รับฟังเสียงบ่น Microsoft เลิกดัน AI ปรับใหญ่ Windows 11

Microsoft เลิกดัน AI

เมื่อ Microsoft เลิกดัน AI แบบยัดเยียด! เจาะลึกโปรเจกต์ Windows K2 แผนยกเครื่อง Windows 11 ปี 2026 ที่เน้นความเร็วสะใจ Start Menu ไวขึ้น 60%

ดูเหมือนว่าในปี 2026 นี้ Microsoft จะเริ่มรับฟังเสียงบ่นของผู้ใช้อย่างจริงจังเสียที หลังจากปล่อยให้ Windows 11 เจอกับมรสุมทั้งอัปเดตแล้วพัง และการพยายามยัดเยียดฟีเจอร์ AI จนเครื่องอืด ล่าสุดมีข้อมูลหลุดเกี่ยวกับโปรเจกต์ภายในที่ชื่อว่า Windows K2 ซึ่งจะเป็นแผนการยกเครื่องระบบปฏิบัติการครั้งสำคัญ โดยมีเป้าหมายหลักคือความเร็วและความเสถียร

หัวใจหลักของ Windows K2 คือการปรับปรุงประสิทธิภาพที่ผู้ใช้สัมผัสได้จริง Microsoft ตั้งเป้าจะทำให้ Start Menu ทำงานเร็วขึ้นถึง 60% ด้วยเทคโนโลยี WinUI 3 นอกจากนี้ในส่วนของ File Explorer ที่หลายคนบ่นว่าช้า ก็กำลังถูกปรับปรุงให้สามารถค้นหาชื่อไฟล์ได้แบบทันที เพื่อท้าชนกับแอปพลิเคชัน Third-party ที่ทำได้ดีกว่ามาตลอด

ก่อนหน้านี้ Microsoft พยายามผลักดันให้ Windows กลายเป็น Agentic OS หรือระบบปฏิบัติการที่ขับเคลื่อนด้วย AI เป็นหลัก แต่ในแผน K2 นี้ดูเหมือนจะมีการถอยฉากออกมาเล็กน้อย โดยหันไปโฟกัสฟีเจอร์ที่ผู้ใช้เรียกร้องแทน เช่น การนำฟีเจอร์ย้ายตำแหน่ง Taskbar กลับมา และการอนุญาตให้ผู้ใช้ในกลุ่ม Insider สามารถเลือกเลื่อนการอัปเดตออกไปได้แบบไม่มีกำหนด เพื่อป้องกันปัญหาเครื่องค้างจากบั๊กที่มาพร้อมอัปเดตใหม่

ในฝั่งของเกมเมอร์ Microsoft ยอมรับว่า SteamOS (จากเครื่อง Steam Deck) และ Linux ตัวอื่น ๆ เริ่มทำประสิทธิภาพในการเล่นเกมได้ดีกว่า Windows ในบางด้าน แผน Windows K2 จึงเตรียมเปิดตัว Xbox Mode และลดภาระของโปรเซสเบื้องหลังเพื่อให้ Windows มีความลื่นไหลเท่าเทียมกับ SteamOS ภายใน 2 ปี (นานไปไหมมม)

นอกจากนี้ Microsoft ยังพยายามปรับจูนให้ Windows ทำงานได้ลื่นบนคอมพิวเตอร์สเปกเริ่มต้นที่มี RAM เพียง 8GB ซึ่งคาดว่าเป็นการเตรียมรับมือกับการมาของ MacBook Neo จาก Apple ที่ลือว่าจะมีราคาเริ่มต้นเพียง 600 ดอลลาร์ (ประมาณ 2 หมื่นต้น ๆ) ซึ่งอาจสั่นคลอนตลาดโน้ตบุ๊ก Windows ได้เลยทีเดียว

ที่มา

techspot