นวัตกรรมการแพทย์ โอกาสของสตาร์ทอัพไทย : HealthTech Insight

การจะผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ได้ ไม่ได้หยุดอยู่แค่งานบริการเท่านั้น แต่การพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ยังเป็นความหวังในการสร้างตลาดและธุรกิจใหม่ ให้กับสตาร์ทอัพไทยที่สนใจเทคโนโลยีเกี่ยวกับสุขภาพ

HealthTech Insight พาไปคุยกับตัวจริงในวงการเฮลท์เทค และสตาร์ทอัพรุ่นบุกเบิก ที่เดินหน้าพัฒนานวัตกรรมการแพทย์ไทย ให้ไปได้ไกลกว่าที่คิด

: นวัตกรรมสร้าง New S-Curve 

คนไทยมีศักยภาพในการพัฒนาเทคโนโลยีเป็นของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นปัญญาประดิษฐ์หรือ AI ทางการแพทย์ ซอฟต์แวร์ หรือแพลตฟอร์มที่ช่วยที่จะลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ และมีโอกาสในการขยายตลาดไปในอาเซียนได้ด้วย

พงษ์ชัย เพชรสังหาร ประธานสมาคมการค้าเฮลท์เทคไทย (Thai Health Tech Association: THTA) เล่าย้อนกลับไปเมื่อ 7 ปีก่อน ตอนที่กระแสสตาร์ทอัพเริ่มมา และเป็นช่วงเวลาที่ประเทศกำลังมองหา New S-Curve ใหม่ ซึ่งนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพเป็นโอกาสที่น่าสนใจ เพราะไทยเราเป็น Medical Hub ของเอเชีย มีจุดเด่นด้านการแพทย์และการให้บริการ แต่ยังขาดอุปกรณ์ เครื่องมือ หรือเทคโนโลยี ที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ

ความยากวงการสาธารณสุขเป็น อะไรที่ซับซ้อนและที่เกี่ยวข้องกับหลายภาคส่วน ทั้งในเรื่องของชีวิตคน หน่วยงานกำกับดูแล หน่วยงานที่ทำหน้าที่วิจัยและพัฒนา ทำให้การขยายตลาดสำหรับกลุ่มสตาร์ทอัพเฮลท์เทคยังมีอุปสรรค ประธานสมาคมกล่าว และบอกว่า

สมาคมการค้าสมาคมการค้าเฮลท์เทคไทยจึงตั้งขึ้น เพื่อเป็นศูนย์รวมของผู้ประกอบการสตาร์ทอัพเฮลท์เทคของไทยในทุกสเตจของการประกอบธุรกิจ ไม่ว่าจะเริ่มมีไอเดีย เริ่มมีธุรกิจ หรืออยู่ในขั้นตอนเริ่มระดมทุน โดยวัตถุประสงค์หลักคือการช่วยเหลือ และสร้างเครือข่ายของผู้ประกอบการให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้า แพทย์ สถาบันการแพทย์ ตลอดจนหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง

: เส้นทางที่ท้าทาย

โจทย์ที่สร้าง Impact คือเป้าหมายของคนที่เริ่มทำนวัตกรรม ไม่ต่างจาก Perceptra หนึ่งในสตาร์ทอัพเฮลท์เทคไทย ที่เดินหน้ามาตั้งแต่ยุคเริ่มต้น ที่ยังไม่เคยมีใครทำมาก่อน กับการใช้ AI เข้ามาช่วยวิเคราะห์ภาพถ่ายทางการแพทย์

สุพิชญา พู่พิสุทธิ์ ผู้ก่อตั้ง บริษัท เพอเซ็ปทรา จำกัด บอกว่า ปัญหาใหญ่ของสาธารณสุขไทย คือประชากรสุขอายุที่มีจำนวนเพิ่มขึ้น ทำให้ความต้องการทางด้านการแพทย์เพิ่มขึ้น ในขณะที่จำนวนผู้ให้บริการมีเท่าเดิม และมีแนวโน้มลดลงด้วยซ้ำ การวินิจฉัยโรคจึงเป็นหัวใจสำคัญ ถ้าทำได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำ และทันเวลา

ถ้ามี AI เข้ามาช่วย แล้วทำให้แพทย์สามารถวินิจฉัยได้เร็ว เจอโรคได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ก็จะช่วยชีวิตคนได้มากขึ้นสุพิชญากล่าว และบอกว่า AI เข้ามาเป็นผู้ช่วยแพทย์ในการวินิจฉัยโรคได้เป็นอย่างดี เพราะสามารถอ่านได้หลายโรค อย่างโรคสมอง จากภาพถ่ายจอประสาทตา โรคหัวใจ สโตรก หรืออัลไซเมอร์

แต่กว่าจะออกมาเป็นนวัตกรรมได้ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย แม้จะเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีมานานหลายปี แต่เมื่อถึงเวลาที่ต้องทดลองใช้จริง ก็ยังพบข้อจำกัด และได้รับความคิดเห็นที่หลากหลายจากผู้ใช้งานจริง เพื่อนำมาปรับและพัฒนาให้ตอบโจทย์กับได้มากขึ้น

สุพิชญา ยอมรับว่า โอกาสที่ได้ร่วมงานกับโรงพยาบาลขนาดใหญ่ทำให้มีข้อมูลภาพถ่ายจำนวนมาก และสามารถขยายการทดสอบไปได้ทั่วประเทศ ทำให้การวิเคราะห์ผลจากภาพถ่ายเอ็กเรย์มีความแม่นยำ และสร้างความเชื่อมั่นได้มากขึ้น

เธอย้ำว่า ประเทศไทยมีศักยภาพในการส่งออกเทคโนโลยีทางการแพทย์ไปยังประเทศเพื่อนบ้าน หรือประเทศตะวันออกกลาง (Middle East) เพื่อสร้างรายได้หลัก เป็น S-Curve ใหม่ของประเทศได้ในที่สุด

 

: ความหวังไม่ไกลเกินเอื้อม

จนถึงตอนนี้ ภาครัฐมีความชัดเจนในการส่งเสริมเฮลท์เทคสตาร์ทอัพ ไม่ว่าจะเป็นสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA), ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (TCELS), กองทุนพัฒนาผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (TED Fund), สถาบันส่งเสริมวิสาหกิจดิจิทัล (Depa) รวมถึงกระทรวงสาธารณสุขที่ต่างร่วมบูรณาการ และช่วยส่งเสริมการพัฒนาเทคโนโลยีทางการแพทย์มากขึ้น

ประธานสมาคมการค้าเฮลท์เทคไทย กล่าวเสริมว่า การพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ทางการแพทย์มีความยากและซับซ้อน การขออนุญาตจากสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เพื่อรับรองมาตรฐานความปลอดภัย เป็นสิ่งที่ต้องเรียนรู้ร่วมกันระหว่างผู้ประกอบการ และหน่วยงานกำกับดูแล ผ่านกลไกอย่างการบ่มเพาะ และจัดทำกฎระเบียบที่ชัดเจนมากขึ้น

สิ่งที่สมาคมการค้าเฮลท์เทคไทยยังคงเดินหน้า คือการช่วยเหลือสตาร์ทอัพในทุกขั้นตอน เพื่อช่วยส่งเสริมคนที่มีไอเดีย ช่วยเรื่องการลงทุนและให้คำปรึกษาเมื่อเจออุปสรรค ช่วยคนที่พัฒนาแล้วให้เติบโตได้มากขึ้น

มาร่วมหาคำตอบว่า เทคโนโลยีจะช่วยเปลี่ยนอนาคตการดูแลสุขภาพไปได้อย่างไร ในซีรีส์ HealthTech Insight เทคโนโลยีการแพทย์สุดล้ำ ความหวังใหม่ของการรักษาโรค ได้ทุกช่องทางโซเชียลมีเดียของ Techhub