3 เทคโนโลยี ที่จะเปลี่ยนมุมมองในปี 2015

เรื่องราวของเทคโนโลยี 2014 หลายอย่างเริ่มลงตัวและเป็นรูปร่างมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการใช้ชีวิตประจำวันของแต่ละบุคคล แม้อาจจะดูว่ายังห่างไกลความเป็นจริง แต่สิ่งที่เห็นนั้น อาจกลายเป็นต้นแบบแนวคิดของเครื่องมือหรืออุปกรณ์บางอย่างที่เข้ามาใกล้ตัวเรามากขึ้น รวมถึงหลายคนอาจกำลังใช้งานอยู่แบบไม่ทันรู้ตัวก็ได้ ส่วนจะมีเทคโนโลยีใดบ้างนั้น ก็คงต้องมาดูกัน เรียกว่าอุ่นเครื่องก่อนไปพบสิ่งใหม่ๆ กันใน CES 2015 ที่จะถึงนี้

Apple Watch

Apple Watch เป็นอุปกรณ์ในแบบ Wearable ที่เรียกเสียงฮือฮาให้กับคนที่คอยติดตามในช่วงปีที่ผ่านมาได้อย่างมากมาย โดยเฉพาะเมื่อมีการเดโมผ่านทางกราฟฟิกในงานเปิดตัว iPhone 6 นั้น ทำให้หลายคนแทบจะควักเงินซื้อกันเลยทีเดียว ด้วยความหลากหลายของฟังก์ชั่นและการดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ของ Apple ที่ทำให้หลายคนมองว่าไม่ใช่แค่นาฬิกาหรือที่สวมข้อมือธรรมดา แต่เหมือนเอาสมาร์ทโฟนย่อส่วนลงไปในนั้นเลยทีดียว เพราะสามารถเปลี่ยนอินเทอร์เฟส ธีม ปรับแต่งสี รวมถึงการใช้งานระบบออนไลน์ ป้อนข้อมูล เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน ย่อขยายหน้าจอด้วยระบบสัมผัส รวมถึงการตรวจสอบการเต้นของหัวใจ พร้อมกับทำงานร่วมกับแอพพลิเคชั่นต่างๆ ได้ โดยที่ Apple Watch นี้ราคาเปิดตัวเริ่มต้นที่ 349 USD ซึ่งคาดว่าจะได้จับจองของจริงกันในช่วงปี 2015 นี้

Google Self-Driving car

Google’s Self-Driving Car จะเป็นอย่างไรหากรถยนต์ที่คุณใช้ไม่ต้องขับเอง เพียงแค่คุณนั่งหลังพวงมาลัยและโปรแกรม รถยนต์ก็จะพาคุณไปยังจุดหมายที่ต้องการในทันที ด้วยสโลแกนที่ว่า ไม่มีคนขับ ไม่ต้องเหยียบเบรคและไร้ปัญหา ซึ่งรถยนต์ไร้คนขับจากการพัฒนาของ Google นี้ ได้ถูกปรับปรุงต่อเนื่องมาด้วยกันหลายรุ่นและอาจจะมีการนำมาใช้บนท้องถนนแคลิฟอร์เนียอีก 2 ปีข้างหน้า หลังจากมีการร่างกฏข้อบังคับ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการใช้ถนนร่วมกัน โดยรถยนต์ต้นแบบออกมาเป็นรถการ์ตูนน่ารัก แต่คาดว่าจะมีออกมาอีกหลายแบบในปีถัดไป ออกมาพร้อมระบบควบคุมพวงมาลัย เบรคและปุ่มเดินหน้า-หยุด พร้อมหน้าจอแสดงการเดินทาง ความเร็ว ในช่วงต้นนี้จะยังอยู่ที่ 25 ไมล์ต่อชั่วโมง นอกจากจะให้ความสะดวกสบายแล้ว ยังมาพร้อมความปลอดภัยอีกด้วย นอกจากนี้ยังเชื่อมต่อกับระบบออนไลน์ต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการจอดรถในห้างหรือ การวางแผนตามเส้นทางอย่างเป็นระบบอีกด้วย

OculusRift

Oculus ระบบ VR ในยุคใหม่ ที่ได้รับความนิยมมากขึ้น ด้วยการนำคุณเข้าสู่โลกเสมือนจริงที่ให้ทำให้ได้รับประสบการณ์อย่างน่าทึ่งผ่านแว่น Oculus Rift โดยในเวลานี้ Facebook เข้าลงทุนด้วยเงินกว่า 2000 ล้านเหรียญ เทคโนโลยีนี้น่าสนใจอย่างไร ส่วนหนึ่งก็เพราะ การที่จะทำให้เราได้สื่อสารกันอย่างชัดเจนยิ่งขึ้น ด้วยการเห็นรูปร่างหน้าตาและการเรียนรู้ผ่านทางอุปกรณ์นี้ได้ง่ายกว่า รวมถึงการเข้าสู่โลกสามมิติอย่างเต็มตัว ไม่ว่าคุณจะหันมองไปทางใด และในอนาคตคุณจะสามารถมองเห็นสินค้า ได้มากกว่าภาพสองมิติหรือวีดีโอทั่วไป แต่จะมองเห็นการทำงานได้อย่างใกล้ชิดและแน่นอนว่า ย่อมเข้าไปสู่ในเรื่องของการเล่นเกมสามมิติและการท่องเที่ยวอีกด้วย ล่าสุดทาง British Columbia ได้นำ Oculus Rift virtual reality technology ไปใช้ในการทดสอบเพื่อนำเสนอการท่องเที่ยวในวันหยุดผ่านทาง Oculus ให้นักท่องเที่ยวออนไลน์ให้เห็นบรรยากาศทิวทัศน์ในประเทศแคนาดาในรูปแบบของ HD Go Pro ที่มีทั้งมุมมองบนอากาศ บนน้ำและการเดินป่าอีกด้วย สนนราคาของอุปกรณ์เริ่มต้นที่ประมาณ 300-400 USD

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here