ญี่ปุ่นโชว์เหนือ สร้าง โดรนจากลังกระดาษ ประกอบเสร็จใน 5 นาที

โดรนจากลังกระดาษ

เปิดตัว โดรนจากลังกระดาษ AirKamuy 150 จากญี่ปุ่น! ราคาถูกกว่าเดิม 3 เท่า ทำความเร็ว 120 กม./ชม. ประกอบเสร็จใน 5 นาที

ในโลกของเทคโนโลยีทางทหารที่เรามักนึกถึงอาวุธราคาแพงระยับและวัสดุสุดล้ำ แต่บทเรียนจากสงครามในยูเครนและอิหร่านกลับสอนให้เรารู้ว่า ของถูกและดีที่มีจำนวนมหาศาล อาจมีชัยเหนืออาวุธนำวิถีราคาแพงได้ และล่าสุด Air Kamuy สตาร์ทอัพจากญี่ปุ่นกำลังตอกย้ำแนวคิดนี้ด้วยการสร้างโดรนจากวัสดุที่คาดไม่ถึงอย่างกระดาษลัง

กระทรวงกลาโหมของญี่ปุ่นได้เริ่มให้ความสนใจอย่างจริงจังกับโดรนรุ่น AirKamuy 150 ซึ่งเป็นโดรนปีกตรึง (Fixed-wing) ที่มีโครงสร้างหลักทำจากกระดาษลูกฟูก จุดเด่นที่ทำให้โลกต้องหันมองไม่ใช่แค่เรื่องวัสดุ แต่เป็นเรื่องของ ต้นทุนและความเร็ว

จุดที่โดรนกว่าโดรนทั่วไป

– ราคาถูกกว่าเดิม 3 เท่า หากเทียบกับโดรนรุ่น Lucas ของสหรัฐฯ มีต้นทุนผลิตอยู่ที่ประมาณ 10,000 ดอลลาร์ แต่โดรนกระดาษลังของ Air Kamuy มีราคาเพียง 3,000 ดอลลาร์ (ราว 1 แสนบาท) เท่านั้น

– ประกอบไวใน 5 นาที โดยโดรนรุ่นนี้ถูกออกแบบมาให้พับแบนได้เพื่อให้ง่ายต่อการขนส่ง และสามารถประกอบขึ้นรูปด้วยมือได้ภายในเวลาเพียง 5 นาที โดยไม่ต้องใช้เครื่องมือพิเศษหรือโรงงานผลิตที่ซับซ้อน

– แม้จะทำจากกระดาษ แต่สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (74 mph) ซึ่งเร็วกว่าโดรน Lucas ของสหรัฐฯ เสียอีก

ทำไมต้องใช้กระดาษลัง? คำตอบนั้นง่ายมาก เพราะโดรนเหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อ ภารกิจเที่ยวเดียว หรือโดรนพลีชีพนั่นเอง ในเมื่อเป้าหมายคือการพุ่งชน การใช้วัสดุคอมโพสิตราคาแพงจึงเป็นเรื่องสิ้นเปลือง การใช้กระดาษลังที่น้ำหนักเบาและหาได้ทั่วไปจึงเป็นทางเลือกที่ชาญฉลาดกว่าในการผลิตจำนวนมาก เพื่อใช้ในกลยุทธ์ Swarm Attack หรือการโจมตีแบบฝูงบินที่เน้นการใช้จำนวนเข้าข่มเพื่อเจาะระบบป้องกันทางอากาศ

อย่างไรก็ตาม AirKamuy 150 ยังมีข้อจำกัดด้านระยะการบิน เนื่องจากขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า ซึ่งบินได้นานประมาณ 80 นาที ต่างจากโดรนที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปซึ่งบินได้ไกลกว่ามาก แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาหากโจทย์คือการโจมตีในระยะใกล้หรือการส่งเสบียงเร่งด่วนในพื้นที่ภัยพิบัติ

มุมมองจาก Techhub อนาคตของสงครามคือ Software ไม่ใช่ Hardware ซึ่งการมาของโดรนกระดาษลังสะท้อนให้เห็นเทรนด์เทคโนโลยีการทหารที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจนครับ ในอดีตเราแข่งกันที่ความแกร่งของเกราะและความแม่นยำของขีปนาวุธ แต่ในยุคที่ฝูงบินอัจฉริยะ เริ่มเข้ามามีบทบาท ตัวฮาร์ดแวร์จะมีความสำคัญน้อยลงเรื่อยๆ จนกลายเป็นเพียงวัสดุสิ้นเปลือง

โจทย์สำคัญไม่ได้อยู่ที่ว่าโดรนทำจากอะไร แต่อยู่ที่จะคุมโดรนหมื่นลำพร้อมกันอย่างไร มากกว่า ถ้าญี่ปุ่นสามารถผสานซอฟต์แวร์ควบคุมฝูงบินเข้ากับโดรนราคาหลักแสนนี้ได้สำเร็จ มันจะกลายเป็นอาวุธที่น่ากลัวที่สุดในเชิงยุทธศาสตร์ เพราะศัตรูไม่สามารถยิงสกัดโดรนราคา 1 แสนบาท ด้วยขีปนาวุธราคา 100 ล้านบาทได้ตลอดไปครับ และนี่คือการทำลายสมดุลทางเศรษฐกิจของสงครามอย่างแท้จริง

ที่มา

techspot