รับมือ AI ถอดรหัส The Mall Group สร้างสถาปัตยกรรมข้อมูลพร้อมใช้

The Mall Group

ในยุคที่ทุกองค์กรพยายามยัดคำว่า AI ลงไปในทุกสไลด์พรีเซนต์ของการปรับปรุงกระบวนการทำธุรกิจให้ทันสมัยขึ้น (Modernized) ความจริงที่ถูกซุกไว้ใต้พรมคือ ฐานข้อมูล ขององค์กรส่วนใหญ่ยังอยู่ในสภาพที่ไม่เป็นหมวดหมู่ ข้อมูลกระจัดกระจาย และไม่พร้อมสำหรับการใช้งานสำหรับการนำไปใช้กับ Intiative AI อาทิเช่น จำนวนชุดข้อมูลไม่เพียงพอ คุณภาพของข้อมูลไม่สมบูรณ์ (Data Quality) ไม่มีบัญชีรายการข้อมูล (Data Catalog) เป็นต้น

ก่อนที่เราจะฝันหวานถึงการให้ AI มานั่งตอบคำถามธุรกิจ เราต้องตอบคำถามพื้นฐานให้ได้ก่อนว่า ฐานข้อมูลของเราพร้อมแค่ไหน?”

Techhub ได้รับข้อมูลจากกรณีศึกษาจาก The Mall Group ยักษ์ใหญ่แห่งวงการค้าปลีกไทย และวิสัยทัศน์ล่าสุดจากแพลตฟอร์มจัดการข้อมูลอย่าง Qlik ได้สะท้อนให้เห็นถึง ความจริงที่เจ็บปวด ของการทำ Data ในระดับ Enterprise ว่าแท้จริงแล้ว ชัยชนะไม่ได้อยู่ที่ใครมีแชทบอทเอไอที่ฉลาดกว่า หรือมีจำนวน Initiative AI ในปริมาณมาก แต่อยู่ที่ใครมีสถาปัตยกรรมข้อมูลที่ ยืดหยุ่นและรองรับต่อการเปลี่ยนแปลงได้ดีกว่าต่างหาก

1. Insight ที่แท้จริง ไม่ได้เกิดจากเอไอให้คำตอบอย่างเดียว แต่เกิดจาก Trusted Data

หลายองค์กรพยายามทางลัด เอา AI มาครอบทับข้อมูลที่ยังไม่ถูกจัดระเบียบ แต่ The Mall Group เลือกเดินในเส้นทางที่มั่นคงกว่า ปัจจุบันพวกเขาใช้งาน Qlik Sense ในรูปแบบ On-Premise อย่างเข้มข้นมากกว่า 40 แอปพลิเคชัน ครอบคลุมทั้งฝ่าย Marketing และฝ่ายสำคัญอื่น ๆ

สิ่งที่พวกเขาทำไม่ใช่การถามเอไอด้วยคำถามกว้างๆ แต่คือการเจาะลึก ลงไปถึงระดับ Transactional Data เพื่อดูผลลัพธ์ของแคมเปญ ดูพฤติกรรมการรูดบัตรเครดิต หรือการใช้เงินสดของลูกค้า นำไปสู่การทำ Personalization และออกแบบการดูแลลูกค้าระดับ VIP ได้อย่างแม่นยำ

ความสำเร็จนี้เกิดขึ้นได้เพราะคอนเซปต์ Self-Service BI ที่อนุญาตให้ฝั่ง Business สามารถวิเคราะห์ข้อมูลได้เองโดยไม่ต้องรอคิวต่อท่อจากทีม IT นั่นคือการที่ต้องสร้าง Data Foundation ที่แข็งแรงให้เสร็จก่อนเพื่อเป็นรากฐานของการนำ AI เข้ามามีบทบาทต่อยอดเพิ่มเติม

2. The Integration Nightmare เมื่อเปลี่ยนหลังบ้าน แต่หน้าบ้านไปไม่รอด

นี่คือฝันร้าย ที่แท้จริงของคนทำ Data Engineer และ IT Director โดยเมื่อเราถึงจุดที่องค์กรต้องขยับขยาย สเกลข้อมูลใหญ่ขึ้น และต้องการอพยพจากระบบ Data Warehouse เก่า ไปสู่สถาปัตยกรรมใหม่อย่าง Data Lakehouse สิ่งที่ตามมาคือ แรงกระเพื่อม มหาศาล ระบบรอบข้างทั้งหมดได้รับผลกระทบ ต้องรื้อวิธี Ingest ข้อมูลใหม่ เครื่องมือ BI หน้าบ้านพังเพราะ Data Type เปลี่ยนไป
แต่จุดนี้เองที่ The Mall Group ระบุว่า Qlik คือไพ่ตาย

สถาปัตยกรรมของ Qlik ถูกออกแบบมาให้ไม่ยึดติดกับ Data Source ด้วยความสามารถในการนำข้อมูลขึ้นไปเก็บในรูปแบบ Data Store ของตัวเอง ทำให้เมื่อ The Mall Group มีการเปลี่ยนฐานข้อมูลด้านล่าง Impact ที่เกิดขึ้นกับระบบ Dashboard ด้านบนจึงน้อยมาก ความยืดหยุ่นระดับนี้ช่วยเซฟทั้ง Cost และ Man-hour ของทีม IT ไปได้อย่างมหาศาล

3. รอยต่อของ Qlik Sense On-Premise และก้าวต่อไปสู่ Qlik Cloud

คำถามคือ ถ้าฐานข้อมูลดีพอแล้ว ก้าวต่อไปของ The Mall Group เพื่อไปใช้ Agentics AI อย่าง Qlik Answers และ Model Context Protocol( MCP) จะไปได้อย่างไร ?

คำตอบคือ ข้อจำกัดทางสถาปัตยกรรม ระบบปัจจุบันของพวกเขายังคงเป็น On-Premise ซึ่งไม่ได้มี Compute Power สำหรับรองรับการรัน Large Language Model (LLM) ขนาดใหญ่

การที่ The Mall Group วางแผนก้าวต่อไปสู่ จึงเป็นการเดินหมากที่ถูกต้องและสอดคล้องกับทิศทางเทคโนโลยีโลก เพราะการมูฟขึ้น Cloud จะเป็นการปลดล็อกภาระการจัดการ Infrastructure และทำให้การเชื่อมต่อเข้ากับสถาปัตยกรรม Open Lakehouse (เช่น Apache Iceberg ที่ Qlik เพิ่งเปิดตัวฟีเจอร์สนับสนุน) ทำได้แบบ Seamless ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการประมวลผล ได้ดีกว่าการทนใช้ ระบบ On-Premise แบบปิดในระยะยาว

4. กลยุทธ์ Best-of-Breed: องค์กรที่ฉลาด ไม่ทำ Vendor Lock-in

อีกหนึ่งความจริงที่น่าสนใจคือ The Mall Group เปิดเผยอย่างตรงไปตรงมาว่า ปัจจุบันพวกเขาใช้งานระบบ AI อย่าง Microsoft Fabric (Copilot) ควบคู่ไปด้วยในการดึงข้อมูลบางส่วน

นี่คือบริบทที่แท้จริงของระดับ Enterprise ไม่มีใครใช้โซลูชันของค่ายใดค่ายหนึ่ง 100%

แนวทางนี้สอดรับพอดีกับวิสัยทัศน์ของ Qlik ที่ยอมรับความจริงข้อนี้ด้วยการออกแบบระบบให้รองรับ Model Context Protocol (MCP) นั่นหมายความว่า หากองค์กรมี LLM ที่ตัวเองเทรนมา หรือใช้ AI Agent จากค่ายอื่นอยู่แล้ว ก็สามารถเชื่อมต่อและดึงข้อมูลที่ถูกจัดระเบียบแล้วจาก Qlik ไปใช้ได้เลย ซึ่งรองรับ Connector มากกว่า 400 แบบ นี่คือการเลือกใช้โซลูชันที่ Match กับ Use Case มากที่สุดโดยไม่ปิดกั้นตัวเอง

เลิกสร้างตึกบนทราย
กรณีศึกษาของ The Mall Group เป็นเหมือน Reality Check ให้กับแวดวงองค์กรไทย AI เป็นเทคโนโลยีที่ทรงพลังอย่างไม่ต้องสงสัย แต่การเร่งรีบเอา AI มาปลั๊กอินใส่ระบบที่ไร้ความยืดหยุ่น มีแต่จะนำมาซึ่งความยุ่งยากและต้นทุนที่บานปลาย

ก่อนจะถามว่า เรามีจำนวน AI Use Cases มากแค่ไหนแล้วที่ใช้ในธุรกิจ”ลองกลับมาเช็กสถาปัตยกรรมฐานข้อมูลหลังบ้านว่า วันนี้คุณต้องรื้อฐานข้อมูลใหม่หรือไม่ คุณมี Trusted Data Foundation หรือยัง เทคโนโลยีที่เลือกมีสภาวะ Vendor Lock-in หรือไม่? เพราะนั่นแหละ คือตัวตัดสินว่าธุรกิจของคุณพร้อมสำหรับอนาคตจริงๆ หรือเป็นเพียงแค่การตามกระแส AI เท่านั้น

ที่มา
งาน Qlik Conference , บทสัมภาษณ์ผู้บริหาร The Mall Group ในงาน