เบื้องหลังแอป ตม. ส่องเทคโนโลยี THIM แอปจัดคิวนักท่องเที่ยว

THIM

ด่านตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ถือเป็นประตูด่านแรกในการต้อนรับผู้มาเยือนจากทั่วโลก การบริหารจัดการความหนาแน่นของผู้โดยสาร ณ ท่าอากาศยาน ควบคู่ไปกับการรักษาความมั่นคงของประเทศจึงเป็นสิ่งสำคัญ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) จึงได้ร่วมมือกับภาคเอกชนในการพัฒนาแอปพลิเคชัน Thailand Immigration หรือ “THIM” ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันเว็บและมือถือระดับประเทศแห่งแรกที่เข้ามาพลิกโฉมขั้นตอนการเข้าประเทศให้มีประสิทธิภาพและปลอดภัยสูงสุด

พลิกโฉมการบริหารจัดการคิว เพิ่มความคล่องตัวสำหรับผู้เดินทางชาวไทยและต่างชาติ

เป้าหมายหลักของระบบ THIM คือการเปลี่ยนผ่านกระบวนการตรวจคนเข้าเมืองไปสู่ระบบดิจิทัล เพื่อลดความแออัดภายในอาคารผู้โดยสารอย่างเห็นได้ชัด สำหรับผู้เดินทางชาวไทย ระบบได้ยกระดับช่องทางอัตโนมัติ ณ ท่าอากาศยานหลักอย่างสุวรรณภูมิและดอนเมือง ทำให้ปัจจุบันสามารถผ่านด่านได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่จำเป็นต้องรอคิวปะปนกับนักท่องเที่ยวต่างชาติอีกต่อไป

ในขณะเดียวกัน ผู้เดินทางชาวต่างชาติก็ได้รับประโยชน์จากระบบนี้เช่นกัน เนื่องจากระยะเวลาหน้าเคาน์เตอร์ด่านตรวจลดลงจากเดิมที่ต้องใช้เวลารอเกือบ 1 นาที เหลือเพียง 30-40 วินาทีต่อคนเท่านั้น ผ่านการสแกน QR Code ที่ได้จากการคัดกรองข้อมูลล่วงหน้า ส่งผลให้แถวรอคิวของชาวต่างชาติสั้นลงเรื่อยๆ และสามารถระบายผู้โดยสารได้อย่างต่อเนื่อง

บริษัท ดิจิทัล ไอเดนติตี้ จำกัด พันธมิตรผู้ขับเคลื่อนระบบ e-KYC 3 ชั้น

ผู้อยู่เบื้องหลังการพัฒนาระบบเทคโนโลยีนี้ให้แก่ สตม. คือ บริษัท ดิจิทัล ไอเดนติตี้ จำกัด (Digital Identity Co., Ltd. หรือ DDI) นำโดยคุณณธกร ธนาชัยหิรัญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โดยบริษัทได้นำความรู้และความเชี่ยวชาญจากการพัฒนาระบบยืนยันตัวตนทางดิจิทัล (e-KYC) ในภาคการเงิน มาออกแบบระบบ Core System สำหรับการตรวจคนเข้าเมือง ภายใต้หลักการ Security by Design เพื่อรองรับระบบงานที่มีความสำคัญสูงและต้องมีความเสถียรตลอดเวลา (Mission-Critical)

วิธีการทำงานของ DDI คือการพัฒนาระบบตรวจสอบหนังสือเดินทางเชิงลึกถึง 3 ชั้น ได้แก่

– Machine Readable Zone (MRZ) การอ่านและถอดรหัสแถบบาร์โค้ดด้านล่างหนังสือเดินทาง
– Visual Zone การตรวจสอบข้อมูลหน้าหนังสือเดินทางและรูปถ่ายภายนอก
– Passport Chip (NFC) การใช้สมาร์ทโฟนสแกนชิปที่ฝังอยู่ในเล่มหนังสือเดินทางโดยตรง

ข้อมูลทั้ง 3 ส่วนนี้จะถูกนำมาตรวจสอบความสอดคล้องกัน ร่วมกับระบบจดจำใบหน้า และระบบตรวจจับใบหน้าจริง เพื่อตรวจสอบว่าเป็นบุคคลจริง ไม่ใช่การนำรูปถ่ายหรือวิดีโอมาสแกนแทน เทคโนโลยีนี้ช่วยให้ ตม. สามารถตรวจจับหนังสือเดินทางปลอมได้อย่างแม่นยำสูงเกือบ 100% โดยเปิดให้ดาวน์โหลดเป็น Global App ทั่วโลก ทั้งระบบ iOS และ Android ซึ่งรองรับทั้งภาษาอังกฤษ รัสเซีย ญี่ปุ่น และจีน ช่วยให้นักท่องเที่ยวลงทะเบียนล่วงหน้าได้อย่างละเอียดตั้งแต่ก่อนออกเดินทาง

ทำไมต้องเลือก AWS? โครงสร้างพื้นฐานคลาวด์เพื่อความปลอดภัยและเสถียรภาพ
ในการขับเคลื่อนแอปพลิเคชันระดับประเทศที่ต้องรองรับนักท่องเที่ยวราว 30 ล้านคนต่อปี การเลือกใช้เทคโนโลยีคลาวด์ของ Amazon Web Services โดยเฉพาะบนโครงสร้างพื้นฐาน AWS Asia Pacific (Bangkok) Region ถือเป็นกุญแจสำคัญด้วยเหตุผล 3 ประการหลัก ดังนี้ครับ

– ความมั่นคงปลอดภัยและอธิปไตยของข้อมูล เนื่องจากข้อมูลตรวจคนเข้าเมืองเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่ระบุตัวตนได้ (PII) ซึ่งมีความสำคัญต่อความมั่นคงของชาติอย่างสูง การจัดเก็บข้อมูลไว้บนคลาวด์ภายในประเทศไทยภายใต้หลัก Sovereign by Design ช่วยสร้างความมั่นใจว่า ข้อมูลทั้งหมดจะถูกบริหารจัดการและคุ้มครองอย่างปลอดภัยภายใต้กฎหมายไทย โดยไม่รั่วไหลออกไปภายนอกประเทศ นอกจากนี้ยังใช้เครื่องมือขั้นสูงอย่าง Amazon GuardDuty และ AWS Security Hub ในการตรวจจับภัยคุกคาม พร้อมระบบเข้ารหัสข้อมูลแบบ End-to-end ผ่าน AWS Key Management Service (AWS KMS) เพื่อปกป้องข้อมูลสำคัญอย่างหมายเลขหนังสือเดินทางอย่างหนาแน่น

– ประสิทธิภาพและความเร็วขั้นสูง โดยทีมพัฒนาเล็งเห็นว่า ความเร็วในการตอบสนองเป็นสิ่งจำเป็นหน้าด่าน ตม. การมีเซิร์ฟเวอร์ตั้งอยู่ในประเทศไทยช่วยลดความหน่วงของสัญญาณ จากเดิมที่ต้องเชื่อมต่อไปยังต่างประเทศ เช่น สิงคโปร์ ซึ่งใช้เวลา 20-30 มิลลิวินาที ให้ลดลงเหลือต่ำกว่า 10 มิลลิวินาที (หรือเพียง 5-6 ms เท่านั้น) ส่งผลให้ระบบทำงานได้รวดเร็วปรี๊ดและไม่มีการติดขัดหน้าด่าน

ตามวิสัยทัศน์ของ พล.ต.ต. ปรัชญา ประสานสุข รองผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ระบุว่าระบบ THIM ไม่ได้หยุดอยู่แค่การคัดกรองผู้เดินทางเข้าประเทศเท่านั้น แต่มีเป้าหมายที่จะพัฒนาสู่การเป็น ศูนย์บริการดิจิทัลแบบครบวงจร หรือ Super App สำหรับชาวต่างชาติที่พำนักในประเทศไทยระยะยาว

โดยในอนาคตจะมีการบูรณาการบริการทางราชการต่างๆ เข้ามาไว้ในแอปพลิเคชันเดียว ไม่ว่าจะเป็นระบบจองคิวออนไลน์, การแจ้งที่พักอาศัย, การรายงานตัว 90 วัน รวมถึงการขอต่ออายุวีซ่าผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งจะช่วยให้อำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถทำธุรกรรมได้จากทุกที่ ลดขั้นตอนการเดินทางมาเข้าคิวที่สำนักงาน ตม. และช่วยยกระดับภาพลักษณ์โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศไทยให้มีความทันสมัยในเวทีโลกอย่างแท้จริง

ที่มา
บทสัมภาษณ์พิเศษ งาน AWS Summit Bangkok 2026