เจาะลึกประเด็น AI ลอกโค้ด เมื่อ AI สามารถโคลนโปรเจกต์ Open Source ได้ในพริบตา พร้อมฟอกขาวโค้ดเลี่ยงลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์เพื่อแสวงหากำไร
วงการนักพัฒนาซอฟต์แวร์กำลังเผชิญหน้ากับความท้าทายครั้งใหม่ เมื่อความสามารถของปัญญาประดิษฐ์ไม่ได้หยุดอยู่แค่การช่วยเขียนโปรแกรมทั่วไป แต่ก้าวล่วงไปถึงการที่ AI โคลนโค้ดทั้งโปรเจกต์ได้อย่างรวดเร็ว สิ่งนี้กำลังทำให้เส้นแบ่งระหว่างนวัตกรรม และการชุบมือเปิบเริ่มเลือนลาง โดยเฉพาะในประเด็นที่ละเอียดอ่อนอย่างเรื่องลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์
เมื่อเร็วๆ นี้ นักวิจัยด้านซอฟต์แวร์สองคน คือ Dylan Ayrey ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้ง Truffle Security และ Mike Nolan สถาปนิกซอฟต์แวร์จาก UN Development Programme ได้สาธิตให้เห็นว่าเครื่องมือ AI ในปัจจุบันสามารถทำซ้ำโปรเจกต์ ซอฟต์แวร์ Open Source ทั้งหมดได้อย่างไร
พวกเขาได้สร้างโปรเจกต์เชิงประชดประชันที่ชื่อว่า malus.sh ซึ่งเพียงแค่คุณจ่ายเงินเล็กน้อย บริการนี้ก็สามารถสร้างโปรเจกต์ Open Source ขึ้นมาใหม่ โดยได้ผลลัพธ์เป็นโค้ดที่แตกต่างทางกฎหมายและเป็นมิตรกับองค์กร โดยไม่ต้องให้เครดิต ไม่ติดเงื่อนไข Copyleft และไม่มีปัญหาตามมา
ประเด็นนี้ถือเป็นบททดสอบสำคัญของกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา ที่แต่เดิมมักอ้างอิงบรรทัดฐานตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 อย่างคดี Baker v. Selden) ที่ระบุว่ากฎหมายลิขสิทธิ์จะคุ้มครองรูปแบบการแสดงออกแต่ไม่ได้คุ้มครองไอเดีย
ช่องโหว่นี้เคยทำให้เกิดกระบวนการที่เรียกว่า Clean-room design หรือการวิศวกรรมย้อนกลับโดยที่วิศวกรไม่จำเป็นต้องดูโค้ดต้นฉบับเลย ซึ่งที่ผ่านมา บริษัท Phoenix Technologies เคยใช้วิธีนี้สร้าง PC BIOS เวอร์ชั่นของตัวเองในยุค 1980
อย่างไรก็ตาม ในอดีตกระบวนการนี้ต้องใช้ทั้งทีมงาน เวลาหลายเดือน และการดูแลทางกฎหมายอย่างเข้มงวด แต่ในยุคนี้ การใช้ AI ทำให้กระบวนการ Clean-room เสร็จสิ้นได้ในเวลาแค่ไม่กี่นาทีด้วยคำสั่งเพียงไม่กี่บรรทัด จนเกิดคำถามตัวโตๆ ว่า การจำลองโค้ดด้วยความเร็วระดับนี้ ยังถือเป็นสิทธิการใช้งานที่เป็นธรรมหรือไม่?
ถ้าเราไม่ทำ คนอื่นก็ทำอยู่ดี อันนี้เป็นประโยคเจ็บๆ จากการนำเสนอของนักวิจัย สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลที่กำลังก่อตัวในชุมชนนักพัฒนา เพราะถ้าโมเดล AI สามารถลอกเลียนแบบโค้ดได้อย่างสมบูรณ์แบบ ซอฟต์แวร์ Open Source ที่ชุมชนช่วยกันสร้างสรรค์ ก็อาจถูกบริษัทต่างๆ นำไปดัดแปลงเป็นผลิตภัณฑ์แบบปิดเพื่อแสวงหาผลกำไรในระดับอุตสาหกรรม โดยไม่มีการตอบแทนกลับคืนสู่สังคม
การนำโค้ดมาใช้มีความเสี่ยงในตัวมันเองอยู่แล้ว นักวิจัยได้ยกตัวอย่างช่องโหว่ความปลอดภัยระดับโลกอย่าง Log4Shell ในเฟรมเวิร์ก Log4j ที่ส่งผลกระทบอย่างหนักจนแม้แต่เกมดังอย่าง Minecraft Java Edition ยังต้องรีบออกแพตช์แก้ไขด่วน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าโลกไอทีพึ่งพาซอฟต์แวร์จากชุมชนนักพัฒนามากขนาดไหน และ ปัญหา AI ในครั้งนี้ก็กำลังเข้ามาสั่นคลอนรากฐานของโครงสร้างนั้น
เรื่องนี้ถือเป็นตลกร้ายของวงการนักพัฒนาจริงๆ นะ เพราะอย่าลืมว่า AI ที่ฉลาดขึ้นทุกวันนี้ ส่วนหนึ่งก็เก่งขึ้นมาได้จากการเข้าไปดูดโค้ดที่นักพัฒนาในชุมชน Open Source ช่วยกันเขียนและแบ่งปันไว้บนอินเทอร์เน็ตแบบฟรีๆ
แต่ผลลัพธ์ที่ได้ในตอนนี้คือ AI กลับกลายเป็นเครื่องมือชั้นดีที่ทำให้ใครก็ได้ สามารถใช้ฟอกขาวโค้ดเหล่านั้น เลี่ยงเรื่องลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์อย่างถูกกฎหมาย เพื่อเอาไปปิดซอร์สและขายทำกำไรซะงั้น…
ที่มา








