เปิดตัวโปรเจกต์ เรือสำราญไฟฟ้า 100% ลำแรกของโลก! เจาะลึกสเปก 8 หมื่นตัน รักษ์โลกจริงหรือแค่ย้ายที่ปล่อยคาร์บอน?
Meyer Werft อู่ต่อเรือยักษ์ใหญ่จากเยอรมนี จับมือ Corvus Energy เผยโฉมโปรเจกต์ เรือสำราญไฟฟ้า 100% ลำแรกของโลก ที่เคลมว่าสามารถลดการปล่อยมลพิษได้สูงสุดถึง 95% สลัดภาพจำเดิม ๆ ของเรือสำราญขนาดใหญ่ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นตัวการปล่อยคาร์บอนและสร้างมลพิษทางเสียงแก่นิเวศวิทยาทางทะเล
เจาะสเปกเรือยักษ์ 8 หมื่นตัน กับความท้าทายเรื่อง แบตเตอรี่ และจุดชาร์จ
ที่ผ่านมาเราเห็นกระแสอีวีบูมแค่ในวงการรถยนต์ เพราะขีดจำกัดทางฟิสิกส์นั้นต่างกัน รถยนต์ถ้าน้ำหนักแบตเตอรี่เพิ่มขึ้น ผลเสียคือวิ่งอืดและเปลืองไฟ แต่สำหรับเรือและเครื่องบิน น้ำหนักคือเส้นแบ่งความเป็นความตาย ถ้าเครื่องบินหนักไปจะบินไม่ขึ้น ส่วนเรือถ้าหนักเกินไปคือจม ปัจจุบันความหนาแน่นของพลังงานในแบตเตอรี่ยังน้อยกว่าน้ำมันดีเซลถึง 5-10 เท่า
แต่การยัดแบตเตอรี่ลงเรือขนาด 82,000 ตัน ยาว 275 เมตร ให้จุผู้โดยสารได้ 1,865 คน แถมวิ่งยาวได้เป็นสัปดาห์จึงเป็นโจทย์ที่หินมาก ยิ่งไปกว่านั้น การชาร์จเรือไซส์นี้หนึ่งครั้ง ต้องใช้พลังงานมหาศาลเทียบเท่ากับการเสียบปลั๊กจ่ายไฟให้เมืองเล็ก ๆ ทั้งเมืองเลยทีเดียว
อย่างไรก็ดี Meyer Werft มั่นใจว่าเทคโนโลยีจัดการพลังงานของพวกเขาพร้อมแล้ว โดยตั้งเป้าส่งมอบเรือลำแรกภายในปี 2031 ซึ่งภายในเรือจะไม่มีเครื่องยนต์ดีเซลขนาดใหญ่ ทำให้ห้องโดยสารเงียบสนิทและไร้แรงสั่นสะเทือน โดยแผนงานนี้จะเดินหน้าควบคู่ไปกับการปรับปรุงท่าเรือในยุโรปราว 100 แห่งให้ติดตั้งระบบชาร์จไฟแรงสูงเพื่อรองรับเรือลำนี้
ในมุมของ Techhub โปรเจกต์นี้ฟังดูรักษ์โลกและล้ำสมัยมาก แต่อย่าเพิ่งรีบอวยจนเกินงาม เพราะถ้ามองบนพื้นฐานวิทยาศาสตร์และโครงสร้างพื้นฐานในโลกความจริงในปี 2026 ระยะเวลาอีก 5 ปีข้างหน้า เทคโนโลยีแบตเตอรี่จะพัฒนาจนเอาชนะข้อจำกัดเรื่องน้ำหนักได้คุ้มทุนจริงไหม ก็ยังไม่มีใครตอบได้
และสิ่งที่ต้องจับตาดูที่สุดคือ สถานีชาร์จที่ท่าเรือ เพราะการอัปเกรดท่าเรือ 100 แห่งให้จ่ายไฟระดับเมืองได้ต้องใช้เงินทุนมหาศาล ที่สำคัญ ถ้ากระแสไฟฟ้าที่เอามาเสียบชาร์จเรือยังผลิตจากโรงไฟฟ้าถ่านหิน การเคลมว่าลดมลพิษ 95% ก็เป็นแค่การย้ายที่ปล่อยคาร์บอนจากทะเลขึ้นมาไว้บนบกเท่านั้นเอง โลกต้องตอบตัวเองให้ได้ก่อนว่าพร้อมจ่ายให้กับระบบนิเวศนี้จริง ๆ หรือยัง….
ที่มา








