ตบหน้าคอมพิวเตอร์ AI! เมื่อ Microsoft ยอมถอย ปลดล็อกฟีเจอร์ AI ท้องถิ่นลงการ์ดจอ Nvidia RTX โดยไม่ต้องง้อเครื่องตระกูล Copilot+
Microsoft เริ่มยอมถอยก้าวแรกหลังเคยขีดเส้นตายว่า ฟีเจอร์ AI ท้องถิ่น สุดล้ำจะใช้งานได้เฉพาะบนคอมพิวเตอร์ตระกูล Copilot+ PC ที่มีชิป NPU เท่านั้น ล่าสุดยักษ์ใหญ่ซอฟต์แวร์ได้อัปเดตระบบให้คอมพิวเตอร์ Windows 11 ที่ใช้งานการ์ดจอ Nvidia RTX ซีรีส์ 30 ขึ้นไป และมี VRAM ขนาด 6GB เป็นอย่างต่ำ สามารถรันโมเดลภาษาขนาดเล็กผ่าน API ในเครื่องได้โดยตรง แม้ว่าตัวเครื่องจะไม่มีชิปประมวลผล AI เฉพาะทางก็ตาม
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ถูกค้นพบบนเอกสารอัปเดตและ GitHub ของ Microsoft ซึ่งระบุชัดเจนว่านักพัฒนาสามารถสั่งรัน Language Model APIs บนคอมพิวเตอร์ทั่วไปที่ไม่ใช่ Copilot+ PC ได้แล้ว โดยตัวระบบจะดึงโมเดลขนาดเล็กชื่อ Phi Silica มาติดตั้งผ่าน Windows Update เมื่อมีแอปพลิเคชันเรียกใช้งาน ทำให้คอมพิวเตอร์ที่ใช้การ์ดจอ Nvidia RTX สามารถประมวลผล ฟีเจอร์ AI ด้านข้อความ เช่น การสรุปเนื้อหา การเขียนบทความใหม่ หรือการแปลงรูปแบบข้อมูลได้ทันทีในเครื่องแบบไม่ต้องต่ออินเทอร์เน็ต ช่วยทั้งเรื่องความเร็วและความปลอดภัยของข้อมูล
ย้อนกลับไปตอนเปิดตัว Copilot+ PC เมื่อกลางปี 2024 Microsoft เคยวางหมากไว้ว่า ชิป NPU คือหัวใจสำคัญที่ขาดไม่ได้สำหรับการประมวลผล AI ในเครื่อง
แต่ในความเป็นจริง การ์ดจอแยก โดยเฉพาะสายโมเดิร์นนั้นถูกสร้างมาเพื่อประมวลผลกราฟิกหนักๆ และงานคำนวณแบบขนาน ซึ่งมีพลังดิบในการรันโมเดล Machine Learning สูงกว่า NPU ในปัจจุบันด้วยซ้ำ เพียงแต่ต้องแลกมาด้วยการกินไฟที่สูงกว่าเท่านั้น การปลดล็อกรอบนี้จึงเป็นการอุดช่องว่างให้ผู้ใช้พีซีประสิทธิภาพสูงเข้าถึงเครื่องมือเหล่านี้ได้ง่ายขึ้น
มองมุมหนึ่งนี่คือข่าวดีของเกมเมอร์และครีเอเตอร์ที่มีการ์ดจอแรงอยู่ในมือ แต่อีกมุมมันคือการ ตบหน้าแบรนด์ผู้ผลิตโน้ตบุ๊กและชิปเซ็ตที่พยายามประโคมโฆษณาขาย Copilot+ PC ว่าเป็นของใหม่ที่ต้องซื้อเท่านั้นถึงจะได้ใช้ AI
การที่ Microsoft ยอมปล่อยฟีเจอร์นี้ลงการ์ดจอทั่วไปแสดงให้เห็นว่ายอดขายคอมพิวเตอร์ AI ยุคแรกอาจไม่ได้ปังอย่างที่คิด จนต้องรีบขยายฐานผู้ใช้ผ่าน GPU ของ Nvidia เพื่อดึงดูดให้นักพัฒนาหันมาสร้างแอปบนแพลตฟอร์ม Windows AI มากขึ้น อย่างไรก็ตาม ฟีเจอร์ตัวท็อปอย่าง Windows Recall หรือ Click to Do ก็ยังโดนล็อกให้ใช้ได้แค่บน ชิป NPU อยู่ดี คงต้องจับตาดูว่าสุดท้ายแล้ว Microsoft จะต้านกระแสความแรงของ GPU ไหวจนต้องยอมปล่อยหมดแม็กในอนาคตหรือไม่
ที่มา








