อัปเดต Tesla Cybercab รถไร้พวงมาลัยกินไฟต่ำสุดในโลก ทุบสถิติประหยัดพลังงานเหนือคู่แข่ง ส่องเบื้องหลังหั่นสเปกทำราคา 1 ล้านบาท
Tesla Cybercab ยานยนต์ไร้คนขับโมเดลล่าสุดจากค่ายผู้ผลิตของ Elon Musk ได้รับการรับรองสถิติใหม่ให้เป็นรถยนต์ไฟฟ้า EV ที่ประหยัดพลังงานที่สุดในโลกเท่าที่เคยมีการผลิตมา โดยกินไฟเพียง 165 วัตต์-ชั่วโมงต่อไมล์ (Wh/mi) ซึ่ง Lars Moravy รองประธานฝ่ายวิศวกรรมของ Tesla ออกมายืนยันว่านี่คือตัวเลขที่ผ่านการทดสอบและได้รับการรับรองจริง ไม่ใช่แค่ “ราคาคุยเพื่อการโฆษณา” (แหมมม) และตัวเลขนี้ยังทิ้งห่างแชมป์เก่าอย่าง Lucid Air Pure ที่กินพลังงานมากกว่าถึง 28%
เบื้องหลังความประหยัดระดับพระกาฬนี้เกิดจากการหั่นฟีเจอร์ของรถยนต์แบบเดิมทิ้งจนเหี้ยน ตัวรถถูกออกแบบมาเพื่อทำหน้าที่เป็น Robotaxi หรือแท็กซี่ไร้คนขับขนาด 2 ที่นั่งโดยเฉพาะ ทำให้ไม่มีทั้งพวงมาลัยและแป้นเหยียบ ช่วยลดน้ำหนักโครงสร้างและชิ้นส่วนกลไกไปได้มหาศาล บวกกับดีไซน์ตัวถังทรงหยดน้ำที่ลู่ลมเป็นพิเศษ ส่งผลให้สามารถใช้แบตเตอรี่ขนาดเล็กกว่า 50 kWh ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งโครงสร้างแบบตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นออกหมดนี้ ช่วยลดต้นทุนการผลิตและทำราคาขายให้อยู่ในระดับ 30,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1 ล้านบาทต้นๆ) ได้ตามเป้า
ในแง่ธุรกิจร่วมเดินทาง ตัวเลขนี้คือทีเด็ดที่จะช่วยลดต้นทุนค่าชาร์จไฟเหลือเพียง 2.6 เซนต์ต่อไมล์ (ประมาณ 90 สตางค์) เทียบกับ Model 3 ที่อยู่ราว 3.8 เซนต์ ยิ่งวิ่งระยะทางไกลในระบบฟลีต ตัวคูณความประหยัดยิ่งเห็นชัดเจน แม้ว่าโรงงานที่เท็กซัสจะเริ่มเดินสายพานการผลิตไปแล้วตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา แต่ความท้าทายที่แท้จริงไม่ใช่เรื่องงานวิศวกรรมตัวรถ
(ระบบฟลีต หรือ Fleet Management คือ ระบบบริหารจัดการกลุ่มรถยนต์จำนวนมากขององค์กรเพื่อใช้ในเชิงพาณิชย์ เช่น รถแท็กซี่ รถขนส่ง หรือรถเช่า)
ข้อมูลล่าสุดจาก NHTSA ชี้ว่า บริการแท็กซี่ไร้คนขับของ Tesla ในเมืองออสติน มีสถิติอุบัติเหตุเฉลี่ย 1 ครั้งในทุก 57,000 ไมล์ ซึ่งคิดเป็นอัตราที่สูงกว่ามนุษย์ขับเองถึง 4 เท่า ยิ่งไปกว่านั้น รถยนต์ที่ไร้พวงมาลัยและแป้นเหยียบโดยสมบูรณ์แบบนี้ ยังติดข้อบังคับด้านกฎหมายความปลอดภัยยานยนต์ของสหรัฐฯ ที่มักจำกัดโควตาการผลิตรถยนต์ประเภทนี้ไว้เพียงไม่กี่พันคันต่อปี ยกเว้นแต่ Tesla จะพิสูจน์ได้ว่าระบบกล้องของตัวเองปลอดภัยเทียบเท่ารถยนต์ปกติ
โดยเทคโนโลยี FSD เวอร์ชันล่าสุดของ Tesla จึงกลายเป็นเป้าสายตาและแรงกดดันมหาศาล เพราะในขณะที่คู่แข่งอย่าง Waymo สามารถวิ่งให้บริการแบบไร้คนขับอย่างถูกกฎหมายและปลอดภัยในหลายรัฐ แต่ Tesla กลับยังต้องพึ่งพา เจ้าหน้าที่คอยควบคุมระยะไกล ในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ซึ่งบางครั้งเจ้าหน้าที่เหล่านี้เองที่เป็นคนบังคับรถชนสิ่งกีดขวางเสียเองด้วยซ้ำ
มุมมองจากเรา Techhub ต้องยอมรับว่า ตัวเลขประหยัดพลังงานระดับนี้มันน่าทึ่งก็จริง แต่มันเป็นการเปรียบเทียบที่ข้ามรุ่นไปหน่อย เพราะ Tesla Cybercab แทบจะไม่ใช่รถยนต์ในความหมายปกติแล้ว แต่มันคือตู้ติดล้อที่สร้างมาเพื่อวิ่งรับส่งคนตามสั่ง
สิ่งที่วงการเทคและผู้บริโภคต้องตั้งคำถามต่อคือ ระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติของ Tesla จะพร้อมใช้งานจริงและปลอดภัยเมื่อไหร่ เพราะตราบใดที่ซอฟต์แวร์ Full Self-Driving ยังมีอัตราการเกิดอุบัติเหตุสูงกว่ามนุษย์ขับเองถึง 4 เท่า รถที่ไม่มีพวงมาลัยชิ้นนี้ก็เป็นได้แค่หุ่นยนต์ประหยัดไฟที่ยังออกถนนจริงไม่ได้อยู่ดี
ที่มา








