเชิงกลยุทธ์ การลงทุน และการบริหารพอร์ตธุรกิจของกลุ่มบริษัท โดยได้จัดสรรธุรกิจออกเป็น 3 เสาหลัก (3 Pillars) เพื่อความชัดเจนในการบริหารจัดการ ได้แก่

1.IT Technology ซึ่งเราควบรวมบริษัทไอทีในเครือ 4 แห่งเข้าด้วยกันเป็น YIPINTSOI NEXT 2.Agriculture & Alternative Energy ดำเนินงานโดย บริษัท ยิบอินซอยและแย๊คส์ จำกัด มุ่งเน้นเทคโนโลยีการเกษตร และพลังงานทางเลือก และ 3.Sustainable Living Lifestyle ธุรกิจด้านไลฟ์สไตล์และความยั่งยืน ซึ่งรวมถึงบิ๊กดีลล่าสุดอย่างการเข้าซื้อกิจการแอปพลิเคชัน Robinhood โดยยิบอินซอยจะนำจุดแข็งด้านเทคโนโลยี IT, Cloud, AI และระบบ Security เข้าไปสนับสนุนและต่อยอดโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อให้แพลตฟอร์มกลับมาแข็งแกร่งและเติบโตในยุคต่อไป

ส่วนที่ 2 YIPINTSOI NEXT ยานลูกสายพันธุ์ใหม่ จาก SI สู่ Trusted Advisor

คุณสุภัค เล่าว่า ยิบอินซอย เน็กซ์ เกิดจากการรวมศักยภาพด้านเทคโนโลยีทั้งหมดของเรา ไม่ว่าจะเป็น Cloud Infrastructure, AI Solutions, Cybersecurity, Data & Analytics, Managed Services และ Enterprise Solutions

ซึ่งการควบรวมครั้งนี้ช่วยลดความซ้ำซ้อนและลดต้นทุนหลังบ้าน ได้ทันทีประมาณ 20-25% แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลในรูปแบบ Resource Pool เรายุบรวมทีมหลังบ้าน เช่น Developer, Support และ Pre-sale มารวมกัน ทำให้เราสามารถดึงคนมาทำงานข้ามสาย นำ Best Practice จากอุตสาหกรรมหนึ่งไปปรับใช้กับอีกอุตสาหกรรมหนึ่งได้รวดเร็ว และนำเสนอโซลูชันแบบครบวงจร 360 องศาให้ลูกค้าได้ทันที ปัจจุบันเครือยิบอินซอยทั้งหมด มีบุคลากรด้านเทคโนโลยีกว่า 1,500 คน พร้อมประสบการณ์จากโครงการขนาดใหญ่ในมือครับ

นอกจากนี้ คุณสุภัคยังชี้ให้เห็นถึงทิศทางเทคโนโลยีในยุค Trusted Digital Era ว่า ปัจจุบันทุกองค์กรพูดเรื่องการนำ AI มาใช้ แต่ความท้าทายที่แท้จริงไม่ใช่เรื่องการหาเครื่องมือล้ำๆ มาใช้ แต่คือเรื่องความปลอดภัย และความถูกต้องของข้อมูล องค์กรจะปล่อยให้ AI ประมวลผลโดยที่ข้อมูลรั่วไหลไม่ได้ จุดนี้คือข้อได้เปรียบของ YIPINTSOI NEXT เพราะเรามีประสบการณ์ยาวนานในการทำระบบโครงสร้างพื้นฐานที่ซับซ้อนและต้องการความปลอดภัยสูงให้กับภาคธนาคารและหน่วยงานรัฐ เราจึงพร้อมที่จะเข้าไปช่วยเซ็ตระบบตั้งแต่รากฐาน เพื่อให้การทรานส์ฟอร์มไปสู่ AI ของลูกค้าเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และถูกต้องตามกฎระเบียบข้อบังคับอย่างแท้จริง”

บทบาทและ Position ของ YIPINTSOI NEXT

คุณสุภัค เล่าต่อว่า เรากำลังเปลี่ยนบทบาทจากการเป็นเพียงผู้รับเหมาติดตั้งระบบ ไปสู่การเป็น ที่ปรึกษาทางธุรกิจที่ไว้วางใจได้ ปัจจุบันเราไม่ได้คุยแค่กับ CIO หรือฝ่ายไอทีเพื่อเสนอสเปกเทคโนโลยี แต่เราต้องคุยกับฝั่ง Business มากขึ้น เช่น ฝ่ายการตลาด หรือ CFO เพราะโจทย์ของลูกค้าเปลี่ยนไป พวกเขาต้องการโซลูชันที่แก้ปัญหาธุรกิจหรือตอบโจทย์กฎระเบียบ ยิ่งในยุคปัจจุบันที่องค์กรรัดเข็มขัด หลายแห่งตั้งเป้าลดงบประมาณไอทีรวมลงถึง 10% หน้าที่ของเราคือต้องนำเทคโนโลยีไปสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจ และช่วยลูกค้าบริหารจัดการต้นทุนให้คุ้มค่าที่สุด”

ส่วนที่ 3 วัฒนธรรม ไม่ทิ้งงาน และเป้าหมายสู่ตลาดทุน

สำหรับ การเปลี่ยน Mindset พนักงานกว่า 1,500 คน จากสายเทคนิคให้เข้าใจมิติธุรกิจ มีความท้าทายอย่างไร โดยเฉพาะเรื่อง Generation Gap? คุณมรกต เล่าว่า เรื่อง Generation Gap สำหรับยิบอินซอยนั้น ไม่มีปัญหาอะไร เพราะพนักงานรุ่นเก่าของบริษัทไอทีในเครือมีความคุ้นเคยและพร้อมปรับตัวเข้ากับเทคโนโลยีใหม่ๆ อยู่เสมอ แต่ความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดของผู้นำคือการปรับ Mindset ให้เข้าใจธุรกิจของลูกค้า จากเดิมที่เก่งแค่เทคนิค ต้องเปลี่ยนมามองภาพรวมธุรกิจให้ออก

อย่างไรก็ตาม จุดแข็งที่ฝังอยู่ในดีเอ็นเอของคนยิบอินซอยตลอด 100 ปีคือ ความน่าเชื่อถือ เรามีปณิธานสำคัญคือไม่เคยมีประวัติทิ้งงานหรือทิ้งลูกค้า ไม่ว่าจะขาดทุนหรือเจอปัญหาหนักแค่ไหน เราจะทำจนกว่าจะสำเร็จ เดิมเราแข็งแกร่งมากในภาครัฐ แต่โครงสร้างใหม่ของ ยิบอินซอย เน็กซ์ จะมุ่งเจาะตลาดภาคเอกชนมากยิ่งขึ้น เพื่อบาลานซ์พอร์ตโฟลิโอ โดยนำความน่าเชื่อถือศตวรรษนี้ไปส่งต่อให้ลูกค้ากลุ่มใหม่

คุณสุภัค กล่าวสรุปว่า เป้าหมายสูงสุดของกลุ่มยิบอินซอยในการส่งยานลูกลำนี้ออกไป คือการทำให้ YIPINTSOI NEXT กลายเป็น Partner of Choice หรือองค์กรแรกที่ลูกค้าคิดถึงเมื่อมีปัญหาด้านเทคโนโลยีและธุรกิจ และทั้งหมดนี้ คือสูตรลับการทรานส์ฟอร์มขององค์กร 100 ปี ที่พร้อมจะเติบโตอย่างยั่งยืนร่วมกับสังคมไทยในศตวรรษหน้า