มาใหม่ หุ่นยนต์พ่อบ้าน Dyson ดูดและถูพื้นในตัวเดียว

[AI จับคราบ] ‘หุ่นยนต์ดูดฝุ่น’ อาจดูเป็นของธรรมดาในยุคปัจจุบัน เพราะเริ่มเห็นกันชินตา และมีเปิดตัวหลายแบรนด์ ราคาจากหมื่นขึ้นก็มีหลักพันให้เห็นแล้ว เป็นของที่จับจต้องได้ง่ายขึ้น ทว่าก็ต้องไม่ลืมว่านี่คือ “หุ่นยนต์” ตัวหนึ่งเลย และสามารถทำงานด้วยตัวมันเองได้ ทั้งยังมีฟีเจอร์อัจฉริยะมากมาย จนปัจจุบันสามารถทำได้ทั้งดูดฝุ่นและถูพื้นได้เลย จึงไม่ควรมองว่าเป็นมันเพียงเครื่องใช้ไฟฟ้าอีกต่อไป หากแต่เป็นอุปกรณ์ไฮเทคอย่างแท้จริง

เพราะเป็นการยืนยัน ล่าสุดทาง Techhub ได้มีโอกาสลองใช้ Dyson Spot+Scrub AI หุ่นยนต์ดูดฝุ่นและถูพื้นเครื่องแรกจาก Dyson ที่มาพร้อมเทคโนโลยี AI ขั้นสูง สามารถวิเคราะห์สภาพแวดล้อม สิ่งของ ฝุ่น และคราบสกปรกได้เกือบ 200 ชนิด ช่วยให้หลีกเลี่ยงการชน และทำความสะอาดได้เหนือระดับ หรืออาจเหนือกว่าหุ่นยนต์ดูดฝุ่นหลาย ๆ ตัวกันเลย ซึ่งอุดมไปด้วยเทคโนโลยีที่ไม่ควรมองข้ามเลยตามนี้

LiDAR และ Advanced AI Stain Detection

ว่าด้วยเทคโนโลยี LiDAR กันก่อน คือการใช้เลเซอร์วัดระยะทางและความสูงของวัตถุ หรือสภาพแวดล้อม จากนั้นก็นำมาสร้างแบบจำลอง 3 มิติ หรือ 3D Mapping ช่วยให้ได้ข้อมูลไปวิเคราะห์สำหรับการทำงานที่จำเป็น อยากใน iPhone ก็เอาไปใช้ทำ 3D Print ได้ แต่ถ้าในหุ่นยนต์ดูดฝุ่น ก็คือการสร้าง Mapping หรือพื้นที่สำหรับดูดฝุ่นนั้นเอง

สำหรับ LiDAR ในตัว Dyson Spot+Scrub AI จะทำงานร่วมกับ Advanced AI Stain Detection พร้อมกล้องความละเอียดสูงและแสงสีเขียวคล้ายเลเซอร์ ช่วยสแกนพื้นผิวและตรวจจับคราบ สิ่งสกปรก รวมถึงวัตถุในบ้านได้เกือบ 200 ชนิด โดยเมื่อ AI ตรวจพบคราบฝังแน่น ตัวหุ่นจะไม่แค่เดินผ่านเฉย ๆ แต่จะทำการขัดย้ำซ้ำ ๆ (สูงสุดถึง 15 ครั้ง) จนกว่าคราบนั้นจะถูกกำจัดออกไปอย่างหมดจด

ทั้งนี้ตัวหุ่นยังติดตั้งเซ็นเซอร์ตรวจจับสิ่งกีดขวางรอบทิศทางถึง 24 ตัว สามารถสแกนสภาพแวดล้อมได้ 7 ครั้งต่อวินาที ทำงานผสานกับ LiDAR ช่วยให้นำทางและหลบหลีกสิ่งกีดขวางแบบ Real-time หากมีสิ่งกีดขวางโผล่มาใหม่ หุ่นยนต์จะหยุดเคลื่อนไหวหรือหลบเลี่ยงทันที หมดปัญหาหุ่นยนต์วิ่งชนขอบกำแพงหรือเฟอร์นิเจอร์จนเสียหาย

แล้วดวงตาของ Dyson Spot+Scrub AI รู้ได้อย่างไรว่า “นั้นคือฝุ่นหรือคราบอะไร” จนสั่งการให้ใช้เฉพาะการดูดฝุ่นหากจากฝุ่นทั่วไป หรือสั่งใช้ลูกกลิ้งสำหรับถูพื้นเลย จุดนี้ก็เป็นเพราะ ‘แสงสีเขียว’ ที่ช่วยเผยให้เห็นฝุ่นหรือคราบสกปรกได้ชัดเจนกว่าสีไหน ผนวกกับระบบ AI ของ Dyson ที่ผ่านการเรียนรู้เรื่องฝุ่นมานาน จนถึงใช้นับจำนวนฝุ่นได้แล้ว การจะแยกว่าไหนฝุ่นไหนคราบ คงไม่ใช่เรื่องยากสำหรับตัวหุ่นยนต์ดูดฝุ่นนี้เลยครับ

Self-cleaning Wet Roller

ในหุ่นยนต์ดูดฝุ่นบางรุ่น ที่อาจมีลูกกลิ้งสำหรับถูพื้นเหมือนกัน ทว่าก็ต้องมาถอดล้างและตากแห้งเมื่อถึงเวลา ไม่ก็ต้องมาคอยเทฝุ่นหลังใช้งานเสมอ คงสร้างความเบื่อหน่ายแน่นอน จุดนี้ทาง Dyson ก็มองเห็นความลำบาก จึงออกแบบให้ตัว Dyson Spot+Scrub AI มาพร้อมระบบทำความสะอาดตัวเองเลย

โดยออกแบบให้ตัวฐานหรือแท่นชาร์จ สามารถเก็บน้ำสะอาดเพื่อ “ซักล้าง” และ “อบแห้ง” ตัวลูกกลิ้งถูพื้นของตัวหุ่นได้เลย (เมื่อกลับเข้าแท่นชาร์จ) ภายในก็มีระบบจ่ายน้ำอุ่นสะอาด 12 จุดอย่างสม่ำเสมอ โดยมีอุณหภูมิสูงถึง 60 องศา จากนั้นก็ใช้ลมร้อนอุณหภูมิ 45 องศาช่วยเป่าแห้ง ช่วยลดความอับชื้นและป้องกันการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย อนึ่งกระบวนการทั้งหมดนี้ผู้ใช้ไม่ต้องถอดชิ้นส่วนใดๆ ออกมาล้างเองเลย

Base Station แบบ All-in-One

สำหรับเบื้องหลังของระบบทำความสะอาดตัวเองนี้ ก็มาจากแท่นชาร์จหรือ Base Station แบบ All-in-One ของ Dyson Spot+Scrub AI นี้เลย ซึ่งนอกจากชาร์จไฟตัวหุ่นยนต์แล้ว ยังมาพร้อมถังเก็บ 3 ชนิด ที่ช่วยให้ใช้งานตัวหุ่นได้อย่างต่อเนื่องและซักแห้งได้ตามนี้

  • ถังเก็บฝุ่นแห้งอัตโนมัติ: มีความจุขนาดใหญ่ รองรับการจัดเก็บฝุ่นได้นานสูงสุดถึง 100 วัน ออกแบบให้ปลดล็อกและแกะเทฝุ่นทิ้งได้ง่ายๆ ด้วยมือเดียวผ่านปุ่มกดสีแดง
  • ถังน้ำแยกส่วนชัดเจน: ภายในแท่นชาร์จมีถังเก็บน้ำสะอาดขนาด 2.3 ลิตร (มีสัญลักษณ์สีฟ้าชัดเจน) และถังเก็บน้ำเสียขนาด 2.1 ลิตร แยกการทำงานกันอย่างเป็นระบบ

ควบคุมผ่านแอปฯ สั่งการง่าย

จุดเด่นของแบรนด์ Dyson ที่มีเสมอมาเลยคือ “Easy Use” หรือใช้งานง่าย เป็นมิตรกับผู้ใช้ทั่วไปโดยแท้ สำหรับตัว Dyson Spot+Scrub AI การควบคุมทั้งหมดก็ทำได้ผ่านแอปฯ MyDyson ซึ่งช่วยให้ใช้งานได้ง่าย ๆ ทั้ง

  • Mapping และแสดงผลแบบ Real-time: ระบบสามารถสแกนและสร้างแผนที่บ้าน แยกโซนห้องต่างๆ ได้อย่างแม่นยำ ผู้ใช้สามารถติดตามการทำงานแบบ Real-time โดยเลือกดูได้ทั้งมุมมองแบบ 2D และ 3D แอปจะแสดง “เส้นสีม่วง” สำหรับพื้นที่ที่ดูดฝุ่น และ “เส้นสีฟ้า” สำหรับบริเวณที่ใช้น้ำถูพื้น
  • การตั้งค่าที่ยืดหยุ่น: สามารถเลือกโหมดการทำงาน (เช่น ‘Wash’ หรือ ‘Vacuum then Wash’), ตั้งเวลาทำความสะอาดล่วงหน้า, และกำหนดกฎการทำความสะอาดเฉพาะโซนได้ตามไลฟ์สไตล์ หาก AI ตรวจพบคราบหรือสิ่งกีดขวาง ตัวแอปก็จะมาร์กสัญลักษณ์บนแผนที่ไว้อย่างชัดเจน
  • Privacy First (ให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัว): ข้อมูลภาพจากการประมวลผลทั้งหมดจะเกิดขึ้นภายในตัวเครื่องเท่านั้น ไม่มีการบันทึกหรือส่งต่อภาพและข้อมูลออกไปภายนอกให้ต้องกังวล

ท้ายนี้ Dyson Spot+Scrub AI นับเป็นตัวแทนของหุ่นยนต์ดูดฝุ่นสมัยใหม่โดยแท้ ซึ่งจัดเป็นหุ่นยนต์ดูดฝุ่นไฮบริดระดับพรีเมียมที่ “ครบวงจร” อย่างแท้จริง การผสานกันของเทคโนโลยี AI และเลเซอร์สีเขียวที่ช่วยตรวจจับคราบได้อย่างแม่นยำ เข้ากับลูกกลิ้งแบบ Self-cleaning และแท่นชาร์จที่ล้างพร้อมเทฝุ่นให้อัตโนมัติ ทำให้มันเป็นผู้ช่วยที่ลดภาระงานบ้านได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ข้อควรพิจารณาเล็กน้อยคือ ตัวหุ่นยนต์ออกแบบมาให้เหมาะกับพื้นแข็งเรียบเป็นหลัก อาจไม่เหมาะกับการดูดทำความสะอาดบนพื้นพรมเท่าไรนัก แต่หากบ้านของคุณเป็นพื้นแข็งและต้องการนวัตกรรมที่ล้ำสมัย ดีไซน์สวยโดดเด่นตามสไตล์ Dyson ครับ