มีเอกสารลับภายในของ Meta หลุดออกมา เปิดเผยว่าโปรเจกต์ Meta ฝึก AI ล่าสุดนั้น ไม่ได้เก็บแค่พฤติกรรมการคลิกเมาส์ทั่วไปซะแล้ว
แต่รวบรวมข้อมูลเชิงลึกยันประวัติการท่องเว็บ และเนื้อหาในอีเมลของพนักงานเลยทีเดียว
โปรเจกต์เจ้าปัญหานี้มีชื่อว่า Model Capability Initiative (MCI) มันคือระบบซอฟต์แวร์ที่ Meta ติดตั้งลงบนคอมพิวเตอร์ทำงานของพนักงานในสหรัฐฯ เป้าหมายหลักคือการเทรน AI พนักงานให้สามารถทำงานเอกสารหรือกระบวนการดิจิทัลซ้ำๆ แทนคนได้อย่างอัตโนมัติ
แต่ความหลอนคือ มันแอบตามรอยด้วย โดยข้อมูลจากสำนักข่าวรอยเตอร์ระบุว่า เจ้า MCI นี้แอบตามรอยการใช้งานแอปพลิเคชันและเว็บไซต์มากกว่า 200 แห่ง นอกจากจะดูว่าพนักงานขยับเมาส์ไปตรงไหนแล้ว มันยังเก็บประวัติการแก้โค้ดคอมพิวเตอร์ ประวัติการท่องเว็บ ไปจนถึงสิ่งที่พนักงานก๊อปปี้ไว้บน Clipboard เลยทีเดียว
ที่สำคัญคือ มันลามไปถึงการอ่านเนื้อหาในอีเมลและแชทด้วย ซึ่ง Meta ออกมายอมรับในหน้า FAQ ภายในว่า ถ้าพนักงานในสหรัฐฯ เปิดใช้งานเครื่องมือนี้อยู่ แล้วแชทหรืออีเมลคุยกับเพื่อนร่วมงานที่อยู่นอกสหรัฐฯ ข้อมูลเหล่านั้นก็จะถูกบันทึกไว้ด้วยเช่นกัน
แม้ว่าเดฟ อาร์โนลด์ (Dave Arnold) โฆษกของ Meta จะออกมาปฏิเสธว่าข้อกล่าวหาบางส่วน และยืนยันว่าระบบนี้เน้นวิเคราะห์พฤติกรรมไม่ใช่เนื้อหาของการสื่อสาร แต่ฝั่งนักกฎหมายด้านสิทธิความเป็นส่วนตัวในยุโรปมองต่างมุม
โดยเคลียนธี ซาร์เดลี (Kleanthi Sardeli) ผู้เชี่ยวชาญจากกลุ่มพิทักษ์ความเป็นส่วนตัว NOYB ให้ความเห็นว่า ข้อมูลแชทเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อการทำงานร่วมกันตามสัญญาจ้าง ไม่ใช่เอาไว้ให้บริษัทสูบเข้าไปเป็นอาหารสมองของ AI การทำแบบนี้อาจขัดต่อกฎหมาย GDPR ของยุโรปอย่างจัง
นอกจากเรื่องข้อกฎหมายแล้ว พนักงานยังบ่นอุบว่า หลังจากติดตั้งระบบ MCI นี้ลงไป ทำให้พนักงานที่ Work From Home เกิดปัญหา โดยบางคนโดนสูบดาต้าเน็ตจนหมดโควตาภายในไม่กี่วัน ซึ่งส่อแววว่า ระบบนี้อาจจะกำลังแอบอัพโหลดข้อมูลแบบ Real-time ตลอดเวลา ไม่ใช่แค่สุ่มเก็บข้อมูลเป็นพักๆ อย่างที่บริษัทอ้าง
การที่ Meta อ้างว่าเก็บข้อมูลเฉพาะพนักงานในสหรัฐฯ แต่มันดันติดร่างแห ไปถึงเพื่อนร่วมงานฝั่งยุโรปหรือเอเชียที่อีเมลคุยด้วย แปลว่าระบบคัดกรองข้อมูลดิบ ของ Meta ยังมีช่องโหว่ขนาดใหญ่ และเส้นแบ่งระหว่างคำว่า ข้อมูลพฤติกรรมกับข้อมูลส่วนบุคคล มันเริ่มเบลอจนน่ากลัวแล้วหรือเปล่า
ในอีกมุมหนึ่ง ความเชื่อใจในองค์กรนั้นกำลังพังทลาย พนักงานบางคนสรุปพฤติกรรมของ AI ตัวนี้ไว้ชัดเจนว่า มันไม่ใช่ AI ที่ช่วยคลิกเมนูให้เรา แต่เป็น AI ที่รู้ว่าต้องคลิกเมนูไหน เลือกอะไร ก๊อปปี้ไปวางที่ไฟล์ไหน และต้องทำอะไรต่อ ซึ่งโพสต์วิเคราะห์ของพนักงานคนนี้ ก็ได้ถูกลบออกไปในเวลาต่อมา ยิ่งตอกย้ำว่าบริษัทกำลังพยายามปิดปากและเร่งสปีดโปรเจกต์นี้แบบไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม
สุดท้ายแล้ว ไม่ว่าผลลัพธ์ของ ความเป็นส่วนตัว AI Meta จะจบลงที่ชัยชนะของเทคโนโลยี หรือจบลงที่การโดนยุโรปปรับเงินมหาศาล สิ่งหนึ่งที่คนทำงานอย่างเราต้องตระหนักคือ คอมพิวเตอร์บริษัท… ไม่มีคำว่าส่วนตัวอยู่จริง…ครับ
ที่มา








