ไม่มีผล แอบตามรอยผ่านเว็บ เมินคำสั่ง ปฏิเสธคุกกี้

ปฏิเสธคุกกี้

กดปุ่ม ปฏิเสธคุกกี้ ไปก็ไร้ผล? รายงานปี 2026 แฉยักษ์ใหญ่ Google, Meta และ Microsoft เมินคำสั่ง Reject บนเว็บกว่า 55%

หลายปีที่ผ่านมา เวลาเราเข้าเว็บไซต์ต่างๆ มักจะมีแถบข้อความกวนใจเด้งขึ้นมาถามว่า จะยอมรับหรือปฏิเสธคุกกี้ ซึ่งเราหลายคนก็เลือกที่จะกด Reject หรือ ปฏิเสธทั้งหมด เพราะหวังว่าจะรอดพ้นจากการโดนตามรอยเพื่อเอาข้อมูลไปยิงโฆษณา แต่รายงานล่าสุดกำลังจะบอกเราว่า ปุ่มที่คุณกดไปนั้น… อาจไม่มีผลอะไรเลย

ผลการตรวจสอบอิสระจาก webXray บริษัทตรวจสอบข้อมูลในแคลิฟอร์เนีย ที่เผยแพร่เมื่อมีนาคม 2026 ระบุว่า ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีอย่าง Google, Microsoft และ Meta ส่วนใหญ่เลือกที่จะเมินคำสั่งปฏิเสธคุกกี้ของผู้ใช้งาน โดยผลการตรวจสอบพบว่ากว่า 55% ของเว็บไซต์ยังคงฝังคุกกี้ติดตามตัว แม้ผู้ใช้จะกดปฏิเสธไปแล้ว และที่น่าตกใจกว่าคือ 78% ของแบนเนอร์ขอความยินยอมนั้นไม่ได้ทำหน้าที่บังคับใช้ตามที่ผู้ใช้เลือกเลย

ทำไมถึงเป็นแบบนั้น? พวกเขาอาจยอมจ่ายค่าปรับเสียดีกว่า เพราะกำไรจากข้อมูลมันมหาศาลกว่า
Timothy Libert ผู้ก่อตั้ง webXray และอดีตวิศวกรด้านความเป็นส่วนตัวของ Google ให้ความเห็นที่น่าสนใจว่า ในสายตาของผู้บริหารระดับสูงค่าปรับ มหาศาลจากการละเมิดกฎหมายความเป็นส่วนตัว ถูกมองว่าเป็นเพียงแค่ “ภาษี” อย่างหนึ่งในการทำธุรกิจเท่านั้น โดยจากการประเมินพบว่า

– Google เมินคำสั่งปฏิเสธสูงถึง 86% และยังคงติดตามผู้ใช้ในเว็บไซต์ต่างๆ กว่า 77% คาดว่าต้องยอมจ่ายค่าปรับสูงถึง 2.31 พันล้านดอลลาร์

– Microsoft เมินคำสั่งประมาณครึ่งหนึ่ง และยังตามรอยผู้ใช้อยู่ 35% ของไซต์ลูกค้า คาดการณ์ค่าปรับที่ 390 ล้านดอลลาร์

– Meta (Facebook/Instagram) หนักที่สุดคือโค้ดติดตามของ Meta แทบจะไม่ตรวจสอบสัญญาณการปฏิเสธ (Opt-out) เลยด้วยซ้ำ คาดว่ามียอดรวมค่าปรับสะสมที่อาจสูงถึง 9.3 พันล้านดอลลาร์

แน่นอนว่าทั้งสามบริษัทไม่ได้นิ่งเฉยและออกมาปฏิเสธรายงานดังกล่าว โดย Microsoft ชี้แจงว่าคุกกี้บางส่วนมีความจำเป็นต่อการทำงานของเว็บไซต์ ขณะที่ Meta อ้างว่าการตั้งค่าบางอย่างของตัวเว็บไซต์เองอาจไปเขียนทับคำสั่งปฏิเสธของผู้ใช้งาน

เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นว่าความเป็นส่วนตัวบนโลกออนไลน์ไม่มีอยู่จริง ตราบใดที่โมเดลธุรกิจของบริษัทเหล่านี้ยังฝากไว้กับโฆษณา ข้อมูลพฤติกรรมการคลิก การอ่าน หรือการค้นหาของคุณคือทองคำที่มีมูลค่ามากกว่าค่าปรับที่หน่วยงานรัฐเรียกเก็บเสียอีก

ในมุมของคนไอที สิ่งที่เราเห็นในตอนนี้คือสิ่งที่เรียกว่า Privacy Theater หรือการสร้างภาพว่าเรามีสิทธิ์เลือก แต่ในทางเทคนิคเบื้องหลัง ระบบกลับทำงานไปอีกทาง หากบริษัทเทคโนโลยียังมองว่าค่าปรับพันล้านคือต้นทุนที่ยอมจ่ายได้ เพื่อแลกกับกำไรหมื่นล้าน

เราในฐานะผู้บริโภคก็คงทำได้เพียงพึ่งพาเครื่องมือเสริมอย่าง Browser ที่เน้นความเป็นส่วนตัวจริงๆ เช่น Brave หรือ DuckDuckGo หรือการใช้ Extension ประเภท Privacy Badger เพื่อบล็อกการติดตามด้วยตัวเองอีกชั้นหนึ่ง เพราะลำพังแค่ปุ่ม Reject บนหน้าเว็บ… ดูเหมือนจะเชื่อใจไม่ได้อีกต่อไป…

ที่มา

techspot