แผ่นแปะตรวจพิษ อัจฉริยะ นวัตกรรมตรวจจับภัยคุกคามในน้ำและอากาศ แจ้งเตือนตรงผ่านผิวหนังแบบเรียลไทม์ ชาร์จพลังงานแสงอาทิตย์
ทีมนักวิจัยจาก North Carolina State University (NCSU) ได้เนรมิตคอนเซปต์นี้ให้กลายเป็นจริงในรูปแบบของ แผ่นแปะอัจฉริยะตรวจจับสารพิษ ขนาดกะทัดรัดเท่านามบัตร และสามารถเตือนภัยผู้สวมใส่ได้ทันที
แต่อุปกรณ์ IoT ที่เราคุ้นเคยกัน จะต้องเชื่อมต่อกับ Smartphone เพื่อดูค่าสถานะต่างๆ แต่แผ่นแปะนี้เจ๋งกว่านั้น โดยทีมวิจัยมองต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง เพราะในสถานการณ์คับขันที่เครื่องดื่มถูกวางยา หรือก๊าซพิษกำลังฟุ้งกระจายในอากาศ ไม่มีใครมีเวลามากพอที่จะหยิบมือถือขึ้นมาปลดล็อกหน้าจอเพื่ออ่าน Notification
แผ่นแปะตัวนี้จึงถูกติดตั้งระบบสั่นแบบ Haptic Feedback ตรงเข้าสู่ผิวหนังทันที ความเจ๋งอยู่ตรงที่ทีมวิจัยไม่ได้ใช้มอเตอร์สั่นแบบทื่อๆ แต่ใส่พื้นผิวสัมผัสขนาดจิ๋วคั่นระหว่างตัวสั่นกับผิวหนัง คล้ายระบบ อักษรเบรลล์เตือนพิษ ที่จะปรับเปลี่ยนรูปแบบและความถี่ของแรงสั่นสะเทือนตามชนิดของสารเคมี
ซึ่งจะทำให้ผู้ใช้รับรู้ได้ทันทีว่า เขากำลังเจอกับภัยคุกคามรูปแบบไหน ไม่ว่าจะเป็นสิ่งแปลกปลอมในแก้วเหล้า โลหะหนักในแหล่งน้ำ โดยการเอามาหยดใส่ที่แผ่นแปะโดยตรง หรือละอองสารพิษในอากาศ
ชาร์จพลังงานจากแสงแดด ลุยได้แม้ไร้ปลั๊กไฟ
ตัวแผ่นแปะถูกห่อหุ้มด้วยชั้นเซลล์แสงอาทิตย์ (Photovoltaic) ขนาดจิ๋วเพื่อดูดซับพลังงานจากแสงรอบตัวมาเก็บไว้ในแบตเตอรี่ เมื่อผสานเข้ากับเซนเซอร์ทั้ง 6 ตัวที่กินพลังงานต่ำมาก แก็ดเจ็ตชิ้นนี้จึงทำงานต่อเนื่องได้ยาวนานถึง 24 ชั่วโมง เหมาะอย่างยิ่งสำหรับเจ้าหน้าที่กู้ภัยที่ต้องลงพื้นที่ประสบภัยพิบัติ หรือการเดินป่าในพื้นที่ห่างไกลที่ไม่มีไฟฟ้าใช้
ต่อยอดเป็น E-Skin ให้หุ่นยนต์ลุยแทนมนุษย์
แม้แผ่นแปะจะตรวจจับได้แม่นยำแค่ไหน แต่การให้มนุษย์เดินเข้าไปเสี่ยงสูดดมสารพิษเพื่อทดสอบก็คงไม่ใช่ไอเดียที่ดี ทีมวิจัยจึงต่อยอดเทคโนโลยีนี้ให้กลายเป็น ผิวหนังอิเล็กทรอนิกส์ สำหรับหุ่นยนต์ โดยใช้วัสดุเพียโซอิเล็กทริกที่แปลงแรงสั่นเป็นสัญญาณไฟฟ้า เปิดทางให้เราส่งหุ่นยนต์เข้าไปเดินสำรวจและแจ้งเตือนกลับมาว่าพื้นที่ข้างหน้านั้นปลอดภัยพอที่มนุษย์จะก้าวเท้าเข้าไปหรือไม่
ที่สำคัญ ชิ้นส่วนเกือบทั้งหมดผลิตจากอุปกรณ์มาตรฐานที่มีขายทั่วไปตามท้องตลาด พร้อมโครงสร้างแบบโมดูลาร์ที่สลับเปลี่ยนเซนเซอร์ตามประเภทงานได้ทันที นับเป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมที่พร้อมก้าวออกจากห้องแล็บมาปกป้องชีวิตผู้คนในโลกจริงได้เร็วขึ้นกว่าที่คิดครับ สุดมากกก
ที่มา
newatlas







