INT มหิดล ชูโมเดล สร้าง Startup ไทยให้ประสบความสำเร็จ เผย “รากฐานและทีม” คือหัวใจสำคัญ

INT มหิดล ชี้ความท้าทายของ Startup ไทยไม่ใช่การขาดนวัตกรรม แต่คือการสร้างรากฐานธุรกิจที่แข็งแรง พร้อมเปิดตัว Blue Horizon แก้โจทย์ใหญ่ ปั้นโครงสร้างธุรกิจแกร่งตั้งแต่ก้าวแรก ชูโมเดลฟอร์มทีม พัฒนาธุรกิจ และเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการเข้าถึงนักลงทุนได้ง่ายขึ้น เปิดรับสมัครผู้สนใจเข้าร่วมโครงการตั้งแต่วันนี้ – 20 มิถุนายน 2569 รายละเอียดเพิ่มเติม https://int.mahidol.ac.th/2026/05/25/blue-horizon/ 

Startup ที่ดี เริ่มจากการ “ติดกระดุมเม็ดแรกให้ถูก”

แม้ประเทศไทยจะมีงานวิจัยและนวัตกรรมที่มีศักยภาพจำนวนมาก แต่ความท้าทายสำคัญในปัจจุบันไม่ใช่การสร้างนวัตกรรมใหม่ หากคือการผลักดันให้นวัตกรรมเหล่านั้นสามารถเติบโตเป็นธุรกิจที่อยู่รอดและแข่งขันได้ในระยะยาว นักวิจัยจำนวนไม่น้อยสามารถพัฒนาเทคโนโลยีหรือต้นแบบผลิตภัณฑ์ได้สำเร็จ แต่กลับประสบความท้าทายเมื่อต้องนำผลงานออกสู่ตลาด ขยายธุรกิจ ไปจนถึงสร้างการเติบโตในเชิงพาณิชย์ ส่งผลให้หลายไอเดียที่มีศักยภาพไม่สามารถเติบโตได้เต็มศักยภาพ

รศ. ดร. วิริยะ เตชะรุ่งโรจน์ ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีและการจัดการนวัตกรรม (INT) มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ประเทศไทยไม่เคยขาดแคลนคนเก่งหรือเทคโนโลยีที่มีศักยภาพ แต่สิ่งที่ทำให้ Startup จำนวนมากสะดุด คือการเริ่มต้นธุรกิจโดยขาดองค์ประกอบที่จำเป็นต่อการเติบโตในระยะยาว

“หลายคนมองว่าการสร้าง Startup ต้องเริ่มจากไอเดียหรือเงินทุน แต่ในความเป็นจริง Startup ที่ดีต้องเริ่มจากการติดกระดุมเม็ดแรกให้ถูกต้อง หากเริ่มต้นด้วยทีมที่ไม่พร้อม ต่อให้มีเทคโนโลยีที่ดีหรือได้รับเงินลงทุนจำนวนมาก ก็อาจเป็นอุปสรรคต่อการเติบโตอย่างยั่งยืน”

รศ. ดร. วิริยะ กล่าวเพิ่มเติมว่า หนึ่งในช่องว่างสำคัญของ Startup ไทย คือการที่นักวิจัยจำนวนมากมีเทคโนโลยีและองค์ความรู้ที่มีศักยภาพ แต่ขาดผู้ร่วมก่อตั้ง หรือทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญด้านธุรกิจมาช่วยต่อยอด ขณะที่ผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยก็มีประสบการณ์ด้านการตลาดและการพัฒนาธุรกิจ แต่กำลังมองหาเทคโนโลยีใหม่เพื่อสร้างการเติบโต ช่องว่างดังกล่าวจึงทำให้นวัตกรรมจำนวนมากไม่สามารถก้าวออกจากห้องปฏิบัติการไปสู่ตลาดได้สำเร็จ

“Startup ที่จะเติบโตได้ ควรต้องมีรากฐานที่แข็งแรง เริ่มตั้งแต่เทคโนโลยีที่ดี และโครงสร้างทีมที่แข็งแรง  โครงการบ่มเพาะ Startup ที่ทางสถาบันได้ออกแบบมานี้ จึงไม่ได้มุ่งสร้างความสำเร็จระยะสั้น แต่ต้องการสร้างรากฐานที่แข็งแรงให้กับ Startup ตั้งแต่ก้าวแรก” รศ. ดร. วิริยะ กล่าว

Blue Horizon โปรแกรมบ่มเพาะที่จะพา Startup ไปสู่เส้นขอบฟ้า

ด้วยแนวคิดที่ต้องการแก้โจทย์ดังกล่าว INT มหาวิทยาลัยมหิดล จึงเปิดตัว “Blue Horizon” โปรแกรมบ่มเพาะ Startup รุ่นใหม่ ที่มุ่งสร้างรากฐานที่แข็งแรงให้กับผู้ประกอบการตั้งแต่วันแรก โดยเปิดโอกาสให้ผู้ที่มีความสนใจด้านนวัตกรรมจากหลากหลายสาขา ทั้งนักวิจัย ผู้ประกอบการ นักธุรกิจ นักออกแบบ นักพัฒนาซอฟต์แวร์ และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เข้ามาเรียนรู้ แลกเปลี่ยน และร่วมสร้างทีม Startup ไปด้วยกัน

รศ. ดร. วิริยะ กล่าวถึงชื่อโครงการว่า “Blue Horizon” มีที่มาจากคำว่า “Blue” ซึ่งเป็นสีประจำมหาวิทยาลัยมหิดล และคำว่า “Horizon” หรือเส้นขอบฟ้า สะท้อนแนวคิดในการผลักดันองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่มีศักยภาพของมหาวิทยาลัย ซึ่งเปรียบเสมือนขุมทรัพย์ที่ซ่อนอยู่ใต้มหาสมุทร ให้ก้าวพ้นขอบเขตของห้องปฏิบัติการออกสู่โลกภายนอก และสามารถสร้างคุณค่าได้จริงในระดับธุรกิจและสังคม

หนึ่งในจุดเด่นสำคัญของ Blue Horizon คือการเปิดรับสมัครในรูปแบบรายบุคคล โดยผู้สมัครไม่จำเป็นต้องมีทีมมาก่อน และไม่จำเป็นต้องเป็นบุคลากรของมหาวิทยาลัย เปิดโอกาสให้ผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์จากหลากหลายสาขา ได้เข้ามาพบปะ แลกเปลี่ยน และจับคู่เพื่อร่วมสร้างทีม โดยทางโครงการกำหนดให้ทีมประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญ 3 ด้านหลัก ได้แก่ 1) ด้านเทคโนโลยี  ซึ่งเป็นเจ้าขององค์ความรู้หรืองานวิจัย 2) ด้านธุรกิจซึ่งรับผิดชอบการพัฒนาธุรกิจและการต่อยอดเชิงพาณิชย์ และ 3) ด้านสนับสนุน เช่น ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย นักออกแบบ UX/UI หรือผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ เพื่อให้ Startup มีความพร้อมรอบด้านตั้งแต่เริ่มต้น

ผู้เข้าร่วม Blue Horizon จะได้เรียนรู้ผ่านกระบวนการบ่มเพาะอย่างเข้มข้น ตั้งแต่การสร้างทีม การค้นหาและทำความเข้าใจตลาด การพัฒนาโมเดลธุรกิจ การสร้างต้นแบบผลิตภัณฑ์ ไปจนถึงการนำเสนอธุรกิจต่อกลุ่มนักลงทุนในวัน Demo Day

MU Holding เผย Startup แบบไหนที่นักลงทุนพร้อมไปต่อ

นอกจากการสร้างทีมและพัฒนาธุรกิจแล้ว อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ Startup สามารถเติบโตได้จริง คือการเข้าถึงแหล่งเงินทุนและเครือข่ายการลงทุนที่เหมาะสม

ดร.วาริน รัชนานุสรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็ม ยู โฮลดิ้ง จำกัด (MU Holding Co., Ltd.) กล่าวว่า บริษัท MU Holding มีเป้าหมายในการส่งเสริมระบบนิเวศการสร้าง Startup และการ Spin-Off จากมหาวิทยาลัย โดยนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่มีศักยภาพมาต่อยอดสู่การสร้างธุรกิจที่เติบโตได้จริง

“มหาวิทยาลัยมีองค์ความรู้และงานวิจัยจำนวนมาก โดยเฉพาะในสาขาที่มีศักยภาพสูง เช่น เทคโนโลยีด้านการแพทย์ อาหาร และปัญญาประดิษฐ์ (AI) MU Holding จะเข้ามาเติมเต็มช่องว่างด้านเงินลงทุน เพื่อช่วยผลักดันให้ Startup สามารถเติบโตและขยายตลาดได้จริง”

โดยในมุมมองของนักลงทุน ดร.วาริน มองว่า ปัจจัยสำคัญที่สุดที่สะท้อนโอกาสความสำเร็จของ Startup ไม่ใช่เทคโนโลยีหรือผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียว แต่คือทีมผู้ก่อตั้ง

“สิ่งแรกที่นักลงทุนมองคือความมุ่งมั่นและความพร้อมในการทุ่มเทของทีม โดยเฉพาะผู้นำหรือ CEO ที่ต้องมีความชัดเจนทั้งในด้านวิสัยทัศน์และการดำเนินธุรกิจ รวมไปถึงทัศนคติและความพร้อมในการเรียนรู้ของทีม หากทีมมีแนวโน้มมองธุรกิจเป็นเพียงโครงการระยะสั้น ก็ถือเป็นสัญญาณเตือนสำคัญสำหรับนักลงทุน โดยนักลงทุนยังให้ความสำคัญกับทัศนคติและความพร้อมในการเรียนรู้ของทีม เพราะการสร้าง Startup เป็นการเดินทางระยะยาวที่ต้องอาศัยการปรับตัวและการทำงานร่วมกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องหลายฝ่าย ขณะเดียวกันแม้จะมีเทคโนโลยีที่โดดเด่นเพียงใด แต่หากไม่สามารถพัฒนาไปสู่ผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดได้ ก็อาจไม่เพียงพอต่อการตัดสินใจลงทุน โดย Startup จำเป็นต้องมีโมเดลธุรกิจที่ชัดเจน มีแนวทางสร้างรายได้ที่เหมาะสม และสามารถพิสูจน์ได้ว่ากำลังแก้ปัญหาที่ตลาดต้องการจริง ” ดร.วารินกล่าว

Blue Horizon ความได้เปรียบในสายตานักลงทุน

ดร.วาริน ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า หนึ่งในจุดแข็งสำคัญของ Blue Horizon คือการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการได้เรียนรู้และพัฒนาธุรกิจอย่างเป็นระบบ ขณะเดียวกันก็ทำให้นักลงทุนมีโอกาสเห็นพัฒนาการของทีมตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ไม่ว่าจะเป็นกระบวนการฟอร์มทีม วิธีคิด การแก้ปัญหา หรือศักยภาพในการเติบโต

“โดยปกติแล้ว นักลงทุนมักได้เห็น Startup ในวันที่ธุรกิจพร้อมนำเสนอหรือกำลังมองหาเงินลงทุน แต่ในโครงการลักษณะนี้ เรามีโอกาสเห็นพัฒนาการของทีมตั้งแต่ต้นทาง เห็นทั้งความแข็งแรงของทีม ความมุ่งมั่น และ Mindset ในการทำธุรกิจ ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญที่ช่วยให้การประเมินศักยภาพและการตัดสินใจลงทุนมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเชื่อว่า Blue Horizon จะทำหน้าที่เป็นมากกว่าโครงการบ่มเพาะ Startup แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่สามารถนำองค์ความรู้และนวัตกรรมไปต่อยอดเป็นธุรกิจจริง สร้างผลกระทบเชิงเศรษฐกิจและสังคม พร้อมเป็นกลไกสำคัญในการผลักดันประเทศไทยสู่เศรษฐกิจฐานนวัตกรรมในอนาคต”

Blue Horizon : โครงการบ่มเพาะและพัฒนาศักยภาพด้าน Startup และ Deep Tech ของสถาบันบริหารจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (INT) ม.มหิดล เปิดรับสมัครผู้สนใจเข้าร่วมโครงการตั้งแต่วันนี้ – 20 มิถุนายน 2569 รายละเอียดเพิ่มเติม https://int.mahidol.ac.th/2026/05/25/blue-horizon/