เคยสงสัยไหมว่า… เวลาเราเห็นข่าวโดรนบินรุกล้ำพื้นที่หวงห้าม หรือข่าวภัยคุกคามทางไซเบอร์ระดับชาติ ใครกันคือคนที่คอยดูแลระบบป้องกันเหล่านี้อยู่เบื้องหลัง?
Techhub จะพาทุกคนไปเปิดโลก Tech สายความมั่นคง ที่คนทั่วไปอาจไม่ค่อยรู้ แต่บอกเลยว่าใกล้ตัวและล้ำกว่าที่คิด เพราะล่าสุดเราได้ข้อมูลน่าสนใจจาก JAKKRAWAN (จักรวาล) บริษัทเทคโนโลยีไทยระดับตำนานที่เพิ่งประกาศรีแบรนด์ครั้งใหญ่ในรอบ 50 ปี
ทำไมบริษัทนี้ถึงน่าจับตามอง? ก็เพราะเขาคือ Key Player ที่อยู่เบื้องหลังระบบ Anti-Drone, เรดาร์กองทัพ และความปลอดภัยระดับ Critical Infrastructure ของประเทศนั่นเองครับ
เมื่อ โดรน ไม่ใช่แค่ของเล่น แต่คือภัยคุกคามรูปแบบใหม่

ปฏิเสธไม่ได้ว่ายุคนี้ใครๆ ก็บินโดรนได้ แต่ในมุมของความมั่นคง โดรนคือฝันร้ายของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ลองจินตนาการถึง การเอาโดรนใส่กระเป๋าเป้ และแอบไปบินในพื้นที่ และทิ้งระเบิด ไม่ต้องมาแบบเครื่องบินรบ ก็สามารถทำลายเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ
หรือจะบินเข้าไปส่องพื้นที่ส่วนบุคคล ขนสิ่งผิดกฎหมายข้ามกำแพงเรือนจำ หรือแม้แต่โดรนติดอาวุธในพื้นที่ชายแดน ซึ่งจะบินมาแบบเงียบ ๆ

นี่คือที่มาของเทคโนโลยี Anti-Drone System ที่ JAKKRAWAN เชี่ยวชาญ และกำลังเป็นที่ต้องการสุดๆ ข้อมูลเผยว่า ความต้องการระบบต่อต้านโดรนในภาคเอกชนพุ่งสูงขึ้นกว่า 5 เท่าในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา
แล้วระบบ Anti-Drone ทำงานยังไง? มันไม่ได้แค่เอาตาข่ายไปดักจับนะครับ แต่มันคือสงครามคลื่นสัญญาณ
1.Detect ใช้เรดาร์พิเศษสแกนหาวัตถุขนาดเล็กบนท้องฟ้า แยกแยะว่านี่คือนกหรือโดรน
2.Track ล็อกเป้าหมายและคาดการณ์ทิศทาง
3.Jam ยิงคลื่นรบกวนเพื่อให้โดรนลำนั้นเสียการควบคุม บินกลับฐาน หรือลงจอดฉุกเฉินทันที โดยไม่สร้างความเสียหายต่อพื้นที่ด้านล่าง
ซึ่ง JAKKRAWAN ไม่ได้ทำแค่ซื้อมาขายไป แต่เขาคือ System Integrator ที่ออกแบบระบบให้เข้ากับพื้นที่หน้างานจริง ไม่ว่าจะเป็นค่ายทหาร สนามบิน หรือพื้นที่ส่วนตัวต่าง ๆ
ภารกิจเบื้องหลังที่คนไม่ค่อยรู้

นอกจากเรื่องโดรนแล้ว ชื่อของ จักรวาล (ชื่อเดิมคือ จักรวาลคอมมิวนิเคชั่นซีสเท็ม) ยังอยู่เบื้องหลังโปรเจกต์สุดหินที่เราอาจไม่เคยสังเกตมาก่อน ภายใต้ชื่อใหม่ บริษัท จักรวาล แอดวานซ์ เทคโนโลยี จำกัด (JAKKRAWAN Advanced Technology) มีผลงานระดับ Masterpiece ที่ต้องใช้ความเชี่ยวชาญเฉพาะทางสูงมาก ไม่ว่าจะเป็น
– กล้อง CCTV กลางทะเลลึก หากใครคิดว่ากล้องวงจรปิดธรรมดาจะรอดไหมถ้าต้องไปอยู่บน แท่นขุดเจาะน้ำมัน ที่นั่นมีทั้งไอเค็ม ลมพายุ และความเสี่ยงเรื่องก๊าซไวไฟ JAKKRAWAN คือผู้ออกแบบระบบกล้องที่ต้องทนทานพิเศษ เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของเจ้าหน้าที่กลางทะเล
– สายด่วนกลางมหาสมุทร เรือเดินสมุทรทุกลำต้องมีระบบสื่อสารเพื่อความปลอดภัยโลก ซึ่ง JAKKRAWAN เป็นคนติดตั้งสถานีวิทยุเรือกว่า 20 สถานีรอบอ่าวไทยและอันดามัน รวมถึงระบบวิเคราะห์พฤติกรรมเรือ เพื่อให้มั่นใจว่าทุกชีวิตกลางทะเลจะติดต่อขอความช่วยเหลือได้เสมอ
ความเจ๋งอีกอย่างคือ การที่บริษัทไทยสามารถจับมือกับยักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่าง Thales (บริษัทเทคโนโลยีป้องกันประเทศจากฝรั่งเศส) ได้อย่างแนบแน่น จนได้รับเลือกเป็น Key Industrial Partner (KIP)

แต่คุณสุพิชช์ อังศวานนท์ CEO ของ JAKKRAWAN บอกเคล็ดลับว่า เทคโนโลยีดีแค่ไหน ถ้าคนใช้ไม่เป็น หรือซ่อมไม่ได้ ก็ไร้ค่า จุดแข็งที่ทำให้ JAKKRAWAN ยืนระยะมาได้ถึง 50 ปี และครองงานภาครัฐกว่า 95% คือความเป็นไทย ในแง่การบริการครับ
เขาไม่ได้แค่ขายของแล้วจบ แต่มีทีม Engineering ที่พร้อมลุยหน้างาน 24 ชม. โดยสามารถเข้าใจวัฒนธรรมการทำงานของหน่วยงานไทย ปรับจูนเทคโนโลยีระดับโลกให้ใช้งานได้จริงในบริบทบ้านเรา

การรีแบรนด์เป็น JAKKRAWAN Advanced Technology ครั้งนี้ ไม่ใช่แค่เปลี่ยนชื่อให้ดูเท่ แต่เป็นการประกาศตัวว่าพวกเขาจะไม่ใช่แค่คนวางระบบสื่อสารอีกต่อไป แต่จะมุ่งสู่ 3 เสาหลัก คือ ICT, Public Safety และ Homeland Security อย่างเต็มตัว
เป้าหมายถัดไปคือการดันรายได้แตะ 1,000 ล้านบาท และเตรียมเข้าตลาดหลักทรัพย์ MAI ภายในปี 2571 ซึ่งถ้าดูจาก Track Record และความต้องการเรื่อง Security Tech ที่มีแต่จะเพิ่มขึ้นในโลกยุคใหม่… บอกเลยว่าชื่อของจักรวาล น่าจะเป็นอีกหนึ่งหุ้นเทคโนโลยีไทยที่น่าจับตามองมากๆ ครับ
ใครที่สนใจเรื่องเทคโนโลยีความมั่นคง หรืออยากรู้ว่าระบบหลังบ้านของโครงสร้างพื้นฐานไทยทำงานยังไง รอติดตามเรื่องราวเจาะลึกแบบนี้ได้ที่ Techhub ครับ
ที่มา : งานสัมภาษณ์กลุ่ม คุณสุพิชช์ อังศวานนท์ CEO ของ JAKKRAWAN








