ปั่นไฟได้ Xiaomi เปิดตัวรถ SUV วิ่งไกล 1,700 กิโลเมตร

Xiaomi SkyNomad N90

เปิดตัว Xiaomi SkyNomad N90 S ที่นั่ง ขุมพลัง EREV วิ่งไกล 1,700 กม. ห้องโดยสารปรับเบาะได้หลากหลาย เริ่ม 1.55 ล้านบาท

ซึ่งถ้านำฟีเจอร์ระดับบ้านเคลื่อนที่ มาเทียบกับราคาแล้ว บอกได้เลยว่าคุ้มค่าเกินตัว ตัวรถได้ถูกออกมามาให้ใช้เดินทางเพียงอย่างเดียว แต่ถูกออกแบบมาให้เป็นทั้งห้องทำงาน ห้องนั่งเล่น และแค้มป์ปิ้งสุดหรูในคันเดียว โดยเปิดให้จองแล้วในจีนและพร้อมส่งมอบช่วงเดือนกันยายนนี้

Techhub มองว่า จุดขายที่ทำให้ Xiaomi SkyNomad N90 Max โดดเด่นกว่ารถ SUV ทั่วไปคือการออกแบบภายในภายใต้สถาปัตยกรรม Kunlun ที่เน้นพื้นราบเรียบ และรางปรับเบาะยาวพิเศษ เบาะคู่หน้าสามารถหมุนกลับหลังได้ 180 องศาเพื่อหันหน้าเข้าหาเบาะแถวสอง

ที่ท้าวแขนกลางปรับสไลด์ออกกลายเป็นโต๊ะทำงาน ขณะที่เบาะแถวสองเป็นแบบไร้แรงโน้มถ่วง พร้อมที่รองขา ทำให้คุณสามารถปรับเปลี่ยนห้องโดยสารได้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นสตูดิโอส่วนตัว ร้านกาแฟสำหรับสองคน เลานจ์พักผ่อน หรือแม้แต่พื้นที่สำหรับครอบครัว

สำหรับสายลุย ตัวเลือก Camping Edition ยิ่งจัดเต็มด้วยหลังคา Pop-up ที่กางออกเป็นห้องนอนชั้นสอง มีจุดยึดเต็นท์ด้านข้าง โต๊ะปรับหมุนแยกชิ้นได้ และลำโพงโปรเจกเตอร์ในตัวที่เปลี่ยนท้ายรถให้เป็นโรงภาพยนตร์กลางแจ้งได้อย่างง่ายดาย

วิ่งยาว ๆ ชาร์จไฟได้ มีเครื่องยนต์ปั่นไฟคืน..

เรื่องสมรรถนะของรถยนต์คันนี้ ก็จัดหนักไม่แพ้เรื่องความสบาย ตัวรถใช้ระบบขุมพลังแบบ Range Extender (EREV) ผสานทำงานระหว่างแบตเตอรี่ขนาด 76 kWh และเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร เทอร์โบ ที่ทำหน้าที่เป็นตัวปั่นกระแสไฟฟ้า

เมื่อทำงานร่วมกับถังน้ำมันขนาด 60 ลิตร Xiaomi เคลมว่ารถคันนี้สามารถวิ่งได้ระยะทางไกลสูงสุดถึง 1,705 กิโลเมตรต่อการชาร์จและเติมน้ำมันเต็มถัง (ตามมาตรฐาน CLTC) หมดกังวลเรื่องระยะทางไปได้เลย

ส่วนการขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วน ทำระยะทางได้สูงสุดราว 505 กิโลเมตร ขณะที่รุ่นมอเตอร์คู่ขับเคลื่อน 4 ล้อ ให้กำลังสูงสุด 310 กิโลวัตต์ หรือประมาณ 416 แรงม้า

นอกเหนือจากรุ่น N90 Max แล้ว Xiaomi ยังได้เผยโฉมรุ่นย่อย 5 ที่นั่งอย่าง N70 และ N70 Max ออกมาสมทบด้วย โดยเบื้องต้นเน้นทำตลาดในจีนเป็นหลัก และมีแผนจะขยายไปยังยุโรปในปี 2027

การเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นการทลายขีดจำกัดเดิมๆ ของรถยนต์ครอบครัวอย่างสิ้นเชิง สำหรับผู้บริโภค นี่คือสัญญาณเตือนว่ายุคสมัยของรถยนต์ที่ทำหน้าที่แค่ ขับจากจุด A ไปจุด B กำลังจะหมดไป

รถยนต์ในอนาคตกำลังกลายเป็น พื้นที่ชีวิตที่สาม ที่เชื่อมโยงระหว่างบ้านและที่ทำงาน ผู้ใช้จะได้ประโยชน์จากความยืดหยุ่นในการใช้งานจริง ไม่ต้องลังเลระหว่างการเลือกซื้อรถ SUV หรือรถตู้ MPV อีกต่อไป

อีกทั้งระบบ Range Extender ยังช่วยทลายกำแพงความกังวลเรื่องสถานีชาร์จ สำหรับการเดินทางไกล ทำให้ไลฟ์สไตล์แบบดิจิทัลโนแมด และการท่องเที่ยวแนวแค้มป์ปิ้งเข้าถึงได้ง่ายและสะดวกสบายยิ่งขึ้นในราคาที่จับต้องได้จริง

ที่มา
digitaltrends