10 ปี INT มหิดล เปลี่ยนงานวิจัยสู่นวัตกรรมขับเคลื่อนไทยได้อย่างแท้จริง

INT มหิดล

10 ปี INT มหิดล เจาะลึก 4 ยุคการเปลี่ยนงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์จริง สร้างมูลค่ากว่า 4,300 ล้านบาท ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมไทยอย่างยั่งยืน

ในอดีตประเทศไทยขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยภาคการผลิตและแรงงาน แต่ในวันนี้โจทย์ของประเทศได้เปลี่ยนไป การก้าวข้าม “กับดักประเทศรายได้ปานกลาง” ไม่อาจพึ่งพารูปแบบการเติบโตแบบเดิมได้อีกต่อไป แต่ต้องอาศัยเครื่องยนต์ใหม่ นั่นคือความสามารถในการสร้าง “นวัตกรรม” และเปลี่ยนองค์ความรู้ให้กลายเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจ และต้นทางขององค์ความรู้เหล่านั้นส่วนหนึ่งมาจากงานวิจัยในรั้วมหาวิทยาลัย

โดย สถาบันบริหารจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (INT) มหาวิทยาลัยมหิดล เดินหน้าทำหน้าที่เป็นฟันเฟืองสำคัญครบ 10 ปี นำงานวิจัยจากรั้วมหาวิทยาลัย มาต่อยอดและพัฒนาให้กลายเป็นนวัตกรรมที่ใช้ประโยชน์ได้จริง ทั้งในเชิงสังคมและพาณิชย์ โดยสามารถสร้างมูลค่างานวิจัยตามสัญญาสะสมเป็นมูลค่ามากกว่า 4,300 ล้านบาท นำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์และสร้างรายได้มากกว่า 250 ล้านบาท ไปจนถึงการสนับสนุนจัดตั้ง Startups คุณภาพมาแล้วถึง 91 ราย ในโอกาสครบรอบ 10 ปี ของ INT มหิดล ร่วมเผยเส้นทางภารกิจเปลี่ยนงานวิจัยให้กลายเป็นพลังขับเคลื่อนประเทศใน 4 การเดินทางที่สำคัญ ได้แก่

ดร.ธนิต ชังถาวร อดีตผู้อำนวยการ Innotech

1.ยุคแห่งการวางรากฐาน ซึ่ง ดร.ธนิต ชังถาวร อดีตผู้อำนวยการ Innotech และปัจจุบันดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) หรือ BEDO ย้อนเล่าถึงช่วงเวลาที่ดำรงตำแหน่งว่า ช่วงนั้นคือช่วงเวลาของการ “สร้างบ้านสร้างเมือง”

เป็นการวางรากฐานการบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญา และผลักดันแนวคิด Entrepreneurial University หรือมหาวิทยาลัยแห่งผู้ประกอบการ ชวนให้นักวิจัยเปลี่ยนมุมมองจากการทำวิจัยเพื่อการตีพิมพ์หรือจดสิทธิบัตร ไปสู่การสร้างนวัตกรรมที่ตอบโจทย์สังคม ตลาด และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง

ศ.นพ.ภัทรชัย กีรติสิน ผู้อำนวยการ INT

2.ยุคแห่งการวางระบบ นำโดย ศ.นพ.ภัทรชัย กีรติสิน ผู้อำนวยการ INT ท่านต่อมาเข้ารับตำแหน่งในช่วงที่คำว่า “นวัตกรรม” เป็นเพียงแนวคิดที่จับต้องได้ยาก จึงเปลี่ยน “แนวคิด” ให้กลายเป็น “ระบบ” ที่นักวิจัยสามารถเดินตามได้จริง ด้วยการปรับโครงสร้างการทำงานให้ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ

ตั้งแต่การสนับสนุนงานวิจัย การบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญา ไปจนถึงการผลักดันการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ พร้อมสร้างแรงจูงใจ ผลักดันการออกข้อบังคับด้านสิทธิประโยชน์ของนักวิจัยและผู้ประดิษฐ์ทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อสร้างแรงจูงใจให้เห็นคุณค่าของการต่อยอดผลงาน

3.ยุคแห่งการเชื่อมโยงระบบนิเวศนวัตกรรม ภายใต้การบริหารของ ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ อดีตผู้อำนวยการ INT ปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) นำสู่การเป็น “ผู้เชื่อมต่อ” สร้างความร่วมมือระหว่างนักวิจัย ภาคอุตสาหกรรม ผู้ประกอบการ นักลงทุน และพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ

ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ อดีตผู้อำนวยการ INT

ผลักดันนวัตกรรมสู่การใช้ประโยชน์จริง ภายใต้แนวคิดที่ว่า “นวัตกรรมไม่ใช่หน้าที่ของนักวิจัยเพียงคนเดียว แต่เป็นการทำงานร่วมกันของทั้งระบบ พร้อมสร้างกลไกการลงทุนที่เอื้อต่อ Startups และ Deep Tech ตลอดจนการพัฒนาแหล่งทุนและ Venture Capital ที่เข้าใจงานวิจัยเชิงลึก ซึ่งช่วยให้งานวิจัยของไทยสามารถเติบโตและแข่งขันได้ในเวทีโลก นำพาสู่การเป็นประเทศที่มีรายได้สูงอย่างยั่งยืน

4.ยุคแห่งการสร้าง Impact ระดับประเทศ โดยผู้บริหารคนปัจจุบัน ศ.ดร.วิริยะ เตชะรุ่งโรจน์ ผู้อำนวยการสถาบันบริหารจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (INT) มหาวิทยาลัยมหิดล มองว่า ภารกิจของ INT ในทศวรรษต่อไป ไม่ได้หยุดอยู่เพียงการสนับสนุนงานวิจัย การจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา หรือการจัดตั้งธุรกิจนวัตกรรม แต่ต้องสามารถพาผลงานเหล่านั้นไปถึงการใช้ประโยชน์จริง และสร้างผลกระทบในระดับประเทศ

ซึ่ง 10 ปีต่อจากนี้จะเป็นยุคแห่งการสร้าง Impact ให้งานวิจัยและนวัตกรรมของมหิดลสามารถแก้ไขปัญหาสำคัญของประเทศ สร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนได้จริง ความสำเร็จจึงไม่ควรวัดเพียงจากจำนวนผลงานที่เกิดขึ้น แต่ต้องวัดจากผลลัพธ์และการเปลี่ยนแปลงที่นวัตกรรมนั้นสร้างให้กับสังคม”

ภายใต้บทบาทของผู้อำนวยการ INT ศ.ดร.วิริยะ มุ่งขับเคลื่อนให้ INT เป็น Innovation Gateway of Mahidol University ทำหน้าที่เชื่อมโยงนักวิจัย ผู้ประกอบการ ภาคธุรกิจ นักลงทุน ภาครัฐ และผู้ใช้งาน เพื่อช่วยให้องค์ความรู้และเทคโนโลยีสามารถก้าวจากห้องวิจัยไปสู่ตลาดและสังคมได้อย่างเป็นระบบ สอดคล้องกับเป้าหมายของ INT ในการสร้าง Real World Impact จากนวัตกรรมของมหาวิทยาลัย

“เมื่อผลงานของนักวิจัยมหิดลสามารถสร้างประโยชน์ให้กับประชาชนและประเทศได้ นั่นไม่ใช่เพียงความสำเร็จของ INT แต่คือความภาคภูมิใจของมหาวิทยาลัยมหิดล และเป็นความภาคภูมิใจของประเทศไทย” ศาสตราจารย์ ดร.วิริยะกล่าว

หาก 10 ปีแรกของ INT คือยุคแห่งการวางรากฐาน สร้างระบบ และเชื่อมโยงระบบนิเวศนวัตกรรม 10 ปีต่อจากนี้จะเป็นยุคแห่งการผลักดันนวัตกรรมให้เกิดผลลัพธ์ และสร้าง Impact ในระดับประเทศอย่างแท้จริง